ใจเย็นๆคร้าบ ตามธรรมเนียม เราก็ต้องย้อนอดีตเพื่อเกริ่นกันถึงที่มาที่ไปใน
การถือกำเนิดของ B-Segment Sub-Compact Hatchback รุ่นนี้กันเล็กน้อย
ย้อนไปไม่ไกลครับ แค่ราวๆ 12 ปีมานี้เอง!

ย้อนกลับไปในทศวรรษ 2000 ความร้อนแรงของ Honda Fit / Jazz รุ่นแรก
ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2001 จุดชนวนทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเกือบ
ทุกค่าย ต่างคัดสินใจพัฒนารถยนต์ B-Segment Sub-Compact Hatchback
รูปทรงแบบ Minivan ออกมาขายแข่งกับ Honda ด้วย
Nissan ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่กระโจนเข้าร่วมทำศึกในครั้งนี้ หลังจากประสบ
ปัญหาเกือบล้มละลาย จน Carlos Ghosn จากกลุ่ม Renault ฝรั่งเศส เข้ามา
ฟื้นฟูกิจการจนกลายเป็น Renault-Nissan Alliance ในปี 1999 และทำกำไร
ได้ภายใน 2-3 ปี
Nissan ใช้เวลาในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ราวๆ 3 ปีเศษๆ บนพื้นตัวถังร่วมกับ
Renault Modus Sub-Compact หลังคาสูง ที่ขายดีในยุโรป จากนั้นอีกไม่นาน
สาธารณชนทั่วโลกจึงได้รับรู้ว่า พวกเขา เอาจริงกับตลาดรถยนต์ B-Segment
Minivan Hatchback ผ่านการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Nissan TONE Concept
เป็นครั้งแรกในงาน Paris Motor Show เมื่อ 1 ตุลาคม 2004 แสดงให้เห็นถึง
แนวคิดที่จะสร้างรถยนต์ขนาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใช้สอยภายในอเนกประสงค์ ซึ่ง
ในตอนแรก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เหมือนกันว่า Nissan กำลังคิดจะทำ
Honda Fit / Jazz ในเวอร์ชันของตนเอง เพื่อหวังบุกตลากญี่ปุ่นและยุโรป
เป็นหลัก

หลังจากนั้นไม่นาน Nissan ก็เปิดตัว เวอร์ชันจำหน่ายจริงของรถยนต์ต้นแบบ
คันดังกล่าวออกขายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยเปลี่ยนชื่อจาก Tone เป็น Note
รหัสรุ่น E11 เมื่อ 19 มกราคม 2005 และได้รับความนิยมอย่างสูงมากในตลาด
แดนปลาดิบ
Note รุ่นแรก มีตัวถังยาว 4,020 มิลลิเมตร กว้าง 1,690 มิลลิเมตร สูง 1,535
มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร เวอร์ชันญี่ปุ่น มีเฉพาะเครื่องยนต์
HR15DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
78 x 78.4 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.5 : 1 หัวฉีดอีเล็กโทรนิคส์ EGI (ECCS)
109 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.1 กก.-ม.ที่ 4,400
รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า ด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วน
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ e-4WD จะเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
E-ATx
พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS ส่วน
ระบบกันสะเทือนหน้า เป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม
ระบบห้ามล้อ เป็นแบบหน้าดิสก์เบรกมีรูระบาความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก
เสริมตัว่วยทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบ
เพิ่มแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน Break Assist ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์
มาตรฐาน ฯลฯ
ส่วนเวอร์ชันยุโรป เปิดตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show 2005
เมื่อ 18 กันยายน 2005 แต่กว่าจะพร้อมจำหน่ายจริง ต้องรอข้ามปีจนถึง
งาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม 2006 แต่ สหราชอาณาจักร
คือประเทศแรกในยุโรป ที่ เปิดตัว Note ในวันที่ 1 มีนาคม 2006
Note รุ่นแรก เวอร์ชันยุโรป มีการตกแต่งภายนอกและภายในบางรายการ
ที่จะแตกต่างปจากเวอร์ชันญี่ปุ่น เช่น การเสริมคิวกันกระแทกที่ด้านข้าง
ของประตูทั้ง 4 บาน และคิ้วสีดำขนาดใหญ่ที่เปลือกกันชนหน้า – หลัง กับ
ชุดมาตรวัดพื้นสีขาวและชุดเครื่องเสียง ที่เหมาะกับการทำตลาดในยุโรป
เครื่องยนต์ มีให้เลือก 3 แบบ เป็นเบนซิน 2 รุ่น และ Diesel 1 รุ่น ดังนี้
– CR14DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,386 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
73.0 x 82.8 มิลลิเมตร กำลังอัด 9.8:1 หัวฉีด EGI ECCS 88 แรงม้า (PS)
ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร (14.0 กก.-ม.) ที่ 3,200
รอบ/นาที มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พ่วงเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
– HR16DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,598 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
78.0 x 83.6 มิลลิเมตร กำลังอัด 11.2 : 1 หัวฉีด EGI ECCS 110 แรงม้า (PS)
ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตันเมตร (15.5 กก.-ม.) ที่ 4,400
รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ 4 จังหวะ
– K9K 764 / 832 Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,461 ซีซี กระบอกสูบ x
ช่วงชัก 76 x 80.5 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.2 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดผ่าน
รางแรงดันสูง dCi (diesel Common-rail injection) พ่วงระบบอัดอากาศ
Turbocharger 88 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200
นิวตันเมตร (20.38 กก.-ม.) ที่ 2,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้า พ่วง
เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ จาก RENAULT มาให้เลือกด้วย

จากนั้น ในงาน Tokyo Motor Show เดือนตุลาคม 2005 Nissan จับมือกับ
ผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังจากเยอรมนี อย่าง Adidas ทำรถยนต์
ต้นแบบ เวอร์ชันพิเศษออกมา ในชื่อ Nissan Note Adidas Concept เพื่อ
หวังจะหาแนวทางการทำตลาดร่วมกันในลักษณะ Collaboration Partner
แต่น่าเสียดายว่า หลังจากงานดังกล่าว ก็ไม่มีการสานต่อโครงการนี้จากทั้ง
Nissan และ Adidas อีก ทำให้รถต้นแบบคันนี้ ไม่อาจนำมาผลิตขายได้จริง
การปรับปรุงอุปกรณ์มีขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง เริ่มจาก 21 ธันวาคม 2005 เพิ่ม
รุ่นย่อยใหม่ 15S V Package และ 15S FOUR V Package รวมทั้งเพิ่ม
อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เบาะผ้าและผ้าบุแผงประตูลายใหม่ ทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น
15RX) เพิ่มพนักวางแขนสำหรับคนขับเป็นอุปกรณ์มาตรฐานครบทุกรุ่น
(ยกเว้นรุ่นล่าง 15S, 15S FOUR) เพิ่ม Trim ประดับสีเงิน ที่ชุดมาตรวัด
สวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า และคันเกียร์ (เฉพาะ รุ่น 15S V package,
15S FOUR V package, 15E, 15E FOUR) เพิ่มวงแหวนสีเงิน ประดับที่
สวิตช์เครื่องปรับอากาศสีดำ (เฉพาะ 15RX) สวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า
เปลี่ยนเป็นสีดำ (เฉพาะ 15RX) เพิ่มภายในสี salsa green interior เป็น
Option ใหม่ให้เลือก (เฉพาะ 15S V package, 15S FOUR V package,
15E, 15E FOUR) เพิ่มระบบนำทาง Simple DVD navigation system
ให้เลือกเป็น option, เพิ่ม 2 สีตัวถัง (sherry silver, bright kappa) กับ
ชุดไฟหน้า brilliant type halogen (เฉพาะรุ่น 15S V package, 15S
FOUR V package, 15E, 15E FOUR)

เว้นว่างมาจนถึง 8 มกราคม 2008 Note รุ่นปรับโฉม Minorchange จึง
พร้อมออกสู่ตลาด เปลี่ยนชุดไฟหน้า ฝากระโปรงหน้า และเปลือกกันชน
ด้านหน้าใหม่ แถมยังเปลี่ยนกระจังหน้าลายใหม่ ประดับแถบโครเมียม
โดยเลือกได้ตามรุ่นย่อย ทั้งสีเดียวกับตัวถัง หรือสี Gun Metallic และ
เพิ่มสีตัวถังใหม่ 3 สี ได้แก่Titanium Pearl Metallic Blue Turquoise,
Titanium Metallic Frosty Green กับ Pearl Metallic Amethyst Gray
ส่วนภายในห้องโดยสาร ก็ปรับการตกแต่งใหม่ เพิ่มรุ่น Plus Navi HDD
ซึ่งจะติดตั้งชุดเครื่องเสียงพร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่
จากฮาร์ดดิสก์ขนาด 30GB พร้อมจอมอนิเตอร์สี 7 นิ้ว รองรับ TV , VICS
Music Stocker รวมทั้งกระจกสีเขียว แบบกันรังสี UV ฯลฯ ตั้งเป้ายอด
ขายในญี่ปุ่น เดือนละ 4,000 คัน ราคา 1,354,500 – 1,865,850 เยน
นอกจากนี้ Autech Japan ยังเพิ่มรุ่นย่อยพิเศษ Note Rider ตกแต่งใน
สไตล์ American VIP Sports สีขาว เพิ่มชุด AeroPart รอบคัน ช่วงล่าง
Euro Suspension ล้ออัลลอยปัดเงา 15 นิ้ว พร้อมยาง 175/60R15 81H
พวงมาลัยหุ้มหนัง ท่อไอเสียแบบพิเศษจาก Fujitsubo ชุดเครื่องเสียง 4
ลำโพง
รวมทั้งเพิ่มรุ่น Note Rider Performance Spec ที่จะถูกอัพเกรดสมรรถนะ
เครื่องยนต์ให้แรงขึ้นอีก 7 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 0.8 กก.-ม.เพิ่ม
เหล็กค้ำช็อกอัพคู่หน้า เปลี่ยนช่วงล่างแบบ Exclusive tuned Suspension
พร้อมช็อกอัพแบบ Performance Damper จาก YAMAHA (ผู้ผลิตเปียโน
และมอเตอร์ไซค์นี่แหละ อ่านไม่ผิดหรอก) เปลี่ยนยางเป็น Bridgestone
Potenza RE-01R 185/55R15 81V ท่อไอเสียแบบสปอร์ตจาก Fujitsubo
แป้นคันเร่ง/เบรกและแป้นคลัตช์อะลูมีเนียม รวมทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
ปรับน้ำหนักตามความเร็วของรถ
7 ตุลาคม 2008 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Brownie Interior ตกแต่งภายในและ
ภายนอก ด้วยสีน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ ยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 16X และรุ่น
16RZ มาพร้อมขุมพลัง HR16DE จากเวอร์ชันยุโรป และเกียร์ธรรมดา
5 จังหวะ
16 ธันวาคม 2009 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Note AeroStyle ตกแต่งพิเศษด้วย
กระจังหน้าแบบโครเมียม ไฟหน้า Halogen แบบ Multi Reflector ชุด
ตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง Sculp Plate
ที่ธรณีประตูทั้ง 4 ตำแหน่ง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ 1.5 X AeroStyle
และ 1.5 RS AeroStyle เกียร์ CVT ทั้งคู่ มี 4 รุ่นย่อย
6 มกราคม 2010 เพิ่มทางเลือก Note Rider + Navi HDD ติดตั้งระบบ
นำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่จากแผ่น DVD ให้รุ่น Rider เปิดตัวใน
งาน Tokyo Auto Salon 2010
22 เมษายน 2010 เพิ่มทางเลือก รุ่น 1.5RS AeroStyle + Navi HDD
ติดตั้งระบบนำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่จากแผ่น DVD ให้เฉพาะ
รุ่น 1.5 RS Aero Style เป็นอีกรุ่นย่อยใหม่
30 พฤศจิกายน 2010 ปรับอุปกรณ์กันอีกครั้ง เพิ่มสวิตช์ ECO Drive เพื่อ
ช่วยหน่วงการทำงานของลิ้นเร่งไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ เพิ่มความ
ประหยัดน้ำมันขณะขับขี่ทางไกล รวมทั้งปรับอุปกรณ์ในรุ่นตกแต่งพิเศษ
ทั้ง AeroStyle Series , Rider Series และ รุ่นสำหรับผู้ทุพลภาพ Life
Care Vehicle Series อีกนิดๆหน่อย
30 มิถุนายน 2011 เพิ่มเครื่องปรับอากาศแบบมีระบบฟอกอากาศด้วย
ปะจุไฟฟ้า PlasmaCluster ให้กับรุ่นย่อยใหม่ 15X SV + Plasma กับ
15X FOUR SV + Plasma
5 ตุลาคม 2011 เพิ่มรุ่นย่อยพิเศษ Note Rider Black Line นำเอารุ่น
Rider ปกติ มาพ่นสีดำ รอบคัน เปลี่ยนกระจังหน้าลายโครเมียมเป็น
แบบรมดำ นอกนั้น อุปกรณ์คล้ายๆรุ่น Rider เดิม รวมทั้งท่อไอเสีย
จาก Fujitsubo ด้วย และถือเป็นรุ่นปิดท้าย สำหรับการทำตลาดของ
Note รุ่นแรก ในญี่ปุ่น
นับตั้งแต่เปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น รวมทั้งยุโรป เมื่อปี 2005 จนสิ้นสุดอายุ
การทำตลาด Nissan ผลิต Note รุ่นแรกออกขายทั่วโลกมากถึงระดับ
940,000 คัน!! (ตัวเลขเมื่อ 16 กรกฎาคม 2012) เฉพาะในยุโรป ตั้งแต่
ปี 2006 – 2013 Note ทำยอดขายไปได้ถึง 394,018 คัน
นับว่า ไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจตลาด
ยุโรปเป็นหลัก แต่ต้องทำตลาดในหลายๆประเทศด้วย

ความสำเร็จของ Note รุ่นแรกในตลาดญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้ผู้บริหารของ
Nissan ตัดสินใจเดินหน้า เปิดไฟเขียว เริ่มโครงการพัฒนา Note รุ่นที่ 2
ภายใต้รหัสโครงการ J02C หรือ X02C ตามออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น
เพียงแต่ว่า ด้วยแนวคิดในการพยายามลดต้นทุนระดับโลก Nissan จึงได้
พัฒนาพื้นตัวถังแบบใหม่ สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ในชื่อว่า V-Platform
ซึ่งเน้นหนักไปที่การพัฒนาให้รถยนต์ B-Segment ของพวกเขา สามารถ
ต่อสู้กับคู่แข่งในระดับโลกได้ ด้วยต้นทุนที่ถูก จาการแชร์ชิ้นส่วนอะไหล่
ร่วมกัน ในรถยนต์ 3-4 รุ่นหลัก จนทำให้ตั้งราคาเหมาะสมกับความคิดของ
ผู้บริโภค ได้ไม่ยาก แต่ยังคงพอมีกำไรอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
Nissan เริ่มปล่อยรถยนต์รุ่นแรกที่สร้างขึ้นจากพื้นตัวถัง V-Platform หรือ
Nissan March / Micra K13 ออกมาเป็นครั้งแรก ที่เมืองไทย เมื่อวันที่
13 มีนาคม 2010 จากนั้น ตามด้วยเวอร์ชัน Sedan ในชื่อ Nissan Sunny/
Almera ในงาน Guangzhou Motor Show เมื่อ 20 ธันวาคม 2010 ก่อน
ส่งมาเปิดตัวในเมืองไทยด้วยชื่อ Nissan Almera เมื่อ 7 ตุลาคม 2011
คิวต่อไปของ รถยนต์จากพื้นตัวถัง V-Platform ก็คือ Note รุ่นที่ 2 นี่แหละ!

ความเคลื่อนไหวในการัฒนา Note รุ่นที่ 2 เริ่มปรากฎสู่สายตาสาธารณชน
เมื่อ Nissan เปิดผ้าคลุมรถยนต์ต้นแบบ Nissan INVITATION Concept
เป็นครั้งแรก ในงาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม 2012
ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายแบบเฉพาะตัวด้วยเส้นตวัด ‘Squash Line’ ดูมีพลัง
ด้านหน้ามีสไตล์โดดเด่น ได้รับแรงบันดาลใจจากด้านหน้าของรถตู้ Nissan
Quest สำหรับอเมริกาเหนือ และบั้นท้ายที่มีเส้นสายสไตล์ Nissan ยุคใหม่
ส่วนภายในห้องโดยสารมีความสดชื่น สามารถใช้งานได้จริงผสมกับความ
ทันสมัย สร้างความประทับใจ ด้วยคุณภาพ และความอเนกประสงค์
Mr. François Bancon รองผู้จัดการทั่วไปแผนก Product Strategies &
Product Planning (ในขณะนั้น) กล่าวว่า “ชื่อ Invitation เป็นชื่อที่สื่อถึง
รถคันนี้อย่างถ่องแท้ คุณสมบัติของรถทั้งหมดจะเป็นตัวดึงดูดใจ ไม่ว่าจะ
เป็นงานออกแบบภายนอกรถอันรัญจวนใจ, พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้าง
สะดวกสบาย, การจัดสรร Pacakging ของตัวรถ อย่างชาญฉลาด ภายใต้
ขนาดตัวถังแบบ Compact นี่จึงเป็นคำเชิญชวน (invitation = เชิญชวน)
จาก Nissan สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา Compact Hatchback อยู่”

เมื่อการพัฒนาเสร็จสิ้นลง Nissan จึงจัดงานเปิดตัว Note รุ่นที่ 2 เมื่อว้นที่
16 กรกฎาคม 2012 ที่ย่าน Osanbashi ใน Yokohama ประเทศญี่ปุ่น เป็น
การเปิดตัวแบบ World Premier ก่อนจะประกาศตามมาอีกครั้งเมื่อวันที่
27 สิงหาคม 2012 ว่า จะเริ่มส่ง Note ใหม่ จากโรงงาน Nissan Kyushu
ไปขึ้นโชว์รูมทั่ว ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2012 เป็นต้นไป
มิติตัวถังยาว 4,100 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร สูง 1,520 มิลลิเมตร ระยะ
ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ในช่วงเปิดตัว มีเครื่องยนต์ให้เลือกในเบื้องต้น เพียง
2 แบบ คือ HR12DE เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 1.2 ลิตร 79 แรงม้า (PS)
ที่ยกมาจาก March และ Almera มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และ 4 ล้อ e-4WD
เชื่อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT กับ HR12DDR บล็อกเดียวกัน ความจุ
เท่ากันแต่เปลี่ยนมาใช้ระบบจุดระเบิด Nissan-Di และ พ่วง Supercharger
98 แรงม้า (PS) มีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ Xtronic
CVT เท่านั้น (รายละเอียด เลื่อนลงไปอ่านได้ใน “รายละเอียดด้านวิศวกรรม”)
รวมทั้งมีระบบ idling stop ดับและติดเครื่องนต์เองขณะจอดติดไฟแดงเพื่อ
ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
พวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แม็คเฟอรสันสตรัต ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม ส่วน
ระบบห้ามล้อ เป็นแบบดิสก์เบรกคู่หน้า มีรูระบายความร้อน ด้านหลังเป็นแบบ
ดรัมเบรก เสริมด้วยตัวช่วยทั้งระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกระทันหัน ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน Break Assist และ
เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพ VDC และติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง
Around View Monitor (AVM) มาให้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ขนาดเล็กของ
ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย

ทันทีที่เปิดตัว Note ก็ได้รับรางวัล RJC Car of the Year 2013 จากสมาคม
ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ญี่ปุ่น เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2012 ขณะเดียวกัน ลูกค้า
ชาวญี่ปุ่นให้การตอบรับกับ Note ดีมากในช่วงแรกๆ จากนั้น การปรับทัพก็
เริ่มทะยอยตามมา ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อย Note Axis ตกแต่งสไตล์หรูหราโดย
Autech Japan บริษัทลูกของ Nissan ที่เน้นนำรถยนต์ที่ขายอยู่มาตกแต่ง
เป็นพิเศษ เมื่อ 16 มกราคม 2013
จากนั้น 1 กรกฎาคม 2013 Note AeroStyle ตกแต่งด้วยชุด AeroPart รอบ
ทั้งคัน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า ล้ออัลลอย 15 นิ้ว สวมยาง 185/65R15 และ
พวงมาลัยแบบ 3 ก้านลายสปอร์ต พร้อมแถวสีเงิน แบบ March / Almera
ในบ้านเรา ก็ตามออกมา
24 ธันวาคม 2013 มีการปรับโฉม Minorchange ครั้งแรก ซึ่งอันที่จริงก็คือ
การปรับอุปกรณ์ เพิ่มสารพัดตัวช่วยด้านความปลอดภัยเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น
ระบบเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning (LDW) ระบบเบรก
เองโดยอัตโนมติ ในกรณีฉุกเฉิน Emergency Braking System เพิ่มระบบ
Around View Monitor ให้รุ่นย่อยตั้งแต่ X แะ X-DIG-S ขึ้นไป รวมทั้งรุ่น
AeroStyle ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้นด้วย และปรับปรุงรุ่น Medalist ให้มีชุด
อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบครันเช่นเดียวกัน

22 กรกฎาคม 2014 Nissan เปิดตัว Note Nismo เพิ่มเสริมทัพเปิดตลาด
ให้กับแบรนด์ Nismo ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์และชุดแต่งสมรรถนะสูงให้กับ
ทีมแข่งของ Nissan และบรรดาผู้รักความแรงทั่วไป ตัวรถเริ่มออกสูตลาด
ในวันที่ 9 ตุลาคม 2014 มีให้เลือกทั้งรุ่น Nismo ธรรมดา วางเครื่องยนต์
HR12DDR และ รุ่นแรงสุด Nismo S วางขุมพลัง HR16DE จูนพิเศษโดย
Nismo รายละเอียด และการทดลองขับ สามารถคลิกอ่าน ได้ที่บทความ
ทดลองขับจากญี่ปุ่น คลิกที่นี่ (CLICK HERE!)
พร้อมกันนั้น ในวันเดียวกัน Nissan ก็ประกาศปรับโฉม Note กันอีกรอบ
โดยเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ V-Selection + Safety ให้กับรุ่น X และ X DIG-S
เพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัย และปรับอุปกรณ์เล็กน้อย รวมทั้งเพิ่มรุ่นแต่ง
พิเศษ สไตล์ American VIP ในชื่อ Nissan Note Rider และเวอร์ชัน
หรู ภาค 2 อย่าง Nissan Note AXIS ซึ่งถูกจับลงขุมพลัง HR12DDR
ทั้งคู่ ออกขายพร้อมกัน เมื่อ 9 ตุลาคม 2014

6 กรกฎาคม 2015 ปรับโฉม Minorchange อีกครั้ง ซึ่งก็ควรเรียกว่าการปรับ
อุปกรณ์อีกอยู่ดี เพราะคราวนี้ Nissan เพิ่มระบบเตือนเปลี่ยนเลน LDW ให้
รวมทั้งระบบ Emergency Brake System ให้เลือกเป็น Option ได้ทุกรุ่น
สามารถเลือกสั่งติดตั้งเพิ่มเติมได้ตามต้องการ
11 พฤศจิกายน 2015 เพิ่มภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล Brown Natural
Interior และเพิ่มสีตัวถังใหม่ ทั้ง แดงสด สีมะกอก และปรับทางเลือกรุ่น
ย่อยใหม่ ให้ทุกขุมพลัง สามารถเลือกระับการตกแต่ง Medalist ได้ทุกรุ่น
ก่อนจะกระตุ้นตลาดกันอีกครั้ง ด้วยรุ่น V-Package + Safety II เมื่อวันที่
11 พฤษภาคม 2016 เป็นครั้งสุดท้าย ของรุ่นก่อนปรับโฉมใหญ่

