Bentley New Continental GT Speed
New Continental GT Speed คืออัครยนตรกรรมแบบสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง เจ้าของขุมพลังแบบ Ultra Performance Hybrid วิวัฒนาการใหม่ที่จะมอบพละกำลังรวมกว่า 782 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 335 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมกำหนดนิยามใหม่แห่งการผสมผสานที่ลงตัวด้วยสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ความหรูหราในแบบฉบับของงานฝีมือชั้นสูง และการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ

ถือเป็นการปฏิวัติการออกแบบอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ด้วยการผลิกโฉมการออกแบบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ ด้วยไฟหน้าเดี่ยวในลักษณะ “คิ้ว” แนวนอนแบบใหม่ พร้อมด้วยเอฟเฟกต์เพชรเจียระไนด้านบนกรอบไฟ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทำให้รูปลักษณ์ของ New Continental GT มีการแสดงออกที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากการแสดงออกของเสือนักล่า ด้านท้ายตัวรถยังได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่กันชน ไฟท้าย ฝากระโปรงท้าย และท่อไอเสีย ฝากระโปรงท้ายถูกออกแบบให้มีรูปแบบแอโรไดนามิกเพื่อเสริมแรงกดด้านหลังโดยที่ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้สปอยเลอร์ พร้อมกับกันชนที่ได้รับการออกแบบให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการเน้นความกว้างของตัวรถ ไฟท้ายมาพร้อมกับการออกแบบใหม่ที่น่าทึ่งด้วยกราฟิกที่กว้างขึ้นทอดยาวไปถึงฝากระโปรงหลัง พร้อมกับภายในที่ตกแต่งด้วยลวดลายเพชรแบบ 3 มิติทอดยาวตลอดรูปทรง โดยเมื่อส่องสว่าง ส่วนปลายของเพชรจะเห็นได้อย่างเด่นชัด ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ภาพเสมือนลาวาหลอมเหลว



ตัวรถที่จัดแสดงมากับความสปอร์ตในเฉดสีดำ Onyx ที่เคยเป็นสีเปิดตัวในรุ่น Continental Flying Spur Speed พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์แบบ Speed Wheel 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้วที่มีรูปลักษณ์ที่ร่วมสมัย โดดเด่น และคาร์ลิปเปอร์เบรกสีแดงที่เข้ากันกับกระจังหน้าแบบ Dark Tint Grilles สีเข้ม สะท้อนสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของแกรนด์ทัวเรอร์ระดับซูเปอร์คาร์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในห้องโดยสาร New Continental GT Speed
การตกแต่งภายในห้องโดยสารของ New Continental GT Speed ยังสะท้อนถึงความประณีตและความละเอียดอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ด้วยการออกแบบภายในแบบใหม่หมดจด กับการเย็บสไตล์ใหม่ การขึ้นรูปเพชรแบบ 3 มิติบริเวณแผงประตูด้วยเฉดสีเทา Gravity Grey ใหม่ และ เฉดสีครีม Linen พร้อมด้วยวีเนียร์แบบ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกที่ร่วมสมัยและสปอร์ตยิ่งขึ้น สัมผัสความสปอร์ตด้วยสี Dark Chrome Interior Specification บริเวณมือจับประตู สวิตช์ ตะแกรงลำโพง และรอบห้องโดยสารที่รังสรรค์ขึ้นด้วยโครเมียมสีเข้มที่จะให้ความรู้สึกสปอร์ต และยังเพิ่มความเรียบง่ายให้กับภายในห้องโดยสารเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายนอกที่ดูสปอร์ตและดุดัน โดยมีเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัยอย่างคุณสมบัติเบาะโดยสารแบบ Wellness พร้อมด้วยระบบกรองอากาศด้วยการสร้างไอออนในอากาศแบบอัจฉริยะและตัวเลือกการปรับท่าทางบนเบาะโดยสารทั้ง 4 ที่นั่งแบบอัตโนมัติ



New Continental GT ยังคงนำเสนอนวัตกรรมหน้าจอแสดงผลแบบหมุนได้อันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ ซึ่งเป็นหน้าจอแสดงผล 3 ด้านที่ประกอบด้วยจอแสดงผลระบบสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว หน้าปัดแอนะล็อกสุดคลาสสิก 3 หน้าปัด และด้านที่บุด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ที่งดงาม ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนทั้ง 3 ด้านได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว พร้อมด้วยระบบไฟหลากสีภายในห้องโดยสาร (Mood Lighting) ยังตกแต่งรอบห้องโดยสารเพื่อสร้างเอฟเฟกต์แบบรังไหม โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเฉดสีของแสงไฟได้กว่า 30 เฉดสี
สมรรถนะการขับขี่ New Continental GT Speed 2025
New Continental GT Speed โฉมใหม่ มาพร้อมกับขุมพลังแบบ Ultra Performance Hybrid ใหม่ โดยขุมพลังดังกล่าวผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรใหม่ที่สามารถผลิตพละกำลังกว่า 600 แรงม้าเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 190 แรงม้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 782 แรงม้า พละกำลังเพิ่มขึ้นกว่า 19% จาก 659 แรงม้า เป็น 782 แรงม้า โดยสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ใน 3.2 วินาทีที่ความเร็วสูงสุดที่ 335 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง แรงบิดได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับ Continental GT Speed ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รุ่น W12 จาก 900 นิวตันเมตร เป็น 1,000 นิวตันเมตร ทำให้ New Continental GT Speed เป็นอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ประสิทธิภาพแห่งขุมพลังเครื่องยนต์ยังมาพร้อมกับระบบแชสซีใหม่ด้วยถุงลมคู่ใหม่ที่จับคู่กับแดมเปอร์วาล์วคู่ใหม่ พร้อมด้วย Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้าขนาด 48 โวลต์) เฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (eLSD) และระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง พร้อมด้วยประสิทธิภาพในการขับขี่ที่น่าทึ่งและความสบายในการขับขี่ที่ดีที่สุดในปัจจุบันอันเป็นผลลัพธ์มาจากการถ่ายเทน้ำหนักของรถขับเคลื่อนล้อหลังแบบ 49:51 ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรถยนต์ พร้อมด้วยชุดเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่จะมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่าเพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ระบบความบันเทิงภายในห้องโดยสาร และการเชื่อมต่อระบบภายในรถยนต์

สำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้า โหมดนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่เพลิดเพลินกับการขับขี่ที่เงียบสงบและต่อเนื่อง โดยในโหมดไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถผลิตพละกำลังได้ 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร ซึ่งผู้ขับขี่สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง และสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งด้วยกำลังชาร์จสูงสุด 11 กิโลวัตต์

สำหรับการเปิดรับคำสั่งจอง New Continental GT Speed เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วจำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น New Continental GT Speed ราคาเริ่มต้นที่ 26.9 ล้านบาท พร้อมรับเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่นานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมรับสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
ในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมที่ต้องผสานความหรูหราและการใช้งานจริง Nissan Elgrand 2025 กลับมาอีกครั้งในฐานะหนึ่งในรถ MPV หรูที่ดีที่สุดของยุคนี้ ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ล้ำสมัย พื้นที่ภายในกว้างขวางอย่างไร้ที่ติ เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ Nissan มุ่งหวังให้นี่เป็นที่สุดของการเดินทางสำหรับครอบครัวและผู้บริหารระดับสูง


ราคาคาดการณ์ และขายไหม
ณ ปัจจุบัน (ปี 2025) Nissan Elgrand 2025 ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
แต่มีการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นและบางประเทศในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง
ราคาคาดการณ์เมื่อนำเข้ามาจำหน่ายในไทยผ่านผู้นำเข้าอิสระ:
- รุ่น 2.5L Highway Star: ประมาณ 3.2 – 3.5 ล้านบาท
- รุ่น 3.5L VIP Package: ประมาณ 4.0 – 4.3 ล้านบาท
หมายเหตุ: ราคาขึ้นอยู่กับภาษีนำเข้า, ค่าใช้จ่ายจดทะเบียน และการตกแต่งเพิ่มเติม
คาดว่าในอนาคต หากมีความต้องการสูง Nissan อาจพิจารณานำเข้าทางการตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการผ่าน Nissan Thailand หรือพันธมิตร
รูปลักษณ์
ดีไซน์ภายนอก:
Nissan Elgrand 2025 ปรับโฉมใหม่หมด เน้นเส้นสายที่ดูเฉียบคม ทันสมัย และให้ความรู้สึกแข็งแกร่งอย่างมีระดับ:
- กระจังหน้า V-Motion ขนาดใหญ่ ลายโครเมียมเงางาม
- ไฟหน้า Full LED ดีไซน์เพรียวบาง พร้อมไฟ Daytime Running Light
- กันชนหน้าทรงสปอร์ต พร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่
- เส้นตัวถังคมชัดตั้งแต่หัวรถจนถึงบั้นท้าย
- ล้ออัลลอยขนาด 18 หรือ 19 นิ้วลายใหม่ เสริมความหรูและสปอร์ต
- ประตูบานเลื่อนไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง เปิด-ปิดนุ่มนวลด้วยระบบสัมผัสเดียว
ดีไซน์ด้านหลัง:
- ไฟท้าย LED ดีไซน์แนวนอน เชื่อมต่อด้วยแถบโครเมียม
- ประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบ Hands-Free เปิดท้ายด้วยการเตะใต้กันชน
โดยรวม Nissan Elgrand 2025 ถ่ายทอดความหรูหราแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เหมาะกับผู้ใช้งานทุกกลุ่มที่ต้องการ MPV ระดับเรือธง
สเปค
เครื่องยนต์:
- 2.5L เบนซิน 4 สูบ
- กำลังสูงสุด 170 แรงม้า
- แรงบิด 245 นิวตันเมตร
- 3.5L V6 เบนซิน (เฉพาะรุ่น VIP)
- กำลังสูงสุด 280 แรงม้า
- แรงบิด 350 นิวตันเมตร
ระบบเกียร์:
- เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT พร้อม Manual Mode
- ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) หรือสี่ล้อ (4WD) แล้วแต่รุ่นย่อย
มิติตัวถัง:
- ความยาว 4,965 มม.
- ความกว้าง 1,850 มม.
- ความสูง 1,815 มม.
- ระยะฐานล้อ 3,000 มม.
ระบบกันสะเทือน:
- ด้านหน้า: แมคเฟอร์สันสตรัท
- ด้านหลัง: มัลติลิงก์
เน้นนุ่มนวลแต่ยังให้การเกาะถนนที่มั่นใจ
ระบบเบรก:
- ดิสก์เบรกระบายความร้อนหน้า-หลัง
- ระบบ ABS + EBD + BA ครบชุด
อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ความสะดวกสบายภายใน
- เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Premium Leather ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะแถวสอง VIP Captain Seat พร้อมระบบทำความร้อน, นวด และปรับเอน-ยืดขาไฟฟ้า
- แถวที่สามพับไฟฟ้าได้ในสัดส่วน 50:50
- ระบบปรับอากาศ Tri-Zone อิสระ 3 โซน
- หลังคา Moonroof คู่ (หน้า-หลัง)
- ระบบประตูเลื่อนไฟฟ้า เปิด-ปิดแบบ Smart Entry
- ฝาท้ายไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชัน Hands-Free
เทคโนโลยีและ Infotainment
- หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
- ระบบนำทาง GPS Navigation พร้อมจอแสดงผลภาษาไทย
- ระบบเสียง Bose Premium Surround Sound (เฉพาะรุ่น VIP)
- หน้าจอ Entertainment ขนาด 11 นิ้วสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
- ระบบชาร์จไร้สาย Qi Wireless Charging
- ช่องเสียบ USB-C / USB-A ครบทั้งแถวหน้าและหลัง
ระบบความปลอดภัย
- ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
- ระบบเตือนมุมอับสายตา (BSW)
- ระบบเตือนรถตัดผ่านขณะถอยหลัง (RCTA)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) พร้อม Stop & Go
- กล้อง 360 องศา Intelligent Around View Monitor
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Intelligent Parking Assist
- ถุงลมนิรภัยรอบคัน 7 ตำแหน่ง
สรุป
Nissan Elgrand 2025 คือตัวแทนของความหรูหราและการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น ห้องโดยสารที่หรูหราระดับ VIP และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเต็มพิกัด Elgrand รุ่นใหม่นี้พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวัน และการเดินทางสำหรับครอบครัวใหญ่หรือผู้บริหารระดับสูง
สำหรับผู้ที่ต้องการ MPV หรูหราที่ผสานทั้งความสวยงาม เทคโนโลยี และการใช้งานจริง Nissan Elgrand 2025 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม

