• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N1910001 เกมส ดเล อกล กสะใภ เข าบ านเศรษฐ part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N1910001 เกมส ดเล อกล กสะใภ เข าบ านเศรษฐ part2

Mazda ทำตลาดรถยนต์นั่งขนาดกระทัดรัด C-segment ของพวกเขาด้วยรถอย่าง Familia ตั้งแต่ปี 1963 และได้วิวัฒนาการต่อมาอีก 8 เจนเนอเรชั่นโดยใช้ชื่อในการทำตลาด 323 และ Protege ในบางประเทศ หลังจาก 8 เจนเนอเรชั่นผ่านไป Mazda ก็ยุบชื่อเดิม แล้วใช้ชื่อรุ่นเป็นตัวเลขแทน นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Mazda 3 (ในญี่ปุ่นเรียกว่า Axela) ซึ่งเปิดตัวเจนเนอเรชั่นแรกในญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมปี 2003 โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกับ Ford จนกระทั่งวันที่ 26 มิถุนายน 2013 Mazda เผยโฉมเจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่มีโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องยนต์แบบ SKYACTIV เป็นการปฏิวัติรูปแบบของรถจากนอกถึงใน

นับจากปี 2003 ถึงปัจจุบัน Mazda ขายรุ่น 3 ไปแล้วมากกว่า 6 ล้านคัน เป็นรถรุ่น Global ที่มียอดขายดีที่สุดของค่าย สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรมให้กับ Mazda รถเจนเนอเรชั่นที่ 3 (SKYACTIV 1) เป็นแรงผลักดันสำคัญส่วนหนึ่งในเรื่องการออกแบบ KODO design และวิศวกรรมที่มุ่งเน้นความรู้สึกที่ดีเมื่อได้ขับ ตลอดจนการตอบสนองต่อคำสั่งของผู้ขับ และลดอัตราการสิ้นเปลืองลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ Mazda 3 สมัยที่อยู่ใต้ร่มของ Ford

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2018 Mazda ใช้เวทีงาน Los Angeles Auto Show ในการเผยโฉม Mazda 3 เจนเนอเรชั่นที่ 4 อย่างเป็นทางการ ทั้งรุ่น 4 ประตูซีดานและ 5 ประตู แฮทช์แบ็ค โดยไฮไลท์ทางเทคนิคของรถรุ่นใหม่นี้ ประกอบไปด้วย

  • ดีไซน์ KODO เวอร์ชั่น 2.0
  • การปรับปรุงดีไซน์ภายในรถและการเลือกวัสดุภายในกับการเก็บเสียงโดยพยายามเทียบมาตรฐานใกล้เคียงแบรนด์ยุโรปมากขึ้น
  • เครื่องยนต์ ที่มีทั้งการนำบล็อคเดิมมาปรับปรุงใหม่ทั้งเบนซินและดีเซล พร้อมขายในต้นปี 2019 และเครื่องยนต์ใหม่ SKYACTIV-X + M-Hybrid (Mild Hybrid System)
  • ครั้งแรกของ Mazda 3 ที่ใช้ช่วงล่างหลังแบบคานบิดแทนแบบอิสระ

ทั้งนี้ ในการวิจัยและพัฒนา Mazda 3 รุ่นใหม่ มีคำสั้นๆที่ใช้กำกับแนวคิดว่า “An object of universal desire” หรือแปลเป็นภาษาไทยแบบไม่อิง Google translator ว่า “รถที่ใครเห็นแล้วก็ต้องอยากได้” ซึ่งสิ้งนี้นำมาสู่การปรับปรุงและเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆที่ใส่ลงไปในรถรุ่นใหม่นี้

ก่อนอื่นๆ เรามาดูรูปทรงภายนอก เทียบระหว่างรุ่น 4 ประตูกับ 5 ประตูในทุกมุม

ขนาดและมิติ

สำหรับรถรุ่นใหม่ ตัวซีดาน มีความยาว x กว้าง x สูง เท่ากับ 4,662 x 1,797 x 1,445 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นแฮทช์แบ็ค มีขนาดตัวถังเท่ากับ 4,459 x 1,797 x 1,440 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,725 มิลลิเมตร

ส่วนรุ่นเดิมนั้น ตัวซีดาน มีความยาว x กว้าง x สูง เท่ากับ 4,589 x 1,795 x 1,450 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นแฮทช์แบ็ค มีขนาดตัวถังเท่ากับ 4,470 x 1,795 x 1,450 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,700 มิลลิเมตร

หรือโดยสรุปก็คือ Mazda 3 รุ่นใหม่ กว้างเกือบเท่าเดิม และเตี้ยลงเล็กน้อย รุ่น 4 ประตูตัวถังจะยาวกว่ารุ่นเดิม ในขณะที่รุ่น 5 ประตูกลับสั้นลงกว่ารุ่นก่อน

การออกแบบภายนอก

Mazda 3 โฉม 2019 นี้ มีความคล้ายกับรถ Kai Concept ที่โชว์ในงาน Tokyo Motor Show ปี 2018 สิ่งที่ยกแบบมาคือกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟหน้าที่เรียวเล็ก แต่แน่นอนว่ารถเวอร์ชั่นผลิตจริงจะดูจืดลงกว่าหน่อยเพราะต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยจากการชนและความง่ายในการผลิตรวมถึงต้นทุน สัดส่วนของตัวรถ ถือได้ว่าเป็นรถเครื่องวางขวางที่มีกระโปรงหน้ายาว เพราะต้องการให้ดูสปอร์ต เส้นหลังคาแบบ Swept back ที่ดึงเส้นลงมาบรรจบกับส่วนท้ายอย่างลงตัว รุ่น 5 ประตูจะมีเสา C-pillar ขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้รถดูมีความบึกบึนในส่วนท้ายแต่อาจต้องแลกกับทัศนะวิสัย

สำหรับเจนเนอเรชั่นที่ 4 นี้ Mazda ออกแบบประตูหลังให้แตกต่างกันระหว่างรุ่น 4 และ 5 ประตู หลังจากที่ในเจนเนอเรชั่นที่แล้ว ข้อจำกัดด้านต้นทุนทำให้ต้องใช้ประตูหลังแบบเดียวกัน ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดด้านอิสระในการออกแบบ ทำให้มันสวยแบบสุดๆไม่ได้ ทีมออกแบบของ Mazda นำโดย Yasutake Tsuchida กล่าวว่า “งานออกแบบของ Mazda 3 นั้นเราอยากให้คนดูแล้วเห็นว่ามันเป็นรถที่เกิดจากอารมณ์แบบศิลป์ ในขั้นแรกเราดูจากผลงานสมัย MX-5 นั่นคือ KODO design ที่เดินตามแนวคิดหลักมากที่สุด ใน Mazda 3 ใหม่ เราต้องการให้มันแปลกตาขึ้นกว่าเดิม”

นอกจากการมี KODO version 2.0 เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบแล้ว ภายในทีมออกแบบ Mazda เอง ยังมีการแบ่งแนวคิดย่อยสำหรับรถรุ่น 4 และ 5 ประตูที่แตกต่างกัน

รถรุ่น 5 ประตู จะออกแบบตามธีม “Free Spirit” ซึ่งไม่ได้แปลว่าวิญญาณล่องลอย แต่หมายถึงความปราถณา พลังจากใจที่กระทำสิ่งต่างๆอย่างอิสระแบบตามใจตัวเองโดยไม่ยึดถือกับธรรมเนียมเก่า ในขณะที่รุ่น 4 ประตู จะเป็น “Dignity with strong individualistic streak” ซึ่งหากแปลเป็นบุคลิกภาพคน ก็น่าจะเป็นคนประเภทที่แคร์ภาพลักษณ์ของตัวเองในสังคม แต่งตัวดูภูมิฐาน แต่ในใจลึกๆเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ดังนั้นจะต้องมีความ Conservative มากพอที่จะไม่ทำให้คนเห็นแล้วยี้ แต่ก็ต้องใส่รสเปรี้ยวให้ดึงดูดสายตาคน และดำเนินรอยตามเอกลักษณ์ Mazda ยุคใหม่ด้วย

แต่ไม่ว่าคันไหนจะมาแนวไหน แนวคิดหลักที่ทั้ง 2 รูปแบบมีร่วมกันก็คือ

  • เก็บเส้นด้านข้างของตัวรถให้เนียน ไม่มีสันเหลี่ยมที่บ่าให้ดูแข็งกร้าวเหมือนรถค่ายอื่น แต่ใช้ความโค้งแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ขัดสายตา
  • รูปทรงของรถ มองจากระยะไกลต้องสวย แต่มองใกล้ๆแล้วต้องไม่ยุ่งเหยิง Mazda จึงให้ความสนใจกับการจัดสัดส่วนความยาว หน้า/กลาง/หลังของรถให้ลงตัว กดหน้ารถให้ลิ่มเรียวและยาว ในขณะที่รุ่น 4 ประตูก็กดด้านท้ายให้เตี้ยเพื่อทัศนะวิสัยที่ดีและลักษณะของรถที่ดูผอมเปรียวแต่มีพลังดุจสตรีเล่นโยคะ
  • Mazda ไม่ค่อยสนใจในการเล่นแร่แปรธาตุกับดีไซน์ของไฟหน้าประเภทที่ดูราวกับหลุดมาจากอวัยวะหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นเทรนด์มาแรงของรถสมัยนี้ ตรงกันข้าม ทีมออกแบบต้องการให้ไฟหน้าและท้ายดูเรียบง่าย และสวย 300 เมตรเช่นเดียวกับบอดี้รถ

ภายใน

ภายในของ Mazda 3 เจนเนอเรชั่นที่ 4 ถูกออกแบบมาใหม่หมด โดยคำนึงถึงการพยายามให้คนขับได้รับความรู้สึก “ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับรถ” ตามแนวคิด Jinba-Ittai ที่ใช้มาช้านานโดย Mazda ซึ่งโดยปกติ การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ของรถยนต์ คำนึงถึงตำแหน่งท่านั่ง เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับ Mazda นั้น Kota Beppu ซึ่งเป็น Product Manager ของ Mazda 3 ใหม่กล่าวว่า ทีมออกแบบภายในศึกษาลึกลงไปถึงร่างกายของมนุษย์ โดยยกตัวอย่างจากการที่เวลาเราเดินหรือวิ่ง ขา เอว และส่วนบนของร่างกายเราจะมีการขยับเขยื้อนเพื่อช่วยรักษาส่วนหัวให้นิ่งอยู่กับที่มากที่สุด เพราะแรงกระทำต่อหัวนี่ล่ะ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ การตอบสนอง

ดังนั้นหลังจากออกแบบภายในเสร็จและติดตั้งลงบนรถทดสอบ Mazda ก็จะเอาหนูทดลอง (ที่เป็นคน) ไปนั่ง แล้วศึกษาปฏิกิริยาที่ร่างกายคนขับมีเมื่อเจอสถานการณ์ต่างๆ เช่นเมื่อเหวี่ยงรถเข้าโค้ง เร่ง หรือเบรกกระทันหัน ความตั้งใจของการออกแบบ นอกจากการพยายามให้คนขับสามารถขยับมือและเท้าได้สะดวก บังคับรถได้คล่องที่สุดแล้ว ก็คือการพยายามทำให้ผู้ขับสามารถรักษาตำแหน่งศีรษะได้นิ่ง หรือขยับหัวน้อยที่สุด

สังเกตได้จากการออกแบบเสา A-pillar ซึ่งรถสมัยใหม่มักจะทำมาหนาเตอะ แต่ Mazda จะพยายามออกแบบให้มีขนาดเล็กเมื่อมองจากมุมของคนขับ ขยายวิสัยทัศน์ผ่านกระจกหน้าไปให้กว้าง ทำให้คนขับสามารถมองปราดเดียวเห็นได้ทุกอย่าง หรือเวลาเลี้ยวเข้าซอย เข้าโค้งเล็กๆ ก็ไม่ต้องโยกหัวไปมาพยายามจะมองทางให้เห็น ผลพลอยได้นอกจากความเมื่อยล้าที่น้อยลงคือโอกาสในการเห็นคนหรือหมาที่จะวิ่งตัดหน้าแล้วหยุดได้ทัน

รายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยเรื่องความสามารถในการมองเห็นทาง ถูกนำไปพิจารณา และแม้กระทั่งระบบหัวฉีดน้ำทำความสะอาดกระจกหน้า ก็ถูกย้ายจากฝากระโปรงไปติดที่ก้านใบปัดน้ำฝน เพราะวิศวกรต้องการให้เมื่อฉีดน้ำล้างไปปุ๊บ ใบปัดก็กวาดน้ำออกเกือบจะในทันที ไม่ทำให้หลงเหลือคราบน้ำขณะฉีดซึ่งส่งผลให้กระจกหน้าเบลอไปชั่วขณะ

เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ โดยมองว่ากระดูกสันหลังของมนุษย์นั้นมีลักษณะเป็นตัว S ดังนั้นพนักพิงหลังจึงถูกออกแบบให้ดันหลังส่วนล่างและบนอย่างเหมาะสม ส่วนลักษณะการออกแบบปีกข้างและส่วนต่างๆของเบาะนั้น ไม่ได้เน้นการรัดจนรู้สึกอึดอัด แต่แค่ล็อคส่วนล่างของร่างกายไว้ โดยอนุญาตให้มีการเคลื่อนที่ลำตัวแนวบน-ล่างและข้าง เพียงเพื่อให้ร่างกายสามารถขยับในลักษณะที่จะรักษาระดับของศรีษะเพื่อชดเชยแรงกระทำต่อร่างกายเท่านั้น

นอกจากนี้ Mazda 3 ใหม่ทุกคัน จะสามารถปรับองศาเบาะรองนั่งให้เทไปหน้าหรือหลังได้ เพราะ Mazda ต้องการให้รองรับมนุษย์ที่มีความสูงและความยาวขาที่ต่างกัน เช่นเดียวกับคอพวงมาลัยแบบปรับได้ 4 ทิศ ก็ถูกออกแบบให้ ปรับระยะเข้า/ออกเพิ่มจากรุ่นเดิมอีก 10 มิลลิเมตรกลายเป็นรวม 70 มิลลิเมตร ด้วยเหตุผลที่ต้องการรองรับความยาวแขนคนขับที่ต่างกัน ทั้งหมดนี้เพื่อให้ได้ตำแหน่งการขับขี่ที่ถนัดสำหรับแต่ละคน

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงในจุดอื่นๆ ดังต่อไปนี้

  •  ระบบ MZD Connect พร้อมหน้าจอกลางขนาด 8.8 นิ้ว อัปเดตใหม่ สวิตช์ควบคุมปุ่มหมุนลักษณะที่คล้าย iDrive ที่มีแต่เดิม ถูกปรับขนาดและปุ่มใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้น
  • เครื่องเสียงในรุ่นมาตรฐาน เริ่มต้นที่ 8 ลำโพง ไม่มีน้อยกว่านี้ และยังสามารถสั่งชุดเครื่องเสียง BOSE 12 ลำโพง พร้อมซับวูฟเฟอร์ได้อีก
  • จอ Head-Up Display จากเดิมมีแผ่นใสกางอยู่ด้านบนแดชบอร์ด เปลี่ยนเป็นแบบฉายข้อมูลตรงไปที่กระจกหน้า เพื่อลดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นบนแดชบอร์ด
  • คอนโซลกลาง ออกแบบให้มีปุ่มเฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามวิธีคิดแบบ Less is more ของฝ่ายออกแบบ
  • ตำแหน่งของคันเกียร์ ถูกเลื่อนไปข้างหลัง และติดตั้งให้สูงขึ้นกว่ารุ่นเดิม เพื่อให้คนขับสามารถเอามือจากพวงมาลัยมากุมหัวเกียร์ได้ถนัด และใช้เวลาน้อยลง
  • ปุ่มควบคุมสำหรับ MZD Connect ก็เลื่อนไปข้างหน้ามากกว่ารุ่นเดิม ย้ายตำแหน่งที่วางแก้วไปด้านหน้าคันเกียร์ และยืดความยาวของพนักเท้าแขนออกมามากขึ้น

อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นครั้งแรกของ Mazda 3 ก็คือภายในรถสีดำสลับแดงเบอร์กันดี ซึ่ง Mazda เลือกสีนี้มาใส่ให้ในรุ่น Hatchback 5 ประตูเท่านั้นเพราะมองว่ากลุ่มตลาดที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีรสนิยมใหม่ เริ่มเบื่อสีครีมหรือสีดำที่ครองตลาดมาตลอด 2 ทศวรรษ

ส่วนเรื่องการเก็บเสียงนั้น Mazda 3 เป็นรุ่นแรกที่ใช้การประกอบแบบ Two-wall ซึ่งก็คือการออกแบบโดยจงใจ ให้มีพื้นที่ว่างระหว่างพรมที่บุพื้นรถ กับตัวถังส่วนล่าง จากนั้นออกแบบลักษณะพื้นผิววัสดุทั้งสองจุดให้สะท้อนเสียงกลับไปมาระหว่างกัน ไม่เข้ามาในห้องโดยสาร Mazda บอกว่าที่จริงการใช้วัสดุซับเสียงหนาๆ ก็ช่วยลดเสียงได้ แต่จะไปเพิ่มน้ำหนักและต้นทุนของรถ แต่เทคนิค Two-wallไม่เพิ่มน้ำหนัก และสามารถคิดแบบเพื่อการผลิตโดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนได้ นอกจากนี้ส่วนต่างๆที่ต้องเจาะพรมเป็นรู เพื่อเดินท่อทางหรือสายไฟต่างๆ ถูกคิดมาให้มีการเจาะน้อยที่สุดเพื่อลดจุดที่เสียงสามารถเข้าได้

แต่ส่วนใดก็ตามที่ต้องใช้วัสดุซับเสียง Mazda ก็ไม่ลังเลที่จะใช้ เช่นส่วนเพดาน และลักษณะของพรมปูพื้นชั้นสอง ซึ่งจะมีบทบาทในการลดเสียงรบกวนประเภทความถี่สูง

เครื่องยนต์

ตามข้อมูลของ Mazda ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน ในแต่ละประเทศ อาจได้ใช้เครื่องยนต์ไม่เหมือนกัน แต่มองในภาพรวม ขุมพลังที่มีให้เลือกในช่วงเปิดตัวขายจริง ต้นปี 2019 จะประกอบไปด้วยเครื่องเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 1.5 ลิตร, 2.0 ลิตร และ 2.5 ลิตร ต่อมาคือเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ขนาด 1.8 ลิตร ในอเมริกา จะไม่มีรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ในขณะที่ทางอังกฤษ ก็จะไม่มีเครื่อง 2.5 ลิตรขาย

ส่วนเครื่องยนต์แบบ SKYACTIV-X นั้น จะมีแน่นอน และจะตามมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 เฉพาะบางประเทศ

เนื่องจาก Mazda ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขพละกำลังอย่างเป็นทางการ ทราบแค่เพียงว่าเครื่องยนต์แต่ละรุ่น จะเป็นการนำเอาเครื่องยนต์ที่ใช้อยู่แล้วในรถรุ่นอื่นมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น กินน้ำมันน้อยลง และปล่อย CO2 น้อยลง เราจึงลองค้นสเป็คเครื่องยนต์เหล่านี้จากรถรุ่นอื่นมาดูกันก่อน

1.5  SKYACTIV-G (ติดตั้งใน Mazda 3 รุ่น 2013-2018 กับ MX-5 อยู่)

เครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 1,496 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 74.5 x 85.8 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 13.0 : 1 ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

Previous Post

N1910002 ณชายเพลย บอย แอบม ไรก บแม าน ดท ายได เป นแฟน (1) part2

Next Post

N1910009 เร องน สอนให คนท ใกล วท อคนท นตรายท part2

Next Post
N1910009 เร องน สอนให คนท ใกล วท อคนท นตรายท part2

N1910009 เร องน สอนให คนท ใกล วท อคนท นตรายท part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.