• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010034 เธอต องการหน ออกจากบ านหล งน และผ ชายคนน ทำไมถ งต องกากข งเธอไว part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010034 เธอต องการหน ออกจากบ านหล งน และผ ชายคนน ทำไมถ งต องกากข งเธอไว part2

ไม่เพียงแค่เปิดตัวทำตลาดในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่คราวนี้ Nissan วางแผนพา
Note ไปบุกตลาดทั่วโลก เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เพื่อหวังให้ Note กลายเป็น
Global Car คันใหม่ ของตน

Nissan นำ Note ไปเปิดตัวในตลาดอเมริกาเหนือเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อรุ่น
Nissan VERSA Note เผยโฉมครั้งแรกบนแท่นหมุนในงาน North America
International Motor Show (NAIAS หรือ Detroit Auto Show) เมื่อวันที่
14 มกราคม 2013 โดยผลิตจากโรงงาน Nissan Mexicana SA de CV เมือง
Aguascalientes ประเทศ Mexico พร้อมส่งขึ้นโชว์รูมทั้งในสหรัฐอเมริกา ใน
แคนาดา และในตลาดละตินอเมริกา (ใช้ชื่อ Note) เหมือนตลาดอื่นๆ เมื่อช่วง
เดือนมิถุนายน 2013 ในฐานะรถยนต์รุ่นปี 2014 ทำตลาดแทน Nissan Versa
Hatchback รุ่นเดิม ซึ่งเป็นการนำ Nissan TIIDA Hatchback ไปเปลี่ยนชื่อ
และทำยอดขายได้ไม่ดีเอาเสียเลย

Versa Note เวอร์ชันอเมริกาเหนือ มีขนาดตัวถังเท่ากันกับเวอร์ชันญี่ปุ่น แต่
เปลียนมาใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า เป็นขุมพลังที่คนไทยคุ้นหน้าคุ้นตาดี
เพราะเคยประจำการมาแล้วใน TIIDA และ Sylphy / Pulsar นั่นคือขุมพลัง
HR16DE (รายละเอียด อ่านได้ในส่วน “รายละเอียดด้านวิศวกรรม”) จับคู่กับ
เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผัน ) Xtronic CVT

ส่วนรายละเอียดการตกแต่งภายในรถ จะมีทั้งเบาะสีเบจ และเบาะสีดำให้เลือก
แต่แผงหน้าปัดจะยกมาจาก Almera ทั้งดุ้น ในช่วงแรก นั่นจึงทำให้ช่องแอร์
ตรงกลางเป็นแบบสี่เหลี่ยม แตกต่างจากเวอร์ชันอื่นๆ เช่นเดียวกับพวงมาลัย
ที่ยกเอามาจาก Sylphy / Pulsar ในตลาดอื่น มาติดตั้งให้

2016_Nissan_Note_Black_Edition_UK

ส่วนเวอร์ชันยุโรป Nissan ยังคงใช้โรงงาน Sunderland ในประเทศังกฤษ
เป็นฐานการผลิต Note เวอร์ชันยุโรป โดยลงทุนเพิ่มเติมกว่า 125 ล้านปอนด์
สเตอร์ริง หรือ 199 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แถมยังได้รับงบประมาณเพิ่มเติมจาก
กองทุน U.K. government’s Regional Growth Fund ของรัฐบาลอังกฤษ
อีก 9.3 ล้านปอนด์ฯ (14.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)

Nissan เปิดรับจอง Note ในยุโรป เมื่อเดือนกรกฎาคม 2013 โดยมียอดจอง
มากถึง 14,000 คัน! รถคันแรก เริ่มคลอดจากสายการผลิต เมื่อ 17 กันยายน
2013 และส่งขึ้นโชว์รูมในเดือนตุลาคม 2013

ขุมพลังของเวอร์ชันยุโรป มีให้เลือกทั้งรุ่นพื้นฐาน HR12DE 1.2 ลิตร 80
แรงม้า (PS) มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ตามด้วยขุมพลัง HR12DDR
Supercharger 98 แรงม้า (PS) มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ
อัตราทดแปรผัน XTronic CVT และพิเศษเฉพาะตลาดยุโรป ด้วยขุมพลัง
Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร dCi Turbo By Renault 90 แรงม้า
(PS) มีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ เท่านั้น (รายละเอียดเพิ่มเติม เลื่อน
ลงไปอ่านได้ใน “รายละเอียดทางวิศวกรรมและการทดลองขับ” ด้านล่าง)

คันที่เห็นในภาพข้างบนนี้ เป็น Nissan Note Black Edition สำหรับตลาด
อังกฤษ ซึ่งยังคงวางขายอยู่จนถึงกลางปี 2017 ในยุโรป ลูกค้าสามารถสั่ง
ซื้อ Note ที่มาพร้อมกับชุดแต่งหลากสีสรร ในชื่อ Colour Edition ได้ด้วย

ปัจจุบัน ณ วันที่บทความนี้ออก เผยแพร่ เวอร์ชันยุโรป ยังไม่มีการปรับโฉม
Minorchange และคาดว่า น่าจะมีรุ่นปรับโฉม ตามมาภายในปีนี้

ในตลาดยุโรป Note รุ่นที่ 2 ทำยอดขาย ในระดับน่าพอใจ ปีแรกที่เริ่มขาย
คือ ปลายปี 2013 แต่ถ้ารวมตัวเลขทั้งปี ทั้งรุ่นเก่าและใหม่ จะอยู่ที่ 33,087
คัน ปี 2014 พุ่งไปอยู่ที่ 65,579 คัน ก่อนจะลดลงมาในปี 2015 เหลือระดับ
46,267 คัน และ ปี 2016 อยู่ที่ 35,884 คัน

2016_Nissan_Note_Minorchange_Design_Sketch

หลังจากทำตลาดมาได้ราวๆ 4 ปี ก็ถึงเวลาที่ต้องมีการอัพเดทให้เกิดความ
สดใหม่ เพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตาม Nissan ยังคงเลือกที่จะไม่ยอม
เปลี่ยนโฉม Full Modelchange ทั้งที่ครบอายุตลาด 4 ปี หากแต่ใช้วิธีการ
ปรับโฉม Minorchange แทน

Theme การปรับโฉมในครั้งนี้ คือ Cool Tech Compact บ่งบอกถึงความ
พยายามในการยกระดับให้ Note ดูเท่ และโฉบเฉี่ยวปราดเปรียวยิ่งขึ้น
มากกว่าเดิม เท่าที่จะเป็นไปได้

คราวนี้ ทีมออกแบบ จะต้องพยายามนำ Theme การออกแบบใหม่ล่าสุดมา
ประยุกต์เข้ากับ Note ประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบของกระจังหน้า
ให้มาเป็นแบบ V-Motion เพื่อให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับ Nissan รุ่นอื่น
ที่กำลังทะยอยเปิดตัวในช่วงปี 2015 – 2020 ขณะเดียวกัน จะต้องอัพเกรด
คุณภาพวัสดุ โทนสี รวมทั้งเพื่อความปราดเปรียว และโฉบเฉี่ยวของเส้นสาย
จากเดิม ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

2017_Nissan_Note

ในที่สุด Nissan ก็เปิดตัว Note Minorchange ในตลาดญี่ปุ่น สดๆร้อน เมื่อ
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2016 โดยเน้นไปที่การทำตลาดรุ่น e-Power Hybrid
ซึ่งถือเป็นการอุดช่องว่างทางการตลาดของตนเอง ที่เปิดโล่งโจ้งไว้มานาน
จนทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่น พากันเมินหนีจากรถเล็กของ Nissan มานานแล้ว

ส่วนรุ่น Nismo และ Nismo S ก็ถูกปรับโฉมตามมาเมื่อ 8 ธันวาคม 2016
โดยคราวนี้ มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Nismo e-Power คือการนำรุ่น Hybrid
ไปตกแต่งปรับปรุงช่วงล่าง และชุดแต่งรอบคันตามสไตล์เดียวกับทั้งรุ่น
Note Nismo และ Note Nismo S ออกขายพร้อมกันรวม 3 รุ่นย่อย ส่วน
รายละเอียด คลิกอ่านได้ ที่นี่ (CLICK HERE)

ขณะเดียวกัน เวอร์ชันอเมริกาเหนือ ก็เปิดตัวในงาน Detroit Auto Show
เมื่อต้นเดือนมกราคม 2017 ที่ผ่านมา สดๆร้อน โดยเป็นเพียงแค่การปรับ
เปลี่ยนกระจังหน้า ชุดไฟหน้า ชุดเปลือกกันชนหน้า รวมทั้งแผงหน้าปัด
แบบใหม่ ยกยวง แต่รายละเอียดทางเทคนิค และอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงเป็น
เหมือนรุ่นเดิมก่อนหน้านี้

2017_03_Nissan_Note_03

สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทย นั้นมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับบ้านเรา
จนถึงขั้นต้องขอบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ พงศาวดารอุตสาหกรรม
ยานยนต์เมืองไทย เอาไว้สักหน่อย

ขอย้ำเอาไว้ตรงนี้ อย่างหนักว่า การกล่าวถึงเรื่องนี้ เป็นเพียงแค่การบันทึก
ความทรงจำเอาไว้ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดเป็นอื่นไปจากนี้ อย่าตีความผิดๆ!

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2016 Nissan Motor Thailand มีปัญหารุมเร้า
จากการที่ ดีลเลอร์หน้าใหม่รายหนึ่ง (ชื่อ ส.เสือ) สั่งรถใหม่จากโรงงานมา
(ด้วยการกู้เงินไปซื้อรถใหม่เหล่านี้) แล้วหมุนเงินไม่ทัน จนต้องหาเงินด้วย
วิธี เอารถใหม่เหล่านี้ ไปทำเรื่องกู้เงินซ้ำซ้อนที่สถาบันการเงินอีกแห่งหนึ่ง
หรือเรียกว่า การทำ Double Finance จนเกิดปัญหา ต้องปิดตัว และทิ้งหนี้
เอาไว้ก้อนใหญ่ กับรถใหม่อีกจำนวนหลายร้อยคัน

อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ชาวญี่ปุ่นคนล่าสุด พยายามแก้ปัญหาดังกล่าว
แต่สำนักงานใหญ่ที่ Yokohama ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเขา จนทำให้เขา
ต้องลาออกไปพร้อมกับผู้บริหาร Nissan Leasing คนล่าสุด ด้วย

Mr. Antoine Barthes ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ
Nissan ในกรุง Budapest ประเทศ Hungary ซึ่งบินมารับตำแหน่งกรรมการ
ผู้จัดการใหญ่ แทนคนเก่า เมื่อ 28 ตุลาคม 2016 จึงเข้ามาสะสางปัญหาต่างๆ
รวมทั้งเรื่องยอดขายของบริษัทที่ไม่เติบโต แถมยังจะลดลงอย่างต่อเนื่องเสีย
ด้วยซ้ำ

หนึ่งในประเด็นที่เขาครุ่นคิดก็คือ ทำอย่างไร ให้ยอดขาย Nissan ก่อนปิดปี
งบประมาณ (Fisical Year) ในวันที่ 31 มีนาคม 2017 นี้ มีตัวเลขการเติบโต
ที่สวยงามอร่ามหรูให้บรรดา ผู้บริหาร ณ สำนักงานใหญ่ที่ Yokohama ได้
เห็นผลงาน

ขณะนั้น Nissan มีกำหนดเตรียมเปิดตัว Note ในบ้านเรา เดือนมีนาคม 2017
ทว่า อองตวน ผู้มาใหม่ เห็นวี่แววแล้วว่า ขืนรอให้ Note ไปเปิดตัวในช่วงนั้น
คงไม่ทันการณ์ เลยตัดสินใจ เร่งการเปิดตัวให้เร็วขึ้นเป็น 17 มกราคม 2017
ซึ่ง…เร็วกว่ากำหนดการเดิมถึง 2 เดือน!!

แทบทุกคนใน Nissan ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเจ้า Note น้อยคันนี้ ตั้งแต่ระดับ
บน จนถึงระดับล่าง ถึงขั้นกรีดร้อง “พร้อมกัน” และ “ดังลั่นระงมไปทั่ว” ว่า

“ห๊าาาาาาาาา จะบ้าเหรออออออออ!!! แค่นี้ก็ทำงานกันจะไม่ทันอยู่แล้ว
นี่ยัง
จะเร่งเปิดตัวก่อนผลิตขายจริงตั้ง 2 เดือน แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหน
ไปเตรียมงานให้ทัน 
หืมมมม พ่อคู้นนน?”

2017_03_Nissan_Note_04

ในเมื่อ นายใหม่ ยังคงยืนกรานว่า “ฉันจะเอาตามเนี้ย! พวกยูต้องทำให้ได้!”
การเร่งเตรียมงานก็เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก ในช่วงตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน
เป็นต้นมา ฝ่ายโรงงาน และฝ่ายวางแผนการผลิต ยังคงทำงานต่อไปตาม
กำหนดการเดิม คือ เตรียมการผลิต และปล่อยรถส่งไปตามโชว์รูมภายใน
วันที่ 17 มีนาคม 2017 (ที่ผ่านมา)

ขณะเดียวกัน ทีมงานการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์ แทบต้อง เอา
งานทั้งหมดที่วางแผนไว้ว่าจะทำในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม รวบมาทำ
ให้เสร็จ ตั้งแต่จบงาน Motor Expo ต้นเดือนธันวาคม 2016 ต่อเนื่องถึง
กลางเดือน มกราคม 2017 กันเลย แถมยังต้องเตรียมแผน สร้างกระแสให้
Note น้อยอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัวอีก ถึง 2 เดือนเต็มๆ เพิ่มเข้ามา
ด้วยอีกต่างหาก!

Note คันน้อยๆ ทั้ง 11 คัน ถูกจัดเตรียมโดยทีมวิศวกร และทีม R&D เพื่อให้
ทันการจัดแสดงในงานเปิดตัวที่ “เมืองไทย Life House” ชั้น 8 ศูนย์การค้า
Central World ราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2017

เมื่องานเปิดตัวได้ผ่านพ้นไปด้วยดี Nissan ก็เริ่มส่ง Note น้อยๆ 10 กว่าคันนี้
ไปเปิดตัวตามโชว์รูมในหัวเมืองใหญ่ หลายต่างจังหวัด เพื่อสร้างกระแสความ
สนใจให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แถมยังออกแคมเปญพิเศษ ให้ส่วนลดกับกลุ่ม
ลูกค้า Nissan เดิม 20,000 บาท กับดอกเบี้ยเงินผ่อนอัตราพิเศษ จนถึงกลาง
เดือนมีนาคม 2017 หวังกระตุ้นยอดจองให้ไหลเข้ามามากๆ

อย่างไรก็ตาม ผลจากการทำงานหนัก ของทุกๆฝ่าย ใน Nissan กลับ
ไม่ได้ส่งผลดีมากนัก ยอดจองยังคงน้อยอยู่ เนื่องจาก เหตุผลดังนี้

1. ตลาดรถยนต์ B-Segment 1.5 ลิตร และ B-Segment ECO Car 1.2
ลิตร มันฟุบและนอนหลับยาวๆ มาตั้งแต่ หลังจบสิ้นโครงการรถคันแรก
ของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้ว คนไทยแห่กันซื้อรถเล็กในช่วงนั้น
จนกำลังซื้อ ล่วงหน้า 3-4 ปี มากระจุกตัวรวมกันในปี 2012 จนเกลี้ยง
ไปหมดแล้ว

2. แม้รัฐบาลลุงตู่จะออกมาบอกว่าเศรษฐกิจไทย แข็งแกร่ง เติบโตขึ้น
แต่มันก็เกิดขึ้นเพียงแค่ในบางภาคธุรกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงต้อง
ประสบปัญหาด้านการเงิน ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด พวกเขาจึงยังไม่
คิดจะเปลี่ยนรถคันใหม่มาตั้งแต่ช่วงปี 2013 – 2017 และมีแนวโน้มว่า
อาจจะลากยาวไปจนถึงปลายปี 2018 กลุ่มที่จำเป็นต้องซื้อ ก็จะยังคง
ซื้อรถกันต่อไป แต่กลุ่มลูกค้าประเภทฉาบฉวย ที่เกิดจากการเข้าใช้
สิทธิ์โครงการรถคันแรก ต่างก็ยังไม่คิดจะซื้อรถใหม่กันอีกนาน

3. พฤติกรรมการซื้อรถของคนไทยก็คือ ในวันเปิดตัว ลูกค้าต้องเห็น
รถคันจริง ที่โชว์รูม ใกล้บ้าน หรือจาการออกบูธของดีลเลอร์ในห้าง
สรรพสินค้าต่างๆ ไม่ใช่แค่เห็นในโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต หรือโฆษณา
สิ่งพิมพ์อื่นๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นรถคันจริง จะไม่ยอมจองซื้อรถ
จนกว่าพวกเขาจะได้สัมผัสรูปคลำรถคันจริง นั่นหมายความว่า ต่อให้
คุณไม่พร้อมจะผลิตรถส่งมอบลูกค้าในวันเปิดตัว แต่คุณต้องมีรถ
ไว้จัดแสดงตามโชว์รูมต่างๆ อย่างน้อย 1 คัน และรถทดลองขับอีก
1 คัน

4. ถ้าจะเปิดตัว แต่ไม่พร้อมส่งมอบ ก็ควรเปิดตัวในงานแสดงรถยนต์
งานใดสักงานก่อน เพื่อให้ลูกค้าต่างจังหวัด เดินทางมาดูรถที่งานได้
สะดวกๆ หาไม่แล้วอย่าหวังว่าคุณจะดึงเงินออกจากกระเป๋าพวกเขา
ได้เลย ลูกค้าคนไทยไม่ได้เหมือนกับลูกค้าชาวต่างชาติ ที่จะรอรถรุ่น
ใหม่ได้หลายๆเดือนเหมือนในอดีตอีกต่อไป ถ้าเขาอยากจ่ายเงิน เขา
ต้องได้รถทันที และต้องเป็นเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ เท่านั้น และเท่านั้น!!

5. จากข้อ 4 ในเมื่อลูกค้าจำนวนมาก ทั่วประเทศ ยังไม่เห็นรถคันจริง
ต่อให้ จัดรถต้นแบบ 10 กว่าคัน ตระเวณไปโชว์ตัวตามดีลเลอร์ใน
ต่างจังหวัด ก็มักเป็นเวลาที่ลูกค้า ทำงานทำการทำมาหากินอยู่ จึง
มีคนมาดูรถกันไม่เยอะนัก เป็นเรื่องปกติ ต้องทำใจ เว้นเสียแต่ว่าจะ
ไป Deal เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ตามต่างจังหวัด
เอารถไปจอดโชว์ช่วงวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์ หรือหน้าศาลากลาง
จังหวัด ก็ยังพอจะเรียกลูกค้าเข้ามาดูรถได้มากกว่านี้

การเปิดตัว Note แล้ว กระแสยังเงียบอยู่อย่างนี้ ไม่ใช่ว่าตัวรถมันไม่ดี
เพราะตัวรถหนะ มันโอเคในแบบของมันอยู่ 
หากแต่ เป็นผลมาจาก
การเร่งเปิดตัวจนเกินไป ทั้งที่ยังไม่พร้อมจะเริ่ม
ส่งมอบรถให้ลูกค้า
เลย
ต่างหาก!

นี่เป็นสิ่งที่ คุณอองตวน จะต้องเรียนรู้เอาไว้ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์
แบบนี้อีกในอนาคต

จบการบันทึกพงศาวดารหน้าหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเท่านี้!

2017_03_Nissan_Note_05

Note ใหม่ มีขนาดตัวถังยาว 4,105 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร สูง
1,535 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ถือว่า มีความยาวฐานล้อ
มากที่สุดในบรรดา รถเก๋ง B-Segment Hatchback ด้วยกัน แทบทุกรุ่น
ความกว้างช่วงล้อคู่หน้า / หลัง อยู่ที่ 1,480 และ 1,485 มิลลิเมตร ส่วน
ระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 155 มิลลิเมตร
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 41 ลิตร น้ำหนักตัวรุ่น V 1,049 กิโลกรัม และ
รุ่น VL 1,061 กิโลกรัม

รูปลักษณ์ภายนอก ยังคงไม่แตกต่างไปจาก Note รุ่นที่ 2 ซึ่งเปิดตัวใน
ญี่ปุ่น มาตั้งแต่ ปี 2012 คือเป็นรถยนต์ Hatchback 5 ประตู ที่มีด้านหน้า
ของตัวรถ สั้น และลากยาวต่อเนื่องขึ้นไปถึงหลังคา ในแบบที่เรียกกันว่า
One-Motion Form ในสไตล์เดียวกับ Honda Fit Jazz

กระจังหน้าโครเมียม ยกชุดมาจากเวอร์ชันญี่ปุ่น (รุ่นที่ไม่ใช่ e-Power)
เป๊ะๆ เปลือกกันชนหน้า-หลังสีเดียวกับตัวรถ รุ่น 1.2 V ติดตั้งโคมไฟหน้า
Projector ใช้หลอด Halogen ปรับระดับสูง – ต่ำได้ แต่รุ่น 1.2 VL จะถูก
Upgrade เป็น โคมไฟหน้า Projector แบบ LED พร้อม Signature light

เปลือกกันชนหน้า มีแถบโครเมียม ขนาบข้างช่องใส่ป้ายทะเบียนด้านหน้า
เสริมบุคลิกให้ดู Premium ขึ้นนิดๆ เฉพาะรุ่น 1.2 VL จะเพิ่มไฟตัดหมอก
คู่หน้ามาให้อย่างในภาพข้างบนนี้

กระจกมองข้าง มีกรอบนอก พ่นสีเดียวกับตัวถัง ติดตั้งไฟเลี้ยว พร้อมระบบ
ปรับและพับด้วยสวิตช์ไฟฟ้า มาให้ทั้ง 2 รุ่นย่อย ส่วนมือจับประตูด้านนอก
รุ่น 1.2 VL เป็นแบบโครเมียม

2017_03_Nissan_Note_06

บั้นท้ายออกแบบให้ดูสวยงามและลงตัว มีระบบไล่ฝ้ากระจกหลังแบบตั้ง
เวลาปิดได้ พร้อมหัวฉีดน้ำล้างกระจกบังลมหลัง และใบปัดน้ำฝนด้านหลัง
แบบตั้งหน่วงเวลาได้ เฉพาะรุ่น 1.2 VL จะเพิ่มสปอยเลอร์ด้านหลัง เหนือ
ฝาประตูห้องเก็บของ มาให้ ส่วนเสาอากาศวิทยุ เป็นแบบหางหนูเล็กๆ
พับเก็บได้ อยู่บนหลังคา ตรงกลาง ค่อนมาทางด้านหลังรถ

ชุดไฟท้ายเป็นแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED ติดตั้งให้
ครบทุกรุ่นย่อย เปลือกกันชนท้าย ออกแบบให้มีแผงทับทิมสะท้อนแสง
เพื่อให้รถคันที่แล่นตามมา มองเห็นในยามค่ำคืน

ทุกรุ่น สวมล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ลายเดียวกันกับ Almera ไมมีผิดเพี้ยน
พร้อมยางขนาด Dunlop Enesave ขนาด 195/55R15 ซึ่งต้องทำใจสักนิด
เวลาสาดโค้ง เพราะมันเป็นยางที่ไม่ได้ออกแบบมาใหคุณเล่นบทโหดเลย

2017_03_Nissan_Note_Interior_01

การเปิดประตูเข้าออกจากรถ ทั้งรุ่น 1.2 V และ 1.2 VL จะใช้กุญแจรีโมท
คอนโทรล Intelligent Key ทรงเมล็ดข้าวสาร เหมือนกับที่ใช้ในรถรุ่นอื่นๆ
ของ Nissan ตั้งแต่ March ยัน 370Z แต่ Note จะมีสวิชต์ปลด และสั่งล็อก
แยกจากกัน เพียง 2 ปุ่มเท่านั้น ไม่เหมือน March ซึ่งมีปุ่มแตรร้องส่งเสียง
ขอความช่วยเหลือแถมมาให้แต่แรก และไม่มีสวิตช์เปิดฝาท้ายมาให้แบบ
รุ่น Almera

ตัวรีโมทฝังกุญแจขนาดเล็กในตัว และมีสวิชต์สีดำบนมือจับประตู สำหรับ
กดสั่งปลดหรือล็อกรถได้พร้อมกันทั้ง 4 บาน (ระบบเซ็นทรัลล็อก) นั่นเอง
ส่วนมือจับประตู ของทั้ง 2 รุ่นย่อย เป็นพลาสติกชุบโครเมียม ทั้งหมด

2017_03_Nissan_Note_Interior_02

การเข้าออก จากบานประตูคู่หน้าทำได้ดีมาก เช่นเดียวกันกับ Honda Jazz
ซึ่งก็เป็นเรื่องที่คาดหมายได้ว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น ต่อให้คุณจะมีร่างสูงใหญ่
เท่าช้างน้ำตอนเพิ่งกินข้าวขาหมูไปสัก 30 กิโลกรัม แบบพี่แพน ของเว็บเรา
(150 กิโลกรัม) ก็ยังมุดเข้า – ลุกออกจากเบาะคนขับ Note ได้สบายมากๆ
แต่มีข้อแม้ว่า คุณควรปรับตำแหน่งเบาะนั่งจนต่ำสุด เพราะถ้าไม่เช่นนั้น
ก็ยังพอมีโอกาสที่ศีรษะจะไปโขกกับเสาหลังคาคู่หน้า ได้อยู่บ้างเหมือนกัน

แผงประตูด้านข้าง เป็นพลาสติกสีดำ บุข้างด้วยผ้าแบบละเอียดเกือบสาก
โทนสีเบจ มือจับประตูแบบพลาสติกชุบโครเมียม เหมือนยกมาจาก 370Z ,
March ,Cube และ Almera  เป๊ะ!

พนักวางแขน พร้อมช่องมือจับประตู ออกแบบมาให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม
วางแขนได้พอดี ถ้าปรับเบาะนั่งลงไปต่ำสุด ถัดลงไปด้านล่าง เป็นช่องวาง
ขวดน้ำขนาด 7 บาท กับสมุดโน็ต ได้อีก 1 เล่ม

2017_03_Nissan_Note_Interior_03

เบาะนั่งคู่หน้า ของ Note เวอร์ชันไทย ยกชุดมาจาก March และ Almera
ทั้งดุ้น ไม่ต้องคิดออกแบบกันใหม่ ให้มากมายและวุ่นวายด้านการจัดการ
ต้นทุน ทั้งการออกแบบและการผลิต แม้แต่คันโยกปรับพนักพิงให้เอนหลัง
ซึ่งติดตั้งอยู่ลึกมากจนใกล้กับจุดหมุนของพนักพิงหลัง ราวกับรถยุโรป และ
คันโยกปรับระดับสูงต่ำของเบาะคนขับ ก็ยังถอดยกชุดสลับสับเปลี่ยนกับทั้ง
March และ Almera ได้เลย

ดังนั้น มันจึงให้สัมผัสในการนั่งเหมือนกับเบาะนั่งคู่หน้าของ March และ
Almera ราวกับจับชุดเบาะยกขึ้นถ่ายเอกสาร Xerox กันมาเลย

ผ้าหุ้มเบาะ ของทั้ง 2 รุ่น จะเป็นสีดำ มีแถบข้างเป็นสีเบจ Tricot เนื้อผ้า
ให้สัมผัสที่ไม่สาก แต่ก็ไม่เนียนนุ่มผิวมือนัก เพดานหลังคาจะเป็นสีเบจ

พนักพิงหลังมีส่วนรองรับช่วงหัวไหล่ เอว ในระดับหนึ่ง แต่ไม่มากนัก ชุด
ฟองน้ำในตัวโครงเบาะ ค่อนข้างแน่นแต่บางมีปีกข้างเสริมขึ้นมาให้นิดนึง
เพื่อรองรับสรีระด้านข้างของคนตัวผอม เอาเข้าจริงก็รั้งร่างไว้ได้ไม่มากนัก

ส่วนเบาะรองนั่ง ยังคงนิ่มกำลังดี แต่สั้นไปหน่อย ขณะที่พนักศีรษะขนาด
ใหญ่ปรับสูง – ต่ำได้ ต้องยกขึ้น 1-2 จังหวะ จึงจะใช้งานได้ดี

อย่างไรก็ตาม ผ้าหุ้มเบาะ ของ Note จะแตกต่างจาก สองพี่น้องคู่หู เล็กน้อย
ด้วยผ้าแบบเรียบ สีดำ ซึ่งขลิบด้านข้างด้วยผ้าสีเงิน มาประดับบริเวณปีกข้าง
ของทั้งพนักพิงหลัง และเบาะรองนั่ง และแค่นั้น!

อุปกรณ์ที่ถูกเติมเต็มเข้ามาใน Note ที่ผมยินดีปรีดามากๆ คือ เข็มขัดนิรภัย
ELR 3 จุด แบบปรับระดับสูง – ต่ำ ได้ เพราะอย่าหวังจะหาของแบบนี้ จาก
March กับ Almera เวอร์ชันไทยเลย เพราะเขาไม่ติดตั้งมาให้

พื้นที่เหนือศีรษะ สำหรับคนขับและผู้โดยสารคู่หน้า เมื่อปรับเบาะลงสุดแล้ว
สามารถสอดมือเข้าไปกางออกมาได้ 9 นิ้วในแนวนอน

2017_03_Nissan_Note_Interior_04

จุดเด่นของ Note อยู่ที่บานประตูคู่หลังสามารถเปิดกางออกได้ 85 องศา
หรือเกือบตั้งฉากรวมทั้งช่องประตูขนาดใหญ่ ทำให้การเข้า-ออกจากบาน
ประตูคู่หลัง สบายมากที่สุดในบรรดารถยนต์กลุ่ม B-Segment และ ECO
Car Hatchback ด้วยกัน โดยเฉพาะการกวัดขา เข้า – ออก เป็นไปด้วย
ความง่ายดายจนต้องขอชมเชย

แผงประตูคู่หลังออกแบบมาเหมือนแผงประตูคู่หน้า มีมือจับพลาสติกชุบ
โครเมียมมาให้ และบุแผงข้างสีดำ ด้วยผ้าสีเงินเหมือนกัน อีกทั้งพนักวาง
แขนบนแผงประตู ยังวางได้พอดีเป๊ะอีกต่างหาก กระจกหน้าต่างก็เลื่อน
ลงได้จนสุดขอบราง และมีช่องใส่ขวดน้ำดื่มขนาด 7 บาทไว้ให้อีก ฝั่งละ
1 ตำแหน่งอีกด้วย

มือจับยึดเหนี่ยวจิตใจ (ศาสดา) มีมาให้ทั้งหมด แค่ 3 ชิ้น เหนือบานประตู
ฝั่งผู้โดยสาร ทั้งหมด

2017_03_Nissan_Note_Interior_05

เบาะหลัง มีพนักพิงหลังที่เรียบแปร้ ไม่มีโค้งเว้าใดๆให้สัมผัสกับแผ่นหลังเลย
ฟองน้ำ ออกแนวนิ่ม ไม่มีพนักวางแขนพับเก็บได้มาให้ มีมุมองศาการเอียง ที่
แทบจะใกล้เคียงกับการปรับเอนนอนอยู่รอมร่อ แต่ไม่สามารถปรับระดับความ
เอียงเพื่อล็อกตำแหน่งตามใจชอบได้

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ยอมให้พนักวางแขนแบบพับเก็บได้มาใน
รุ่น Top 1.2 VL ทั้งที่ไม่น่าจะกระเทือนต่อต้นทุนมากมายนัก อีกทั้งในตลาด
ต่างประเทศ มีออพชันนี้มาให้ลูกค้าเลือกกันอยู่แล้ว

พนักศีรษะด้านหลัง เป็นรูปตัว L คว่ำ ตามสมัยนิยม ฟองน้ำด้านในนิ่มจนแน่น
ไปนิด ขอบด้านล่างยังคงทิ้มตำต้นคอ แม้จะยกขึ้นใช้งานแล้วก็ตาม เพราะมี
ตำแหน่งล็อกเพียงคลิกเดียว

เบาะรองนั่งมีขนาดค่อนข้างสั้นเอาเรื่อง แถมมาในสไตล์เดียวกับ Sylphy และ
Pulsar คือ ขอบเบาะฝั่งใกล้บานประตู ทั้ง 2 ฝั้ง ถูกปาดออกนิดๆ และฟองน้ำ
บริเวณดังกล่าว ก็เสริมมาเบาบางมาก ช่วยไม่ได้ครับ ทีมออกแบบต้องการ
อวดว่ามีพื้นที่วางขา Legroom มากมายก่ายกอง ถึงขั้นที่คนตัวใหญ่อย่างผม
นั่งไขว่ห้างได้เหลือเฟือ เท่าๆกับ Nissan TIIDA ซึ่งก็ทำได้จริง

ผมอยากได้เบาะรองนั่งที่ยาวขึ้นอีกนิด และมีมุมเงยสูงขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้นั่ง
โดยสารทางไกลๆ ได้สบายกว่านี้

พื้นที่เหนือศีรษะสำหรับคนตัวสูง 170 เซ็นติเมตรอย่างผม ยังเหลือมากถึงราวๆ
1 ฝ่ามือแนวนอนเลยละ!! ดังนั้นตัวคุณต้องสูงเกิน 190 เซ็นตืเมตรขึ้นไป หัวถึง
จะชนเพดานหลังคา

เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เป็นแบบ ELR 3 จุดทั้ง 3 ตำแหน่ง
แถมมีช่องเสียบเก็บหัวเข็มขัดอยู่ที่ขอบชิ้นพลาสติกบุผนังแถว เสาหลังคาคู่
C-Pillar อีกด้วย!

หากเป็นรุ่น 1.2 V พนักพิงเบาะหลังจะพับลงมาได้ทั้งแผ่น แต่ไม่สามารถแบ่งพับ
แบบ 60 : 40 ได้เหมือนรุ่น 1.2 VL

2017_03_Nissan_Note_Interior_06

ฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง เปิดยกขึ้นด้วยระบบกลอนกลไก ค้ำยัน
ด้วยช็อกอัพไฮโดรลิก 2 ต้น ซึ่งดูแล้ตัวช็อกอัพแอบบอบบางนิดๆอยู่บ้าง

พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง มีขนาดใหญ่ จุได้ถึง 195 – 325 ลิตร (แต่
ถ้าเป็นเวอร์ชันยุโรป ซึ่งสามารถเลื่อนเบาะแถวกลาง ขึ้นหน้า – ถอยหลัง
ได้นั้น จะเพิ่มเป็น 411 ลิตร ตามมาตรฐาน VDA เยอรมนี) ถึงแม้ว่าจะเพิ่ม
พื้นที่วางสัมภาระด้านหลัง ด้วยการพับเบาะได้แล้ว ทว่า พื้นห้องเก็บของ
กับด้านหลังของเบาะแถวหลัง ยังไม่สามารถพับแบนราบเรียบต่อเนื่องกัน
เป็นแบบ Flat Floor ได้ อยู่ดี ส่วนหนึ่งเพราะไม่มี แผง Flexiboard ที่วาง
เพิ่มขึ้นมาให้ เหมือนเวอร์ชันยุโรป

เมื่อยกพื้นห้องเก็บของขึ้นมา จะพบหลุมวางยางอะไหล่ พร้อมโฟมใส่ชุด
เครื่องมือประจำรถ ทั้งแม่แรง และประแจถอดน็อตล้อ วางพร้อมเสร็จสรรพ

2017_03_Nissan_Note_Interior_07

แผงหน้าปัด ยกชุดมาจาก Note เวอร์ชันญี่ปุ่น รุ่นเดิม แต่เพิ่มแผงประดับ
Trim ตรงกลาง เป็นแบบ Piano Black ตามสมัยนิยม แต่ไม่มีการพ่นสี
ขอบด้านข้างเป็นสีเงิน หรือสีทอง แบบเวอร์ชันญี่ปุ่น ช่องแอร์ เป็นแบบ
วงกลม ยกชุดมาจาก March และ Almera แต่สามารถปรับหมุนได้รอบ
360 องศา ทั้ง 4 ตำแหน่ง

ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่เปลี่ยนไปใช้ช่องแอร์แบบสี่เหลี่ยม พร้อมกับแผง
ควบคุมกลาง ของ Note เวอร์ชันอเมริกาเหนือ (Versa Note) แทน เพราะ
ช่องแอร์แบบนั้นมันลงตัวและดูดีกว่าช่องแอร์แบบวงกลมคู่กลาง มากๆ

มองขึ้นไปด้านบน จะพบแผงบังแดด พร้อมกระจกแต่งหน้าแบบมีฝาปิด
ให้มาครบทั้ง 2 ฝั่ง แต่ไม่มีไฟแต่งหน้าแถมมาด้วย ต้องพึ่งพาไฟส่อง
สว่างภายในห้องโดยสาร ทั้ง 2 จุด คือระหว่างแผงบังแดด และกลาง
เพดานหลังคา ชุดไฟที่ว่านี้ ก็ยกชุดมาจาก Almera นั่นละ! น่าเสียดาย
ที่ไม่สามารถแยกฝั่งซ้าย – ขวา ได้ แบบ March อีกทั้งแสงจากไฟทั้ง
2 จุดนี้ ยังค่อนข้างสว่างไม่พอในยามค่ำคืนอีกด้วย

2017_03_Nissan_Note_Interior_08

จากขวา มาทางซ้าย

สวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า มีมาให้ครบทั้ง 4 บาน มีเฉพาะบานคนขับ ที่จะเป็นแบบ
Auto One-Touch กดขึ้น – ลง ได้จนสุดเพียงครั้งเดียว ตามธรรมเนียม มาพร้อมสวิตช์
ล็อกไม่ให้เปิดกระจกหน้าต่างฝั่งผู้โดยสารทั้ง 3 บานที่เหลือ และสวิตช์ของระบบล็อก
และปลดล็อกบานประตูด้วยไฟฟ้า Central Lock ส่วน มือเปิดประตู ทำจากพลาสติก
ชุบโครเมียม ยกมาจาก FairladyZ (370Z) , และ Cube เหมือนรุ่นก่อน

ใต้ช่องแอร์ฝั่งขวาด้านคนขับ เป็นสถานที่สิงสถิตของสารพัดสวิตช์ระบบต่างๆ มีทั้ง
สวิตช์เปิด – ปิด ระบบดับและติดเครื่องยนต์เองอัตโนมัติขณะรถติด Auto-Start Stop
สวิตช์ปรับและพับกระจกมองข้างด้วยไฟฟ้า สวิตช์เปิด – ปิดระบบช่วยเตือนก่อนเกิด
การชนด้านหน้ารถ Intelligent Forward Collision Warning แถวถัดลงมาเป็นสวิตช์
เปิด – ปิด ระบบควบคุมเสถียรภาพ Vehicle Dynamic Control สวิตช์ปรับระดับชุด
ไฟหน้า และสวิตช์ เปิด-ปิด ระบบ เตือนเมื่อรถออกนอกเลนถนน Lane Departure
Warning  ถัดลงไปเป็น คันโยกสำหรับดึงฝากระโปรงหน้า และฝาถังน้ำมัน ติดตั้ง
ไว้ใต้แผงสวิตช์

ใต้คอพวงมาลัย มีช่องวางของแนวยาวขนาดพอเหมาะ ไว้ซ่อนสิ่งของขนาดเล็ก
ไว้ใช้งานในยามจำเป็น แต่ใหญ่ไม่พอจะวางปืนพกนะครับ บอกไว้ก่อน และถ้า
ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าวางของไว้ตรงนั้นเลย เพราะถ้าหล่นลงมาระหว่างขับรถแล้ว
สิ่งของนั้น ดันไปขัดอยู่ใต้แป้นเบรก หรือคันเร่ง อาจก่ออันตรายเกิดขึ้นได้

ก้านสวิตช์ฝั่งขวา ควบคุมชุดไฟหน้า ไฟสูง ไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกตามปกติ
แต่ไม่มีระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (ไฟหน้า Auto) มาให้ ส่วนก้านสวิตช์ฝั่งซ้าย
ยังคงควบคุมใบปัดน้ำฝนพร้อมหัวฉีดน้ำล้างกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถ
ตามเดิม แต่ สามารถตั้งเวลาหน่วงได้

พวงมาลัยยกชุดมาจาก Note เวอร์ชันญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่ขึ้น อ้วนขึ้น กระชับมือ
ของผู้ชายมากขึ้น หน้าตาคล้ายกับพวงมาลัยของรถสปอร์ต Nissan GT-R 2017
แป้นแตรพร้อมถุงลมนิรภัยอยู่ตรงกลาง เป็นทรงวงกลมกึ่งหยดน้ำ ประดับด้วย
แถบอะลูมีเนียม ที่ก้านพวงมาลัยทั้ง 3 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง – ต่ำ ได้ รวมทั้ง
บริเวณก้านพวงมาลัยฝั่งซ้าย มีสวิตช์ควบคุมชุดเครื่องเสียงและโทรศัพท์มาให้

2017_03_Nissan_Note_Interior_09

ชุดมาตรวัดเป็นแบบ Fine Vision Meter 2 วงกลม เรืองแสงสีขาว ซึ่งก็ยกชุด
มาจาก Almera ทั้งดุ้นอีกเช่นเคย แต่กลับไม่ประดับกรอบวงกลมด้วย Trim
พลาสติกชุบโครเมียม อย่างที่มีมาให้ใน Almera รุ่น Top

ตัวเลขยังคงใช้ Font แบบ Open Font ในการแสดงผล ให้อ่านง่าย แม้จะใช้
ความเร็วสูงอยู่ ตรงกลางเป็นจอแสดงข้อมูล Multi Informtion Display ซึ่ง
แจ้งข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย มาตรวัดระยะทางรวม Odo Meter และ Trip
Meter A กับ B มาตรวัดน้ำมัน มาตรวัดอุณหภูมิระบบหล่อเย็น  นาฬิกา และ
ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ฯลฯ

สามารถปรับความสว่างได้จากก้านสวิตช์ฝั่งซ้าย หรือจะเปลี่ยนเมนูบนจอ ก็
ให้กดก้านสวิตช์ฝั่งขวา รูปสี่เหลี่ยมซ้อน ในภาพ

น่าเสียดายที่ลูกค้าชาวไทย ไม่ได้สัมผัสกับชุดมาตรวัดแบบ 3 วงกลมซ้อน
พร้อมจอแสดงข้อมูลแบบกราฟิฟิคสวยงาม จากเวอร์ชันญี่ปุ่น

2017_03_Nissan_Note_Interior_10

จากซ้าย มาทั้งขวา ช่องเก็บของบนแผงหน้าปัดฝั่งผู้โดยสารด้านซ้าย มีให้
เลือกใช้ได้ถึง 2 ตำแหน่ง ทั้งด้านบนื สำหรับวางข้าวของจุกจิกทั่วไป ซึ่งมี
ขนาดเล็ก และช่องด้านล่าง Glove Compartment ที่ใหญ่ และลึกมากกก
จนแทบจะซ่อนซากศพบรรดาแมวเหมียวปากหมา ที่มันพากันร้องเมี๊ยวๆๆๆ
หง่าวๆ แว๊ววววๆๆๆๆๆ แงร๊ววววว!!!!!! จ้องจะฟัดกันบนหลังคาโรงรถบ้านผม
ยามวิกาล ตี 5 ในตอนนี้

สวิตช์ไฟฉุกเฉิน ติดตั้งตรงกลางระหว่างช่องแอร์คู่กลาง เป็นตำแหน่งที่ง่าย
ต่อการกดปุ่มใช้งาน ในกรณีฉุกเฉิน

ชุดเครื่องเสียง ในรุ่น 1.2 V เป็นวิทยุ AM/FM พร้อมเคื่องเล่น CD/MP3
ขนาด 2 DIN หน้าจอสี 5 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ AUX และ USB ลำโพง
4 ตำแหน่ง คล้ายๆกับ จะพบได้ใน Nissan Sylphy / Pulsar 1.6 ลิตร กับ
Navara รุ่นกลางๆ เสียงเป็นอย่างไร ผมไม่ทราบ

แต่สำหรับรุ่น 1.2 VL อยากรู้มากเลย ใครอุตริเอาวิทยุ KENWOOD รุ่นที่
หน้าตาเหมือนเครื่องเสียงแถวบ้านหม้อ มาติดให้เนี่ย? เป็นวิทยุ AM/FM
พร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 มีหน้าจอ LED สี แบบ Touch Screen 7 นิ้ว
(ซึ่งเราควรเรียกมันว่า หน้าจอ “จิก Screen” มากกว่า ต้องจิกนิ้วลงไป จึง
จะใช้งานได้ดี มีช่องเชื่อมต่อ USB AV-in กับ HDMI รองรับระบบเชื่อม
โทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย Bluetooth ลำโพง 4 ตำแหน่ง พร้อมรีโมท

คุณภาพเสียง ต่อให้คุณนำ CD ระดับ High-Quality แค่ไหนมาฟังก็ตาม
คุณก็จะได้รับอรรถรส ในแบบเดียวกับ เสียงจากเครื่องเล่นเทป Cassette!
นี่ขนาดว่า ปรับ Equalizer ได้เยอะแล้วนะ แต่ช่วยไม่ได้ครับ ดอกลำโพง
มันเล็กและบี้แบนขนาดนั้น อย่าไปหวังคุณภาพเสียงที่ดีเด่กับเขาเลย แค่
พอฟังข่าว ฟังวิทยุ เสียบมือถือ ฟังเพลง โทรศัพท์ได้ ก็บุญโขแล้ว!

เครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ (แอร์ Auto) พร้อมหน้าจอ Digital เป็นแบบ
Chacoal Donut หน้าตาเห็นได้ชัดเลยว่า ยกชุดมาจาก Cube , Almera และ
March รุ่นปัจจุบันนั่นแหละ ยังคงเย็นเร็วใช้ได้ เมื่อเทียบกับสภาพอากาศร้อน
ในบ้านเรา

ถัดลงไปเป็นช่องใส่ของจุกจิก และช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่ง พอให้วางแก้ว
กาแฟ Starbuck ได้ แต่ถ้าวางขวดน้ำ 7 บาทแล้ว อาจดิ้นไปมาและหล่นลงไป
อยู่บนพื้นรถได้

2017_03_Nissan_Note_Interior_11

ฐานรองคันเกียร์ ปรับปรุงใหม่จาก Almera และ March ซึ่งเดิมที เป็นสีดำ
มาคราวนี้ เมื่อมาอยู่ใน Note ใหม่ ก็ต้องพ่นสีเงิน ให้ดูดีขึ้นนิดๆ แตกต่าง
จากพี่น้องร่วมตระกูลหน่อยๆ

ด้านข้างลำตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ไม่มีพนักวางแขนมาให้ ซึ่งน่าจะ
ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ได้แล้ว มีเพียงถาดวางของอเนกประสงค์
ซึ่งมีขนาดใหญ่พอให้วางก้องถ่ายรูป หรือกล่อง CD เพลง ได้ราวๆ 10 กล่อง
มีช่องใส่ปากกา หรือวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างลำตัว ข้างเบรกมือแบบปกติ
ส่วนช่องวงกลมที่เห็นปิดรูไว้นั้น ในญี่ปุ่น เป็นช่องติดตั้งสวิตช์ EV สำหรับ
Note e-Power Hybrid บ้านเราพอไม่มีขาย ก็เลยอุดปิดช่องนี้ไว้ซะ

2017_03_Nissan_Note_Visibility_1

ทัศนวิสัยด้านหน้า มาในสไตล์เดียวกับ Honda Jazz คือเป็นเรื่องธรรมดา
ของรถยนต์ที่มีเสาหลังคาคู่หน้า ยื่นล้ำไปทางด้านหน้าของตัวรถ มันอาจ
บดบังตำแหน่งการมองด้านข้าง ระหว่างที่คุณมองไปบนถนน หางตาคุณ
อาจรู้สึกแปลกๆ บางคนอาจไม่คุ้นชินกับการมีเสาค้ำหลังคา 2 ต้น มาตั้ง
ขวางหูขวางตา แถมยังมองไม่เห็นฝากระโปรงหน้าอีก ไม่แปลกครับ นี่มัน
เป็นสไตล์ของรถยนต์ที่มี Design กึ่ง Minivan แบบนี้นั่นแหละ

2017_03_Nissan_Note_Visibility_2

มองไปทางขวา เสาหลังคา A-Pillar ฝั่งขวา ยังคงมีการบดบังยานพาหนะ และ
จักรยานยนต์ ที่แล่นสวนทางกันบนทางโค้งขวา ของถนนแบบสวนกันสองเลน
ช่องกระจกสามเหลี่ยม โอเปร่า เมื่อมองจากมุมนี้ จะเห็นว่า พื้นที่กระจกที่เรา
มองเห็นได้ น้อยกว่า Honda Jazz รุ่นล่าสุดอยู่เหมือนกัน

กระจกมองข้าง มีขนาดใหญ่กำลังเหมาะสม แต่กรอบกระจกด้านนอก
ก็ถูก พลาสติกด้านใน เบียดบังพื้นที่กรอบฝั่งขวา ไปบ้างพอสมควร

2017_03_Nissan_Note_Visibility_3

หันมาทางซ้าย เสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ฝั่งซ้าย มีขนาดกระจกโอเปรา
สามเหลี่ยม เล็กกว่า Honda Jazz รุ่นล่าสุด ชัดเจน แต่ช่วยไม่ได้ครับ ต้อง
มีขนาดเล็ก เพื่อสร้างความสมดุลย์ลงตัวในด้านรุปลักษณ์ของตัวรถ ทำให้
ยังแอบมีการบดบัง รถที่แล่นสวนทางมา ขณะเลี้ยวกลับรถใต้ทางรถไฟฟ้า
BTS ได้พอสมควร เหมือนกับ Jazz

กระจกมองข้างฝั่งซ้าย ยังมีขนาดเหมาะสมกับตัวรถ และการมองเห็นของ
คนขับ แต่ถ้าปรับให้เห็นตัวถังรถด้านข้างน้อยๆ ขอบด้านในของเปลือกที่
ครอบกระจกมองข้าง จะยังคงเบียดบังพื้นที่ริมซ้ายของกระจกเข้ามานิดๆ
อยู่ดี ประเด็นนี้ เหมือนกับ Jazz เช่นกัน

2017_03_Nissan_Note_Visibility_4

ทัศนวิสัยจากด้านหลังรถ ค่อนข้างโปร่ง อันที่จริง ขนาดของกระจกบังลม
ด้านหลัง และกระจกหน้าต่างของบานประตูคู่หลัง ก็โปร่งพอกันกับ Jazz
แต่ การออกแบบให้กระจกโอเปร่า สามเหลี่ยม คู่หลัง มีขนาดใหญ่โตขึ้น
มากกว่า Jazz ก็ช่วยเพิ่มการมองเห็น และเพิ่มความโปร่งของภายในรถ
อีกเล็กน้อย ช่วยให้การกะระยะเวลาเปลี่ยนเลนเข้าช่องทางคู่ขนานดีขึ้น

2017_03_Nissan_Note_Safety_Feature

อย่างไรก็ตาม การทองเห็นจากสายตามนุษย์ อาจไม่เพียงพอที่จะช่วยให้คุณ
รอดพ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด ดังนั้น Nissan จึงติดตั้งสารพัดอุปกรณ์ด้าน
ความปลอดภัย มาให้กับ Note ใหม่ เฉพาะรุ่น 1.2 VL เต็มพิกัด หลายรายการ
ถือเป็นครั้งแรกในการนำระบบนั้นๆ มาติดตั้งให้กับรถยนต์พิกัด ECO Car ใน
ประเทศไทย มีทั้งหมด 5 รายการ ดังนี้

Previous Post

N2010052 สาวท งแฟนจนไปคบก บคนรวยข บเบนซ แต คร งน คงเป นบทเร ยนราคาแพงในช ตไปตลอด part2

Next Post

N2010032 เด กขอทานถ กเศรษฐ เก บไปเล ยง แถมเศรษฐ งมอบสมบ ของเขาท งหมดให part2

Next Post
N2010032 เด กขอทานถ กเศรษฐ เก บไปเล ยง แถมเศรษฐ งมอบสมบ ของเขาท งหมดให part2

N2010032 เด กขอทานถ กเศรษฐ เก บไปเล ยง แถมเศรษฐ งมอบสมบ ของเขาท งหมดให part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.