• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N1910035 เพราะเธออ วน งเป นได แค กร องสแตนอ #เร องน สน กมาก part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N1910035 เพราะเธออ วน งเป นได แค กร องสแตนอ #เร องน สน กมาก part2

ฟังเพลง ทิ้ง เวอร์ชันนี้ เสียงร้องของคุณ แพรว คณิตกุล แล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ?

คุณอาจบอกว่า มันเข้ากับรถดีนะ ทั้งภาพ และการตัดต่อลำดับภาพใน Music Video
ทำได้เรื่อยๆดี ดูแล้วสบายหู ตา อารมณ์ เหมือนพยายามจะบอกว่า เรื่องหนักๆ ใน
ชีวิต เราทิ้งมันไปก่อน ออกไปขับรถเล่นไปพักผ่อน ให้หย่อนและคลายใจลงไป

ใช่ครับ ไม่เถียง มันก็เป็นไปตามที่ Mazda เขาตั้งใจในการคิดปล่อย MV ชิ้นนี้ มา
เพื่อช่วยโปรโมท B-Segment Crossover SUV รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับชื่อ ซึ่งชวนให้
ผมได้ไปนึกถึง ชื่อของ น้ำมันเบนซิน Caltex CX-3 ซึ่งเคยมีจำหน่ายในบ้านเรา
เมื่อครั้งที่ผมยังเพิ่งเริ่มประสีประสา แค่สัก 4-5 ขวบ

ผมฟังแล้วก็ชอบนะครับ ฟังรื่นรมณ์ดี จนต้องเลือกนำมาให้คุณผู้อ่าน ได้เปิดคลิก
เข้าไปเยี่ยมชมกัน….

แต่ลึกๆแล้ว ผมมีเหตุผลที่จะใช้เพลงนี้ เปิดหัวบทความรีวิวในครั้งนี้….

2016_02_Mazda_CX_3_00

ถ้าคุณยังจำได้ เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2015 ผมไปทดลองขับ Mazda CX-3 ครั้งแรก
ณ ดินแดน Down-Under อย่าง Australia ท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือกจากกระแสลม
จนใกล้เคียงกับประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไม่มีผิด!

ครั้งนั้นผมได้ขับ CX-3 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วงล่างสเป็คนุ่มกำลังดี ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาขาย
ในบ้านเรา กระนั้น ระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ไป-กลับ จาก Melbourne ถึงเมือง Lorne
อันเป็นเมืองตากอากาศ พักค้างแรม 1 คืน แล้วย้อนกลับเข้า Melbourne ในวันรุ่งขึ้น ก็พอ
ให้ผมจับทางได้ว่ามันก็มีอุปนิสัยดีในเรื่องความสนุกสนานเวลาขับ ตอบสนองได้ว่องไว
เช่นเดียวกับรถยนต์ Mazda รุ่นอื่น หลังยุค SKYACTIV เป็นต้นมา

จากทริปนั้น จนถึงวันนี้ ผมต้องรอให้ Mazda CX-3 ก็เปิดตัวในบ้านเราไปแล้วราวๆ 5 เดือน
ถึงจะได้มีโอกาส นำ CX-3 ทั้งรุ่น 2.0 SP เบนซิน (สีแดง) และรุ่น 1.5 Diesel Turbo XDL
(สีขาว Ceramic White) มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน คันละ 1 สัปดาห์ รวมแล้วนานถึง 2 สัปดาห์เต็มๆ

คราวนี้ ผมได้พบบางสิ่งบางอย่างเพิ่มเติม ที่แปลกและแตกต่างไปจากเดิม จนถึงขั้นต้องขอ
“ทิ้ง” บางความรู้สึกซึ่งเคยสัมผัส คืนกลับลงทะเล กลับไปสู่ Australia ตามเดิม!

CX-3 เวอร์ชันไทย แอบเซ็ตมาไม่เหมือนเวอร์ชัน Australia ไปเสียทีเดียวครับ! และนั่น
ก็ทำให้ผมได้ค้นพบความสุขในการขับขี่รถคันนี้ขึ้นอีกมากอย่างน่าประหลาดใจ!

ยืนยันกันตั้งแต่ต้นบทความนี่เลยละว่า CX-3 เป็นรถคันหนึ่งที่มอบความสุขในการขับรถ
ให้ผมมากที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ถึงจะไม่ “ชนะเลิศ” แต่ก็มั่นใจจนพูดได้อย่าง
เต็มปากว่า “ถูกจริต” ของ J!MMY เป็นที่สุดในหลายๆด้าน

แต่…CX-3 ก็มีบางจุดที่ทำให้ต้องเอ่ยขึ้นอย่างจำใจ  “เธอเจ๋งมากนะ แต่เราอาจไปด้วยกันไม่ได้”

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบหนะ รออยู่ข้างล่างแล้วทั้งหมดครับ

เพียงแต่ว่า ก่อนจะเลื่อนลงไปอ่านบทสรุปในทันที เหมือนเช่นที่หลายๆคน ชอบทำกัน ผมคง
ต้องขอสาธยาย ประวัติที่มาที่ไปของ CX-3 ในเบื้องต้นกันเสียก่อน ตามธรรมเนียม…

2016_02_Mazda_CX_3_02

CX-3 เป็นรถยนต์นั่งพิกัด B-Segment Crossover SUV รุ่นใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาบน
พื้นตัวถังของ Mazda 2/Demio แต่ใช้ชิ้นส่วนอะไหล่  กับงานวิศวกรรมต่างๆ ร่วมกันกับ
ทั้ง Mazda 2/Demio ,Mazda 3/Axela และ Mazda CX-5 โครงการนี้เริ่มขึ้นในช่วงราวๆ
ปี 2009

เหตุผลที่ Mazda ตัดสินใจสร้างรถยนต์รุ่นนี้ ไม่มีอะไรในกอไผ่ครับ ในอดีตที่ผ่านๆมา
Mazda ไม่เคยมีรถยนต์นั่งประเภทนี้มาก่อน แต่เนื่องจากสถานการณ์ของตลาดรถยนต์
ทั่วโลก ช่วง 4 ปีมานี้ เริ่มเปลี่ยนไป ลูกค้าจากหลายประเทศ ทุกทวีป เริ่มมองหารถยนต์
ประเภท Small Crossover SUV คันเล็กแต่ยกสูง กันมากขึ้น เพื่อใช้งานในเมือง และ
เดินทางออกไปพักผ่อนต่างจังหวัดในระยะใกล้ๆ ทำให้ Mazda ต้องสร้าง CX-3 ขึ้นมา

ลูกค้ากลุ่มนี้ มีทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 25 – 40 ปี มีทัศนคติแบบ “คิดนอกกรอบ”
มีความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร มีความเป็นตัวของตัวเองสูง จะเลือกทำเฉพาะใน
สิ่งที่ตนชอบเท่านั้น ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีแบรนด์ที่ชอบเฉพาะตน มีกำลังซื้อ สูง และมี
การศึกษาสูง มีกิจกรรมวันพักผ่อน เช่น การออกกำลังกาย เล่นกีฬา ขี่จักรยาน และชอบ
ท่องเที่ยวต่างจังหวัด

Michio Toriyama ผู้ซึ่งเข้าร่วมงานกับ Mazda มาตั้งแต่ปี 1986 ถึงปัจจุบัน รับหน้าที่
เป็น Program Manager หัวหน้าวิศวกรโครงการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ การที่เขาเป็นคน
ชื่นชอบในด้านอากาศยาน ทำให้เขา นำความรู้และความเข้าใจในเรื่องเครื่องบิน มา
ประยุกต์ใช้กับการพัฒนา CX-3 อีกด้วย

Toriyama-san เล่าว่า “จุดมุ่งหมายในการพัฒนา CX-3 คือการ “สร้างมาตรฐานสำหรับ
รถยนต์ยุคใหม่” แทนที่เราจะมุ่งเน้นไปที่ค่าตัวเลขจากข้อมูลจำเพาะต่างๆ เรากลับย้อน
ไปที่กระดานวาดภาพแล้วถามตัวเองว่า “อะไรคือคุณค่าที่ลูกค้ามองหาในรถยนต์ยุคใหม่”
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ การพัฒนา CX-3 ให้เป็นรถยนต์ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในทุกอิริยาบถ
จากการขับขี่ในเมือง กับการเดินทางเพื่อความเพลิดเพลินในกิจกรรมกลางแจ้ง”

2016_02_Mazda_CX_3_Design_01

Yoishi Matsuda ผู้ซึ่งเข้าร่วมงานกับ Mazda เมื่อปี 1990 ในตำแหน่งนักออกแบบภายนอก
ตัวรถ ก่อนโอนย้ายไปออกแบบห้องโดยสาร จากนั้น เขาจึงถูกส่งไปร่วมโครงการออกแบบ
รถยนต์ร่วมกันระหว่าง Mazda Motor Europe GmbH และ Ford of Europe GmbH.
หลังจากนั้น เขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมออกแบบภายในของ Mazda 3 กับ Mazda CX-7
ต่อด้วยการรับตำแหน่ง ผู้จัดการโครงการ Mazda 3 รุ่นที่ 2 และ Mazda CX-5 อีกทั้งยังเป็น
หัวหน้าฝ่ายออกแบบ Mazda 6 Minorchange เวอร์ชันอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี 2011 ถึงตอนนี้
Matsuda-san เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Mazda CX-9 ควบคู่กับการรับตำแหน่งหัวหน้า
ทีมออกแบบของ CX-3 ปัจจุบัน เขาเลี้ยงนกกะตั้วไว้อยู่ที่บ้าน ขับ MX-5 รุ่นแรก และเพิ่งซื้อ
CX-3 สีน้ำตาลเป็นของตนเอง อย่างภาคภูมิใจ เล่าว่า…

“แนวคิดการออกแบบ CX-3 คือ “Express geniune beauty in a cutting-edge design ” หรือ
การแสดงให้เห็นถึงความงามอย่างแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในงานออกแบบในสไตล์ Cutting-edge”
เพราะลูกค้าของรถคันนี้ จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตตามรูปแบบที่ตนปรารถนาเท่านั้น ชีวิตพวกเขา
ช่างน่าตื่นเต้น และแสวงหาสิ่งใหม่ๆรอบตัวอย่างต่อเนื่อง ในโลกทุกวันนี้มันเป็นเรื่องยาก
ที่จะมีใคร ทำรถยนต์ หรือสินค้าอะไรก็ตามออกมาแล้วทำให้คนทั่วโลก รู้สึกว่า “นี่แหละ
ใช่เลย สิ่งที่ฉันต้องการ!” ดังนั้น ด้วยการออกแบบบนพื้นฐานของ Kodo Design แล้วนำมา
ประยุกต์ใช้กับ CX-3 จะช่วยให้รถคันนี้ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่มองว่ารถคันนี้
เหมาะสมกับ Life Style ของเขา คุณอาจจะเรียกว่านี่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความรัก ก็ได้

“ในเมื่อ Mazda ไม่เคยมีรถยนต์รุ่นนี้มาก่อน จึงเป็นโอกาสที่จะได้ทำสิ่งที่น่าสนใจ ดังนั้น
ผมจึงคิดว่า ไม่มีอะไรจะเสีย หากเราจะออกแบบรถยนต์สักคันในแบบที่เราชอบ กระนั้น
เราต้องการสร้างรถยนต์ที่สะท้อนความรู้สึกกระตือรือล้นของลูกค้า ผมจึงสนับสนุนให้
ทีมออกแบบ นำเอาความรู้สึกกระตือรือล้นอันเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ มาใช้ในการ
ร่างเส้นสายของรถคันนี้ โดยเน้นการทำงานตามความพึงพอใจของตนเอง

สิ่งที่ผมอยากให้ลูกค้าสัมผัสเป็นเรื่องแรกคือ เส้นสายด้านข้างของตัวรถ ที่มีลักษณะ Flow
(ไหล) เราเพิ่มความท้าทายในการแสดงออกทางเส้นสายให้ร้อนแรงมากขึ้น ขณะที่ยังคง
ยึดแนวทาง Kodo Design เป็นพื้นฐานหลัก ผมพูดซ้ำๆ กับทีมงานออกแบบว่า “เรามาทำ
ให้ตัวรถมีรูปแบบแห่งอนาคต” แทนที่จะร่างเส้นสายโดยอ้างอิง Trend การออกแบบของ
รถยนต์ในปัจจุบัน ผมอยากเห็นภาพเสมือนจริงของบางสิ่งบางอย่างจากอนาคตอันใกล้

มีคำสองคำ ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบตามแนวทาง Kodo Design คือ “เสน่ห์” และ “ศักดิ์ศรี”
คำว่า “เสน่ห์” (Fascination) นั้น พูดถึงความสง่างามที่ดึงดูดใจ ขณะเดียวกัน การออกแบบที่
เร้าอารมณ์จนทำให้เกิดความประทับใจครั้งแรก นั่นคือ “ศักดิ์ศรี” (Prestige)  ผมเชื่อว่า CX-3
ควรถ่ายทอดความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตอันชาญฉลาด ที่เปี่ยมด้วยปัญญาและการเคลื่อนไหวอัน
คล่องแคล่ว ว่องไว

ผมหวังว่า คุณจะพบกับ “ความสดใส”เมื่อได้เห็นรูปโฉมของ CX-3 ใหม่ และไม่มีอะไรให้
ผมมีความสุขมากเท่ากับที่ลูกค้าทุกๆคน มาบอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์กับรถใหม่คันนี้”

Yasuo Suzuki เข้าร่วมงานกับ Mazda ในปี 2004 เขาทำงานใน Studio ออกแบบการผลิต
และเป็นนักออกแบบภายนอกของ Mazda 6/Atenza รุ่นที่ 2 ต่อมาในปี 2007 เขาได้รับ
มอบหมายให้บินไปรับผิดชอบการออกแบบรถกระบะ Mazda BT-50 PRO รุ่นปัจจุบัน
ที่ Mazda Australia Pty. ก่อนจะบินกลับมา Hiroshima ในปี 2009 เขาทำงานกับรถยนต์
ทั้ง Mazda 2/Demio และ Mazda 3/Axela ก่อนจะถูกย้ายไปดูแลงานออกแบบ CX-3
งานอดิเรกของเขาคือ การปั่นจักรยานท่องเที่ยว ไปตามหมู่เกาะที่สวยงามรอบๆเมือง
Hiroshima เขาเล่าถึงการออกแบบ CX-3 ไว้ว่า

“เราตัดสินใจจะไม่ประณีประณอมในการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานออกแบบ
ที่จะกระทบต่อเงื่อนไชในการนำ CX-3 เข้าสู่กระบวนการผลิตจริง โดยเราจะต้องปฏิบัติ
ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านยานยนต์ ในระดับสากล อีกทั้งต้องทำตามมาตรฐาน
ของ Mazda ในด้านความสะดวกสบายของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้คนภายนอกที่มองมายัง
ตัวรถ อีกทั้งต้องสร้างความดึงดูดใจเอาไว้ด้วย นั่นไม่ใช่งานที่ง่ายเลย

ด้วยเหตุนี้ ภายใต้รายละเอียดนับไม่ถ้วน และการปรับแก้ในหลัก มิลลิเมตร เราได้พัฒนา
ให้ CX-3 มีรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวมากที่สุดในทุกจุด เช่น
ในขณะที่เราพิจารณาประสิทธิภาพการระบายความร้อน และตำแหน่งติดตั้งป้ายทะเบียน
เราเดินผ่านหุ่นจำลองต้นแบบ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า จนได้ตำแหน่งติดตั้งกระจังหน้ารวมทั้ง
แผ่นป้ายทะเบียนที่เหมาะสม แนวคิดเดียวกันนี้ ถูกใช้กับความสูงของแนวเส้นพาดผ่าน
ตัวถัง เราต้องการสร้างความแตกต่าง ระหว่างรูปร่างตัวถังที่หนา และห้องโดยสารที่มี
ขนาดกระทัดรัด แต่เมื่อเกิดปัจจัยใหม่ขึ้นมา เช่นทัศนวิสัยการมองเห็นรอบข้างลดลง
เราจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่ง เส้นแนวขอบกระจกหน้าต่างให้ต่ำลง เนื่องจาก
ความแตกต่างแค่ 5 หรือ 10 มิลลิเมตร มันเพียงพอที่จะทำลายรูปลักษณ์ของตัวรถได้
เราจึงมุ่งมั่นที่จะรักษาระดับ Proportion ให้เหมาะสม

รูปลักษณ์ด้านหน้าของรถ เป็นสิ่งที่ผมอยากอธิบายให้ผู้คนได้ทราบมากที่สุด เราให้ความ
สำคัญอย่างมากกับ เส้นสายที่สวยงาม และพื้นผิวที่ดูหนา จุดเด่นในการออกแบบด้านหน้า
ของตัวรถ คือ ปีกสัญลักษณ์ 3 มิติ ที่ผสานกับไฟหน้าแล้วดค้งไปตามแกนของตัวรถ เราได้
พัฒนาแนวเส้นดังกล่าวนี้ มาตั้งแต่รถยนต์ต้นแบบ Mazda Shinari ทว่า ใน CX-3 ถือเป็น
ครั้งแรกที่มันจะดูลงตัวอย่างมาก เมื่อนำเข้าสู่การผลิตจริง

ลองนึกถึงการมองเห็นด้านหน้าของ CX-3 จากกระจกมองหลัง ขณะที่คุณกำลังขับรถ
คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของแสงและเงาบนตัวถัง ช่วยเพิ่มบุคลิกให้ดูเข้มแข็ง และ
ทะมัดทะแมง ขณะที่ตัวรถกำลังแล่นผ่านคุณไปจนดวงตาของคุณ เหลียวมองตามท้าย
ของ CX-3 ที่แล่นแซงคุณไปแล้ว เมื่อมองจากระยะไกล มันต้องดูสะอาดตา และดูดี
เปี่ยมด้วยความน่าค้นหาอย่างน่าประหลาดใจ”

2016_02_Mazda_CX_3_03

Hiroaki Saito เข้าร่วมงานกับ Mazda ตั้งแต่ปี 1991 เขารับผิดชอบงานออกแบบภายใน
ของ Mazda MX-5 รุ่นที่ 3 (NC) รถตู้ Minivan Mazda Biante , Mazda CX-7 Facelift
Mazda CX-5 ,Mazda 3 รุ่นล่าสุด และตอนนี้กับ ตำแหน่ง นักออกแบบห้องโดยสาร
ของ CX-3 เขาชอบเดินทางไกลในวันพักผ่อนด้วย Mazda MX-5 รุ่นแรก ของตนเอง

Saito-san เล่าว่า “ผมเริ่มงานออกแบบภายในไปก่อนที่จะมีการตัดสินใจว่า เราจะใช้
แผงหน้าปัด จาก Mazda 2/Demio ในตอนแรก ผมก็สับสนที่ได้ยิน แต่ความคิดของผม
เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อได้เห็นว่า ผมสามารถสร้างสรรค์ ปรับปรุงงานออกแบบ
ได้อย่างเต็มที่ ความหลงใหลของผมในโครงการนี้ อย่างคลั่งไคล้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วย
กระตุ้นจิตใจ ให้ผมเพลิดเพลินกับการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตอนที่ทั้ง
ภายในและภายนอกรถ ถูกนำมาประกบเข้าด้วยกันเป็นครั้งแรก จนเกิดความรู้สึก
อยากทำงานนี้ต่อจนเสร็จ  ผมจึงเข้มงวดเป็นพิเศษเมื่อมาถึงขั้นตอนการสร้างแบบ
จำลองขนาดเท่าของจริงๆ

ตัวอย่างเช่น การตกแต่งมือจับประตูด้านใน ให้มีลักษณะของอลูมิเนียมกลึงที่มีขอบ
แบบขัดเงา สะท้อนถึงคุณภาพที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน เรากลึงชิ้นส่วน
จากบล็อกอลูมีเนียมแข็ง เพื่อสร้างชิ้นส่วนดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกัน
สำหรับการตกแต่งประตู ผมอยากให้ชิ้นส่วนของแผงกระแทกที่รองรับหัวเข่า ฝั่ง
ด้านข้างของแผงคอนโซลกลาง และที่วางแขนด้านข้าง ให้มีลักษณะเหมือน 3 มิติ
แต่มันก็ยากที่จะถ่ายทอดไปยังทีมวิศวกร ในการเตรียมผลิต ผมจึงสร้างโมเดลจาก
ดินเหนียวหลายแบบ จนได้ชิ้นส่วนตามต้องการ จากนั้น ผมก็คลุมชิ้นส่วนนี้ด้วย
วัสดุกันกระแทก และนำไปอธิบายให้วิศวกรฟัง ด้วยความประทับใจในรูปลักษณ์
ภายนอกของตัวรถ ผมจึงอยากจะสร้างสรรค์งานออกแบบห้องโดยสาร ที่ทำให้ทั้ง
ลูกค้า และคู่แข่ง ยอมรับในคุณภาพของการตกแต่งภายใน โดยไม่ต้องคิดมาก”

Yukina Kimura เข้าร่วมงานกับ Mazda เมื่อปี 2011 ในฐานะนักออกแบบสี และ
การตกแต่งภายใน เธอเคยมีส่วนร่วมในการพัฒนา Mazda 3 รุ่นล่าสุด ปัจจุบัน
รับหน้าที่ดูแลการออกแบบสีของ CX-3 เธอเคยศึกษาวิชาเอกในการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ที่มหาวิทยาลัย โดยให้ความสำคัญกับการทำให้ของใช้ต่างๆ เกี่ยวข้อง
กับชีวิตประจำวัน เธอยังเคยมีส่วนร่วมกับการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์
รวมทั้งอุปกรณ์สำหรับแฟชั่นโชว์ อีกด้วย

“ทันทีที่ได้เห็นรูปลักษณ์ภายนอกของรถคันนี้ ฉันคิดว่ามัน “เจ๋ง” มากๆ และ
ดูมี “อิสระ” ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจสร้างรูปแบบสี เพื่อการตกแต่งภายใน โดย
ไม่สนใจกับเรื่องของ “Class (ระดับชั้น)” หรือ รูปแบบประเภทของวัสดุ เรา
ทำงานร่วมกับนักออกแบบห้องโดยสาร เพื่อสร้างพื้นผิวและชิ้นงานออกมาให้
ดูดีที่สุด ฉันให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ กับความพิถีพิถันในรายละเอียดอันประณีต
และคุณภาพของชิ้นส่วน เพื่อให้บรรลุถึงระดับที่จะสะท้อนรสนิยมแบบผู้ใหญ่
ขณะที่ยังดูล้ำสมัยอย่างมีสไตล์

การเลือกใช้สีแดงเข้ม บริเวณล้อมรอบช่องแอร์วงกลมแบบเงานั้น เราได้พัฒนา
สีนี้เป็นพิเศษ เฉพาะ CX-3 ซึ่งจะสะท้อนรสนิยมแบบผู้ใหญ่ ที่ยังไม่เคยปรากฎ
มาใน Mazda รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ สีแดงดังกล่าวยังจะถูกใช้กับด้ายบนเบาะที่นั่ง
พื้นที่วางแขนบนแผงประตู และวัสดุรองหัวเข่าด้านข้างคอนโซลกลาง เราเลือก
สีแดงออกมามากกว่า 100 ตัวอย่าง แล้วคัดออกมาให้เหลือเพียงสีเดียว ฉันดูแล
ในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อให้แน่ใจว่า สีจะไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากตัวเม็ดสี
หรือสภาวะที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต (เช่นอุณหภูมิ และระยะเวลาเป็นต้น)

เบาะที่นั่งส่วนใหญ่มีพื้นผิวเรียบ จนมองว่าไม่ได้แตกต่างไปจากเดิม ฉันจึงคิดว่า
ควรจะเพิ่มลวดลายให้ตรงกับบุคลิกของ CX-3 ใหม่ ฉันมองไปที่วัสดุคุณภาพสูง
กว่าปกติ ด้วยการสัมผัสอย่างรอบคอบ ด้วยการรวมวัสดุที่แตกต่างกัน เข้าไว้ด้วยกัน
แล้วเพิ่มลวดลายเข้าไป เช่นการรวมหนังสีขาวงาช้าง (ไม่มีจำหน่ายในไทย) กับผ้า
แบบ Lux Suede เมื่อนำมาทำเป็นเบาะนั่ง ยิ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นอย่างแตกต่าง
ให้กับ CX-3 ได้มาก ขณะเดียวกัน ฉันนำเตารีดมาทดลองรีดผ่านชิ้นส่วนของวัสดุ
ตัวอย่าง เพื่อหาความเงางามในระดับที่ฉันต้องการ

สำหรับสีขาว Ceramic White อันเป็นสีพิเศษเฉพาะใน CX-3 นี้ การพัฒนาเริ่มขึ้น
จากการมองหาสีเงิน ที่มีความเงางาม เหมาะกับเส้นสายตัวถังอันล้ำหน้าของ CX-3
ฉันมองเห็น 2 ทางเลือกที่เป็นไปได้ นั่นคือ สีเงิน Classic ที่สะท้อนในเงามืดได้
อย่างชัดเจน กับสี Ceramic White Metallic ซึ่งดูคล้ายของแข็งที่มีแสงเงาเคลือบอยู่
เราทดสอบโดยการพ่นสีตัวอย่างลงบน Mazda 6 ใหม่ พบว่า สีเงินใหม่ ไม่ได้ถึงกับ
ประทับใจเรามากนัก แต่พอพ่นลงไปบน CX-3 มันกลับลงตัวอย่างมาก จนเป็นคู่สีที่
ดูดีมากสำหรับรูปลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งและสว่างของ CX-3″

2016_02_Mazda_CX_3_04

เมื่อการเตรียมงานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ Mazda ก็นำ CX-3 ไปเปิดตัว
ไกลถึงงาน Los Angeles Auto Show ที่มลรัฐ California ในวันที่
19 ตุลาคม 2016 และเริ่มขึ้นสายการผลิต ช่วงต้นปี 2015 จากนั้น
จึงจัดงานเปิดตัวสู่ตลาดแดนอาทิตย์อุทัย เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2015

สำหรับตลาดเมืองไทย Mazda นำ CX-3 เข้ามาประกอบที่โรงงาน
Auto Alliance (Thailand) โดยได้ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 800 ล้านบาท
เพิ่มเติมจากการลงทุน 11,000 ล้านบาท ในโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติ
และอีก 3,000 กว่าล้านบาท ในโรงงานผลิตเครื่องยนต์ Skyactiv โดย
มีพิธีเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2015 ก่อน
จะจัดงานแถลงข่าว เพื่อเปิดตัว CX-3 เวอร์ชันไทย ทั้ง 5 รุ่นย่อย เมื่อ
10 พฤศจิกายน 2015 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 6,000 คัน/ปี

2016_02_Mazda_CX_3_05

CX-3 มีขนาดตัวถัง ยาว 4,275 มิลลิเมตร กว้าง 1,765 มิลลิเมตร สูง 1,550 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อคู่หน้า / หลัง 1,525 – 1,520 มิลลิเมตร
ระยะห่างพื้นใต้ท้องรถกับพื้นถนน (Ground Clearance) 160 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกับ Mazda2 Hatchback รุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีความยาว 4,060 มิลลิเมตร กว้าง
1,695 มิลลิเมตร สูง 1,495 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร จะพบว่า CX-3
มีขนาดยาวกว่า 215 มิลลิเมตร กว้างกว่าเพียง 70 มิลลิเมตร และสูงกว่าเพียงแค่
55 มิลลิเมตร แต่ทั้งคู่จะมีระยะฐานล้อยาวเท่ากัน

แหงละ ก็สร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง (Platform) เดียวกันนี่หว่า…

ทว่า หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งตรงพิกัด อย่าง Honda HR-V ซึ่งมีตัวถังยาว 4,294
มิลลิเมตร กว้าง 1,772 มิลลิเมตร สูง 1,605 มิลลิเมตรระยะฐานล้อ 2,610 มิลลิเมตร
จะพบว่า CX-3 สั้นกว่า 19 มิลลิเมตร แคบกว่าแค่เพียง 7 มิลลิเมตร เตี้ยกว่ากัน 55
มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ สั้นกว่า 40 มิลลิเมตร สรุปง่ายๆ คือตัวเล็กกว่า แต่ก็
ไม่ได้มากมายอย่างที่เข้าใจกัน

2016_02_Mazda_CX_3_06

รูปลักษณ์ภายนอกของ CX-3 ยังคงยืนหยัดอยู่บนพื้นฐาน แนวทาง
การออกแบบ Kodo Design (จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว) มา
ช่วยเสริมให้ตัวรถ ดูโฉบเฉี่ยว กระฉับกระเฉง แต่มั่นคง และพร้อมจะ
พุ่งไปข้างหน้า

จุดเด่นของเส้นสายบนตัวรถมีทั้งสิ้น 4 ประการ นั่นคือ การลากเส้น
จากกระจังหน้า ให้โค้งยาวต่อเรื่องไปจนถึงบานประตูคู่หลัง เสริมให้
ซุ้มล้อหน้า เด่นเด้งขึ้นมา สร้างบุคลิกพร้อมพุ่งทะยาน แม้จอดอยู่นิ่งๆ

เสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ลากถอยหลังไปวางไว้ในตำแหน่งที่สมดุล
กระจังหน้า 5 เหลี่ยม ตั้งชัน เพื่อความสวยงาม และเพื่อสร้างแรงกด
Down Force ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ร่วมกับแนวฝากระโปรงหน้า

ซุ้มล้อทั้ง 4 ถูกเสริมกาบข้างพลาสติกกันกระแทก สีดำด้าน เพื่อเสริม
ความทะมัดทะแมงให้ตัวรถมากขึ้น เสาหลังคาคู่หลังสุด พ่นสีดำ เพื่อ
ให้เชื่อมต่อแนวหน้าต่างรอบคัน ต่อเนื่องจากฝั่งซ้ายจรดขวา และชุด
ไฟท้ายที่ออกแบบมาให้ สอดรับกับช่องใส่ป้ายทะเบียนหลัง ทั้งหมด
ก็เพื่อให้ตัวรถ สวยงาม และได้ Proposion (ได้สัดส่วน) ที่ถูกต้อง

เมื่อผมลองยืนเทียบกันกับตัวรถ ต้องยอมรับครับว่า ดูเหมือนน้องนุช
สุดท้องจากตระกูล Kodo Design คันนี้ จะเล็กกว่า HR-V แต่ก็ไม่มาก
อย่างที่คิด เพราะด้วยการออกแบบเส้นสายต่างๆ ที่เน้นความโฉบเฉี่ยว
ในแบบที่ทำให้เกิดความมีชีวิตชีวา แต่ไม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน อีกทั้ง
การปรับเปลี่ยนให้เสาหลังคาคู่หลัง เป็นสีดำ เพื่อลากให้แนวหน้าต่าง
เกิดความต่อเนื่อง ยาวไปจนถึงกระจกบังลมด้านหลัง ทำให้ตัวรถนั้นดู
กระฉับกระเฉง และไม่ชวนให้รู้สึกว่า เล็กหรือใหญ่เกินไป พูดง่ายๆ คง
ต้องใช้คำภาษาอังกฤษว่า Just Size! หรือ ขนาดแบบนี้แหละที่พอดี

เพียงแต่อาจต้องทำใจเรื่องพื้นที่ด้านหลังรถกันสักหน่อย ว่ามันยังคง
เล็กไปอยู่ดี เมื่อเทียบกับ HR-V

2016_02_Mazda_CX_3_Interior_01

ระบบล็อกประตู ของทุกรุ่น ใช้กุญแจรีโมทแบบ Smart Keyless Entry เพียง
พกรีโมทไว้กับตัว เดินเข้าไปใกล้บานประตูคู่หน้า ฝั่งคนขับ หรือฝั่งผู้โดยสาร
คุณก็สามารถกดปุ่มสีดำ บนมือจับประตู แล้วเปิด หรือสั่งล็อกประตูได้ทันที

แน่นอนว่า ระบบนี้ ย่อมต้องมาพร้อมกับ สวิตช์กดติดเครื่องยนต์ Push Start
มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น และเช่นเดียวกับ Mazda ทุกรุ่น คุณต้อง
เหยียบเบรกก่อนติดเครื่องยนต์ ทุกครั้ง มิเช่นนั้น คุณก็จะวนอยู่แค่เพียงการ
เปิด – ปิดระบบไฟฟ้าภายในรถ (Accessory ON หรือ OFF) เป็นเหตุผลด้าน
ความปลอดภัย

เสียดายว่า ไม่มีสวิตช์ปลดล็อกฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง มาให้เหมือน
บรรดา Mazda ตัวถัง Sedan คันอื่นๆ

2016_02_Mazda_CX_3_Interior_02_02

ช่องทางเข้า – ออกจากบานประตูคู่หน้า มีขนาดไม่เล็ก และไม่ใหญ่โต ถึงจะดู
พอดีๆ กับตัวรถ แต่การลุกนั่ง เข้า – ออก ก็ทำได้ในระดับใกล้เคียงกับ Mazda 2
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณปรับเบาะนั่งลงต่ำแค่ไหน และสรีระของคุณมีขนาดเท่าใด

หากคุณเป็นคนตัวผอม ย่อมไม่มีปัญหาในการลุกเข้า – ออกจากรถคันใดในโลก
รวมทั้ง CX-3 ด้วย แต่ถ้าคุณตัวใหญ่ผิดมนุษยมนา การลุกเข้า – ออกจาก CX-3
อาจต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้ศีรษะ ไปโขกถูกเสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ที่
ลาดเอียงพอประมาณ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการออกแบบตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า ให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม
ที่เรียกว่า Sweet Spot ทำให้ทุกๆคน สามารถ หย่อนก้นลงไปนั่งได้สบายพอดีๆ
และเหวี่ยงขาลุกออกจากรถได้ง่ายดายขึ้น (ถ้าไม่สนใจว่า ปีกข้างของเบาะนั่ง
มันจะเสียรูปทรง เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า)

แผงประตูด้านข้าง ถึงจะดูคล้าย Mazda 2 แต่ก็แตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งการบุด้วย
ผ้าสักกะหลาด ตัดสลับกับหนัง บริเวณพื้นที่วางแขน (เฉพาะทั้งรุ่น 2.0 SP และ
1.5 XDL หุ้มด้วยหนังสีแดง ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากสีแดงกว่า 100 เฉดสี)

ขณะเดียวกัน พื้นที่รอบแผงสวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า เป็นพลาสติก กัดขึ้นรูป
ออกมาเป็นลายแบบ Carbon Fibre ส่วนมือจับประตู และแผงประดับรอบข้างนั้น
เปลี่ยนมาใช้สีเงิน Stainless Steel ที่เพิ่มบุคลิก Premium ขึ้นไปอีกจนใกล้เคียง
รถยนต์ยุโรประดับหรูมากขึ้น

ตำแหน่งวางแขนบนแผงประตูคู่หน้านั้น แม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะวาง
ข้อศอกได้สบายๆ ทว่า ด้วยการออกแบบแผงประตู บริเวณใกล้ตำแหน่งข้อศอก
บีบเข้ามามากเกินไป จึงไม่อาจวางแขนได้ดีเท่าที่ควร มาในสไตล์เดียวกันกับ
Mazda 2 ไม่มีผิด

ท่อนล่างของแผงประตู มีช่องวางขวดน้ำขนาดใหญ่ สามารถใส่ขวดน้ำขนาด
7 บาท ได้ถึง 2 ขวด พร้อมๆกัน! แต่เหลือพื้นที่สำหรับใส่สมุดจดงาน หรือของ
จุกจิกต่างๆ ไม่ถึงกับมากมายนัก

งานออกแบบจาก CX-9 CX-7 และ CX-5 ที่ผมชื่นชอบ ซึ่งถูกถ่ายทอดมาสู่ CX-3
ด้วย นั่นคือ การออกแบบให้ชายขอบประตูด้านล่าง คลุมปิดทับพื้นที่กรอบประตู
ด้านล่างทั้งหมด ข้อดีก็คือ เวลาไปลุยโคลนมา แล้วคุณจะต้องเข้าไปนั่ง หรือลุก
ออกจากรถ ขากางเกงจะไม่ต้องเปื้อนเศษโคลนซึ่งติดอยู่ที่ชายล่างของตัวรถเลย
เป็นงานออกแบที่ผมอยากให้ ผู้ผลิตค่ายยุโรป ทั้ง Mercedes-Benz และ BMW
เอาไปใช้เสียบ้าง เพราะที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าชาวยุโรป แทบไม่คำนึงถึงปัญหานี้!

2016_02_Mazda_CX_3_Interior_03

แม้ในต่างประเทศ CX-3 จะมีโทนสีภายในห้องโดยสารให้เลือกอยู่ 3-4 แบบ แต่
สำหรับเวอร์ชันไทย จะได้ใช้ภายในห้องโดยสารสีดำ เพียงแบบเดียว ด้วยเหตุผล
ที่ว่า ผลวิจัยจากการทำสำรวจความคิดเห็นกับกลุ่มลูกค้าตัวอย่าง ช่วงก่อนเปิดตัว
ส่วนใหญ่ต้องการภายในรถเป็นสีดำ เพราะดูสปอร์ต หากเลอะหรือเปรอะเปื้อน ก็
มองเห็นยาก แถมยังทำความสะอาดง่าย

เบาะนั่งคู่หน้า ปรับเอนและเลื่อนขึ้นหน้า – ถอยหลัง ได้ด้วยคันโยก ไม่มีเบาะไฟฟ้า
มาให้เลย เช่นเดียวกัน ตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ ปรับระดับสูง – ต่ำได้มากพอสมควร
ด้วยคันโยกกลไก ด้านข้างลำตัวฝั่งขวา

ตำแหน่งเตี้ยสุด ก็ยังสูงกว่าเบาะนั่งของ ทั้ง Mazda 2 และ Mazda 3 ใหม่ แต่ยัง
เตี้ยกว่าเบาะของ CX-5 นิดหน่อย พื้นที่เหนือศีรษะสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร
ด้านหน้า ก็ยังเหลือเฟือ ขณะที่แผงควบคุมตรงกลาง จะมีขนาดกำลังดี ไม่เบียด
เข้ามามากนัก

ทันทีที่คุณเห็นเบาะคู่หน้า อย่าได้แปลกใจเลยว่าคุ้นตาที่ไหน เพราะความจริงแล้ว
มันคือ เบาะนั่งคู่หน้า ยกชุดมาจาก Mazda 2 ทั้งดุ้น นั่นเอง!

เพียงแต่ว่า ความแตกต่างสำคัญ อยู่ที่ การเลือกใช้โทนสี กับวัสดุหนังหุ้มเบาะ ซึ่งมี
เรื่องประหลาดนิดหน่อย เพราะรุ่น 2.0 E และ 2.0 C นั้น ใช้หนังซึ่งมีพื้นผิวสัมผัส
ที่ดีขึ้นมาก ดุจเบาะหนังในรถเก๋ง Premium ราคาแพงกันเลยทีเดียว

แต่พอเป็นรุ่น 2.0 S , 2.0 SP และ 1.5 XDL กลับได้ใช้หนังเกรดพอๆกับ Mazda 2
เพียงแต่ว่า บริเวณกลางเบาะรองนั่ง และพนักพิงหลัง จะตัดสลับด้วยผ้ากำมะหยี่
สังเคราะห์ Lux Suede อย่างดี เย็บเข้ารูปด้วยด้ายและแถบสีแดง คาดแนวขวาง
แต่จะไม่มีแถบสีแดง คาดตามยาวจากด้านบนของพนักพิงหลัง จรดขอบล่างของ
เบาะรองนั่งแบบ Mazda 2

พนักศีรษะ ยกชุดมาจาก Mazda 2 และ Mazda 3 ซึ่งเมื่อลองขับเป็นระยะทางนานๆ
ผมพบอาการดันกบาล จนเมื่อยกระดูกต้นคอ แบบเดียวกับที่พบใน พี่ๆทั้ง 2 รุ่นเปี๊ยบ
เพียงแต่ว่า ผมลองแก้ปัญหาด้วยการ ปรับพนักพิงหลังเอนลงไป 1 ตำแหน่ง เพื่อช่วย
ลดความเมื่อยล้าดังกล่าว จนพอให้ใช้ชีวิตอยู่กับพนักศีรษะเจ้ากรรมนี่ได้บ้าง

เมื่อไหร่ Mazda จะแก้ปัญหา พนักพิงดันกบาลนี่เสียทีนะ มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมยอม
ทิ้ง CX-3 , Mazda 2 และ Mazda 3 ออกจาก List รถใหม่ที่กำลังจะซื้อเลยจริงๆ!

พนักพิงเบาะนั่งคู่หน้า นี่ก็เหมือนกันอีก คือใช้ฟองน้ำนุ่มขึ้น ปีกด้านข้างพนักพิงหลัง
อาจยังรั้งตัวคนขับไว้ได้ไม่ดีพอ ในขณะเข้าโค้งหนักๆ

ส่วนเบาะรองนั่ง แม้จะนุ่มสบาย แต่ยังคงสั้นไปหน่อย เหมือนกับ Mazda 2 หากเพิ่ม
ความยาวอีกนิด น่าจะช่วยรองรับต้นขา ช่วงข้อพับ ได้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น ปีกด้านข้าง
ของเบาะรองนั่ง ยังยืดหยุ่นตัวสูง เพื่อลดความเสียหายจากการลุกเข้า – ออกจากรถบ่อยๆ
แต่ถ้าคุณมีน้ำหนักตัวมาก โอกาสที่ปีกข้างอาจล้มหรือเสียทรง ก็เป็นไปได้สูง

อีกข้อที่ควรจะปรับปรุงกันนั่นคือ Mazda ควรพิจารณา หาพนักวางแขนสำหรับคนขับ
มาติดตั้งให้กับทั้ง CX-3 กับ CX-5 และ Mazda 2 เสียที เพราะการไม่มีพนักวางแขน
แบบพับเก็บได้นั้น มันลดทอนความสบายของผู้ขับขี่ ขณะติดแหงก ท่ามกลางสภาพ
การจราจรอันแสนจลาจลของกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ๆของประเทศไทย
ไปมากเลยทีเดียว!

เข็มขัดนิรภัยสำหรับเบาะคู่หน้า เป็นแบบ ELR 3 จุดปรับระดับสูง – ต่ำ ได้

2016_02_Mazda_CX_3_Interior_04 - Copy

ช่องทางเข้า – ออก จากบานประตูคู่หลัง มีขนาดพอดีๆ สำหรับคนตัวเล็กๆ ถึงปานกลาง
แต่สำหรับคนตัวใหญ่อย่างผมแล้ว บานประตูคู่หลัง มันมีขนาดใหญ่กว่า Nissan Juke
แค่เพียงนิดเดียว และมีขนาดเล็กกว่า Honda HR-V ชัดเจน ทำให้เข้า – ออก พอได้
แต่ไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร

การก้าวเข้า – ออก อาจต้องใช้ความระมัดระวัง กับทั้งศีรษะ ซึ่งต้องก้มลงไปมากหน่อย
ไม่เช่นนั้น อาจโขกกับขอบหลังคาด้านบนได้ รวมทั้งเป้ากางเกง ที่อาจแหกขาดได้ถ้า
ก้าวขาขึ้น – ลง ไม่ดี

เอาน่า…ไม่เลวร้ายเท่า Nissan Juke ละกัน!

แผงประตูด้านข้าง ออกแบบในทิศทางเดียวกับ บานประตูคู่หน้า ไม่มีผิด พนักวางแขน
บนแผงประตู มีตำแหน่งเหมาะสม ในการวางแขน แต่กลับออกแบบให้บีบเข้ามาจนวาง
ข้อศอกแทบไม่ได้ หุ้มด้วยหนังสีแดง เช่นเดียวกัน

ด้านล่างสุดมีช่องใส่ ขวดน้ำดื่มขนาด 7 บาท ได้พอดี 1 ช่อง กระจกหน้าต่างเลื่อนลงได้
แต่ไม่สุดขอบรางกระจก มีมือจับศาสดา (ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ขณะผู้ขับขี่กำลังซิ่งท้านรก)
มาให้ครบเหนือบานประตูทั้ง 4 ตำแหน่ง

2016_02_Mazda_CX_3_Interior_05

การออกแบบแผงประตูด้านข้างในลักษณะที่บีบแคบเข้ามาเช่นนี้ ส่งผลกระทบให้
การนั่งโดยสารบนเบาะหลัง ไม่สบายเท่าที่ควร ไม่ว่าคุณจะตัวเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่
คุณจะต้องเจอนั่นคือ แผงประตูที่บีบและเบียดเข้ามาทางด้านข้าง มันทำให้ พื้นที่
ระยะห่างจากลำตัวของคุณ กับแผงประตู ลดน้อยลงไปมาก จนแทบไม่เหลือเลย
แผงประตูจะเบียดท่อนแขนของคุณไปตลอดการเดินทาง น่ารำคาญเอาเรื่อง

พนักพิงหลัง ดูเหมือนจะนุ่ม เฟิร์มกำลังดี แต่เอาเข้าจริง ก็แอบแข็งอยู่เหมือนกัน
มุมองศาการเอียงเหมาะสมกับรถประเภทนี้ (แม้บางคนจะบอกว่า ตั้งชันไปหน่อย
ก็ตาม) น่าเสียดายที่ปรับเอนไม่ได้เลย

การรองรับแผ่นหลังไม่ถึงกับดีมาก นั่งลงไปแล้ว แผ่นหลังสัมผัสได้ว่า มันเรียบ
คล้ายๆกับการนั่งเอาหลังพิงลงบนไม้กระดานหุ้มนวมบางๆ อีกทั้งยังไม่มีพนัก
วางแขนแบบพับเก็บได้มาให้เลย สมกับเป็น Mazda ผู้ที่สร้างรถเอาใจแต่คนขับ
อย่างเดียวจริงๆ สมกับเป็น Mazda ผู้ที่สร้างรถเอาใจแต่คนขับ อย่างเดียวจริงๆ

พนักศีรษะ ถึงจะใช้นิ้วกดลงไปแล้ว เหมือนจะนุ่ม แต่พอใช้งานจริง ค่อนข้างแข็ง
เอาเรื่องเลยละ แถมต้องยกปรับระดับขึ้นมาใช้งานจริง จึงจะรองรับศีรษะได้พอดี
เป็นเช่นนี้ ทั้ง 3 ตำแหน่ง

ยังดีที่เบาะรองนั่ง แม้จะสั้น แต่มาในสไตล์ หนานุ่ม ดุจโซฟาหนังหุ้มนวมอย่างดี
รองรับบั้นท้ายได้ผ่อนคลาย สบายใช้ได้เลยทีเดียว ทำให้คะแนนรวมของเบาะหลัง
ยังคงไม่ติดลบไปมากนัก

พื้นที่วางขา? ขึ้นอยู่กับความกรุณาปราณี ของผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ว่าจะ
ปรับเบาะคู่หน้า ถอยร่นลงมา มากน้อยแค่ไหน หากคนขับตัวสูงใหญ่ ต้องปรับให้
เบาะถอยลงมามาก คุณก็แทบจะไม่เหลือพื้นที่วางขาเลย แต่ถ้าคนขับตัวไม่สูงนัก
จนต้องปรับเบาะหน้า ไปให้ชิดกับพวงมาลัยมากขึ้น พื้นที่ Leg Room ก็จะเหลือ
เพียงพอให้วางขาได้สบายกำลังดี ในระดับที่ชวนให้นึกถึง Leg Room ของ ทั้ง
Mazda 2 และ Mazda 3 รุ่นปัจจุบัน

พื้นที่เหนือศีรษะ? สำหรับคนตัวสูง 170 เซ็นติเมตร ยังพอมีพื้นที่ว่างเหลือให้เอา
นิ้วมือสอดแทรกกลาง เข้าไปได้อีก 3 นิ้วพอดีๆ ดังนั้น ถ้าคุณตัวสูงไม่เกินไปกว่า
175 เซนติเมตร จะไม่มีปัญหาในการนั่งบนเบาะหลังของ CX-3 แต่ถ้าเกินกวานั้น
ขอแนะนำว่า ตบตีแย่งชิงสิทธิในการนั่งเบาะหน้ามาให้ได้เถอะ!

เข็มขัดนิรภัยสำหรับเบาะแะวหลัง เป็นแบบ ELR 3 จุด ครบทุกตำแหน่ง เสริมด้วย
จุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็กมาตรฐาน ISOFIX มาให้ที่ฐานพนักพิงหลังทั้ง 2 ฝั่ง

เบาะหลัง สามารถแบ่งพับได้ในอัตราส่วน 60 : 40 ตามมาตรฐานของ Crossover
SUV ทั่วๆไป (ลองพับไม่ได้ดูสิ จะได้โดนลูกค้าด่าหูชาอ่วมอรทัยกันไปเลย) วิธี
การพับ ก็ไม่ยากเย็น มีตัวปลดล็อก บริเวณบ่าของพนักพิงหลัง ติดกับสายเข็มขัด
นิรภัย ทั้งฝั่งซ้ายและขวา กดลงไป แล้วดึงพนักพิงหลัง พับลงมาได้เลยทันที ถ้า
จะปรับตำแหน่งคืนที่เดิม ก็ยกพนักพิงขึ้น ดันกลับขึ้นไปจนลงล็อก แค่นั้น

Previous Post

N1910053 อก มาส งอาหาร งเอ ญเจอพ ออย บช part2

Next Post

N1910049 วพ กาsขายส หญ งไม part2

Next Post
N1910049 วพ กาsขายส หญ งไม part2

N1910049 วพ กาsขายส หญ งไม part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.