• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010044_ขอทานทำไมถ งโขมยเพ ยงแพมเพ ชเด รปภ.ไล ตามไปเห นความจร งถ งก บพ ดไม ออก #พ คตอนจบ_part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010044_ขอทานทำไมถ งโขมยเพ ยงแพมเพ ชเด รปภ.ไล ตามไปเห นความจร งถ งก บพ ดไม ออก #พ คตอนจบ_part2

เอาล่ะครับ มาเข้าสู่บทความ Best DRIVE กันดีกว่า!

อ้อ! ปีนี้ดีอีกอย่างคือ..ไม่มีคันไหนได้คะแนนขี่คร่อมกันเหมือนปีก่อน ดังนั้น
อันดับแต่ละคันจะเคลียร์มากครับ แต่บางคู่ก็แพ้คะแนนแบบฉิวเฉียดไปด้วย
หลักทศนิยมเลยก็มี (จากคะแนนเต็ม 140 คะแนน)

+++++++++++++++++

hlm_bestdrive2016_01

อันดับที่ 34 Toyota Innova 2.0E 5MT

บางท่านอาจจะมองว่าการที่ Innova เครื่องเบนซินมาจบลงที่อันดับนี้ ไม่ค่อย
ยุติธรรมเท่าไหร่นักเพราะเราเอารถที่มีจุดประสงค์ในเชิงการขนส่งมาวัดความ
สามารถด้วยเกณฑ์ของรถส่วนตัว คล้ายกับจะบังคับปลาให้ปีนต้นไม้ แต่ในเมื่อ
จำเป็นต้องพูด ก็ต้องพูดตามจริง Innova 2.0E แทบไม่มีจุดดีเป็นพิเศษให้
พวกเราจดจำ และมันคงจะแย่กว่านี้หากว่า Toyota ขี้เหนียวอุปกรณ์ด้านความ
ปลอดภัยเหมือนในอดีตซึ่งรุ่นถูกสุดแทบไม่มีอะไรให้

แต่ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องซื้อรถไว้ขนคนและสัมภาระ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน
เกียร์ธรรมดา คุณก็จะมีตัวเลือกแค่ไปคบ Mini MPV ซึ่งอาจจะเล็กเกินไป
หรือไม่ก็มาคบ Innova คันนี้เท่านั้น อย่าคาดหวังมากกับโครงสร้างและ
ช่วงล่างที่ใช้พื้นฐานวิศวกรรมเดียวกันกับ HiLux/Revo และ Fortuner
มันยังมีความสะเทือนแฝงอยู่นิดๆ และไม่ได้ให้ความมั่นใจในการหักหลบ
สิ่งกีดขวางมากนัก ยวบยาบและเหมาะจะเอาไว้วิ่งตรงๆแบบสุภาพเรียบร้อย
เบาะหลังแบบแถวยาวนั่งสบายพอใช้ได้ เกียร์ทดจัดช่วยให้รถมีเรี่ยวแรงพอ
แซงอีโคคาร์ 1.2 ลิตรได้สบาย แต่ก็แลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่กินจุไปนิด
และราคา 1,129,000 บาทก็ดูจะแพงเกินไปสำหรับสิ่งที่รถมีให้

อันดับที่ 33 Isuzu D-Max Spark 1.9B 4×2 6MT

จะว่าไปแล้ว D-Max ตอนเดียวคันนี้ก็คงถูกจัดให้อยู่ในสภาพปลาปีนต้นไม้
แบบเดียวกับ Innova คันข้างบน แต่เนื่องจากเจ้าของเว็บดำริที่จะขโมยรถ
ของผู้ปกครองมาทดสอบ เราเองก็อยากทราบว่ารถกระบะที่ซ่อนตัวอยู่หลัง
ม่านไทเทเนียมของตรีเพชรจะมีประสิทธิภาพอย่างไร เพราะอย่างที่รู้กันว่า
Isuzu ไม่ส่งรถให้สื่อฯทำการทดสอบเชิงเปรียบเทียบใดๆ นี่จึงจัดเป็นโอกาส
ที่หาได้ยาก แน่นอนว่าเรื่องประหยัดน้ำมันนั้นหายห่วง ด้วยความที่เป็นรถ
ตอนเดียวน้ำหนักเบาวิ่งตัวเปล่าบวกกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่สด
ทำให้สร้างตัวเลข 15.57 กิโลเมตรต่อลิตรได้ อัตราเร่งดี เสียงเครื่องยนต์
เงียบเมื่อเทียบกับรถกระบะดีเซลเจ้าอื่น

และสำหรับกระบะตอนเดียวเชิงพาณิชย์ Isuzu ก็มีเบาะที่นั่งสบายกว่าที่คาด
สิ่งที่ลดทอนคะแนนของตัวรถลงอยู่ที่เรื่องการเก็บเสียงรบกวน ซึ่งต่อให้เป็น
รุ่นย่อยอื่นที่แพงกว่านี้ก็เก็บเสียงไม่ดีเท่ารถของยี่ห้ออื่น นอกจากนี้ดีไซน์
ของตัวรถทั้งภายนอกและภายในก็เริ่มไม่ทันสมัยเท่าคู่แข่งรายอื่นที่อัปเดต
เวอร์ชั่นหน้าตาให้ดูแตกต่างไปจากเดิม มันเป็นรถที่มีความคุ้มค่าราคา
แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งตอนเดียวรายอื่นๆ ก็คงมีแค่เรื่องความประหยัดที่เด่น

อันดับที่ 32 Toyota Vios 1.5S CVT MY2016

เป็นการไมเนอร์เชนจ์ที่แปลกประหลาด เพราะมีเรือนร่างภายนอกที่เหมือนเดิม
แต่ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบใหม่ เปลี่ยนระบบส่งกำลังมาเป็นแบบ CVT
แล้วยังมีการปรับแต่งช่วงล่างกับพวงมาลัยเพื่อแก้ปัญหาเดิมที่เราเคยพบ
และเป็นปัญหาที่ทำให้ Vios โฉม MY2013 ในรุ่น S นั้นได้คะแนนไม่ค่อยดี
เพราะราคาสูง เรี่ยวแรงธรรมดา ช่วงล่างแข็ง..แต่บู๊แล้วไม่มั่นใจ พวงมาลัย
หลายใจต้องคอยคัดซ้ายคัดขวาเหมือนรถศูนย์เบี้ยว

เราดีใจที่ Toyota หาวิธีเซ็ตช่วงล่างใหม่ได้จบ แม้จะแข็งไปนิดสำหรับโลก
ของคนชรา แต่ความมั่นใจในการทรงตัวดีขึ้น พวงมาลัยดีแบบรถปกติ
เครื่องยนต์ใหม่ บวกกับเกียร์ CVT ทำให้รถเร่งได้เร็วขึ้น แต่ประหยัดน้ำมัน
กว่าเดิม ดูเหมือนทุกอย่างน่าจะดี แต่ภายในรถก็ยังเหมือนเดิม ตกแต่งมา
แบบที่สู้คู่แข่งไม่ได้ ไม่มีข้อได้เปรียบใดๆเรื่องความสบายในการโดยสาร
รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาก็ยังไม่เทียบเท่าคู่แข่ง แต่ราคาไม่ได้จัดว่าถูก
มันเป็นรถที่ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน แต่เพราะโลกของรถ B-Segment พัฒนา
ไปมากในช่วง 3 ปีนี้ ประสิทธิภาพและจุดเด่นของตัวรถจึงไม่เด่น

อันดับที่ 31 Mitsubishi Triton Megacab Plus 2.4 5AT

แม้ว่า Triton รุ่น 4 ประตูทั้งเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติจะได้รับการยกย่อง
โดยสมาชิกทีมเราว่าเป็นรถกระบะที่คุ้มราคา แต่ Triton รุ่น Megacab
Plus นี้กลับทำได้ไม่ประทับใจเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากช่วงล่าง
ซึ่งเซ็ตมาเผื่อสำหรับการบรรทุก ทำให้การเดินทางไกลแบบตีรถตัวเปล่า
ไม่ค่อยนุ่มนวลน่านั่งเท่ารุ่น 4 ประตู นอกจากนี้ อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ยังค่อนข้างสูงแม้จะพยายามขับแบบคันเร่งนิ่งๆ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MIVEC
มีนิสัยชอบรอบจัด แต่ขาดพลังที่รอบต่ำ ติดบูสท์ช้าเมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์
2.4-2.5 ลิตรรุ่นอื่นๆ อุปกรณ์ติดรถทั้งของอำนวยความสะดวกและของเพื่อ
ความปลอดภัยก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่ารถกระบะมี Cab ในงบ 800,000 บาท
ของเจ้าอื่น

แต่ถ้าโจทย์ของคุณคือกระบะแบบมี Cab ยกสูง เกียร์อัตโนมัติที่ขับคล่อง
และเร่งแซงได้เร็ว Triton คันนี้น่าจะเหมาะสมกับคุณ เพราะในบรรดารถกระบะ
ราคาไม่เกิน 8 แสน ก็มีแต่เจ้านี่แหละที่ยัดเครื่อง High Power ม้าเยอะมาให้
แม้ว่าออกตัวจะช้า แต่พอรอบสูงแล้วเร่งลื่น ไล่ฆ่า Revo 2.8 ลิตรเกียร์ธรรมดา
เกือบได้เลยด้วยซ้ำ พวงมาลัยไวกว่ารถกระบะรุ่นอื่นๆทั้งหมด ซึ่งเป็นดาบ
สองคม คนขับรถเก๋งน่าจะชอบในความคล่อง แต่คนขับรถกระบะอื่นจนชิน
อาจจะรู้สึกประสาทนิดๆ

hlm_bestdrive2016_02

อันดับที่ 30 Toyota HiLux Revo 2.8 Pre-runner 6MT

ดูเหมือนว่า Toyota จะชนะ Mitsubishi ในสงครามกระบะมี Cab ยกสูง
ทั้งๆที่เราไม่ใช่เว็บที่ทดสอบรถกระบะเป็นหลัก และไม่มีใครในทีมที่ชอบ
อาการช่วงล่างหลังดีดดิ้นราวกับกระบะจากยุคก่อนกำเนิด iPod แบบที่
Revo เป็น มันไม่ได้มีอัตราเร่งที่เร็วเหลือเชื่อ ขนาดใช้เกียร์ธรรมดาแบบ
6 จังหวะบวกกับปอดขนาด 2.8 ลิตรยังแทบเร่งหนี Triton ไม่ได้เลย
ราคาก็ไม่ได้ถูก เพราะในขณะที่ Mitsubishi ให้คุณจ่าย 764,000 บาท
Revo จะขอเงินคุณถึง 875,00 บาท (ราคา ณ วันที่รับรถทดสอบ)

แต่ถ้าได้ลองสัมผัสรถคันจริง คุณก็จะรู้ว่าทำไม Revo ถึงได้คะแนนดีกว่า
Mitsubishi เครื่องยนต์ 2.8 ลิตรแม้จะไม่ได้ลากรอบสนุก แต่แรงบิดช่วง
ออกตัว กับช่วงกลางที่จำเป็นต่อการใช้งานจริงนั้นมีเหลือเฟือ ไม่ต้องกด
คันเร่งเยอะก็มีเรี่ยวแรงดี เกียร์ iMT ช่วยปรับรอบเครื่องรองรับการเปลี่ยน
เกียร์ลงได้ดีระดับหนึ่ง เบาะนั่งสบาย พื้นที่หลังเบาะกว้าง การเก็บเสียง
ทำได้ดีกว่า มีการตกแต่งและอุปกรณ์ภายในที่ให้ความรู้สึกทันสมัยกว่า
เบรกดีไม่แพ้กันและท้ายสุดคืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของ Revo นั้น
ทำได้น่าประทับใจกว่ามาก เมื่อรวมคะแนนทุกด้านแล้วจึงได้แต้มมากกว่า
Mitsubishi แต่ก็แค่ในหลักทศนิยมเท่านั้นล่ะครับ

อันดับที่ 29 MG GS 2.0 Turbo X Sunroof

GS สร้างความตื่นตะลึงให้ทีมงานของเราเมื่อครั้งที่มันเปิดตัวด้วยสเป็คที่ดู
อลังการแบบ Sport Crossover ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 218 แรงม้า เกียร์
แบบคลัตช์คู่ อุปกรณ์ความปลอดภัยท่วมคันแถมมีซันรูฟ แล้วยิ่งเมื่อเปิดราคา
มา 1,310,000 บาท ทำให้มันดูเป็นรถที่คุ้มค่าน่าซื้อ..ทำไมล่ะ คุณได้พลัง
มหาศาล ออพชั่นท่วมคัน แต่จ่ายเงินเท่ากับรถของคู่แข่งที่ใช้เครื่องยนต์
2.0 ลิตรรุ่นล่างๆ?

เมื่อได้สัมผัสจริง ณ บางจุด อารมณ์ของเราเหมือนถูกเพศตรงข้ามที่เอารูป
โปรไฟล์ขั้นเทพมาหลอก แต่เจอตัวจริงแล้วไม่ได้น่าประทับใจขนาดนั้น
พลังม้าทั้งหมดที่มีถูกน้ำหนักตัวถ่วงเอาไว้จนอัตราเร่งไม่ได้ดีไปกว่ารถพิกัด
2.4-2.5 ลิตรของคู่แข่ง เกียร์คลัตช์คู่ยังมีจังหวะยึกยัก ถ้าอยากมีความสุข
ต้องขับช้าสุดๆ ไม่ก็เร็วแบบสุดๆไปเลย แถมยังดูดน้ำมันปริมาณมหาศาลจน
กลายเป็นรถทดสอบที่กินค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเยอะที่สุดของปี แต่ทั้งนี้
เราต้องยอมรับว่าช่วงล่างของ GS นั้นเทพไล่ๆกันกับ Mazda CX-5 ระบบเบรก
ทำงานดีไว้ใจได้ที่ความเร็วสูง ด้วยราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งหลายแสนบาท มันน่า
จะพอให้คุณเอาไปชดเชยค่าน้ำมันได้นานหลายปีอยู่

อันดับที่ 28 Toyota Camry ESport 2.5

ESport คือบทเรียน..ไม่ใช่สำหรับ Toyota แต่สำหรับคุณผู้อ่านว่าบางครั้งคนไทย
ก็ได้ใช้ของที่ดีกว่าฝรั่ง ไม่ต้องไปเรียกร้องให้เอาของนอกเข้ามาขายคนไทยหรอก
เรื่องนี้อาจจะขัดกับความเชื่อของหลายคนที่มองว่ารถสเป็คฝรั่งต้องดีกว่าไทยเสมอ
ESport เป็นรถที่สร้างขึ้นเพื่อเอาใจรสนิยมลูกค้าชาวออสเตรเลีย แต่เมื่อมันมาถึง
บ้านเรา แทนที่คุณจะได้สัมผัสความเป็นออสเตรเลียแบบสเต็กเนื้ออย่างดี คุณกลับ
ได้เว็จจิไมต์กลิ่นฉุนที่บางคนก็ไม่ได้ชอบ..ตัวรถมีราคาแพงกว่า Camry 2.5G
สเป็คไทย 140,000 บาท คุณได้หน้าตาที่แตกต่างได้ซันรูฟ ได้ช่วงล่างแบบสปอร์ต
ที่เปลี่ยนรถผู้บริหารให้กลายเป็นรถกายบริหารออกกำลังบู๊ได้อย่างสะใจ มั่นใจพอๆ
กับเทพประจำเซกเมนต์อย่าง Teana L33

แต่เรื่องอุปกรณ์ติดรถ คุณต้องรับให้ได้ถ้าจะขับรถ D-Segment ราคาล้านหก
กระจกพับมือ ไฟหน้าฮาโลเจน หัวเกียร์ยูรีเธน วัสดุและบรรยากาศภายในดูแล้ว
น่าจะด้อยกว่า Altis ตัวท้อปเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้อัตราเร่งที่จับเวลามานั้นก็
ช้ากว่ารุ่น 2.5G มีแค่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัดสูสีกันโดยที่ ESport
ดีกว่าเป็นหลักทศนิยม ถ้าคุณต้องการรถที่แตกต่างจากคนอื่น หายากกว่า
Camry รุ่นอื่น และมีสีแปลกๆให้เลือก  ESport น่าจะโอเค แต่ถ้ามองหารถ
D-Segment ที่ให้ประสิทธิภาพรอบด้านดีในราคาที่ยุติธรรม..ป้ายหน้าครับ

อันดับที่ 27 Honda BR-V 1.5 SV CVT

ถูกสร้างขึ้นมาเพราะรู้ว่าคนไทยชอบมาดรถ Mini SUV มากกว่า Mini MPV
อย่าง Mobilio แต่แท้จริงแล้วรถทั้ง 2 รุ่นนี้ต่างก็ใช้พื้นฐานตัวถังและเครื่องยนต์
ร่วมกัน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่เพราะพลังจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรกับเกียร์ CVT
ก็สามารถถีบตัวรถไปข้างหน้าได้เร็วกว่ารถพิกัด 1.5 ลิตรคันอื่น เร็วพอๆกับ Juke
เร็วกว่า Ford EcoSport ให้สมรรถนะที่พึ่งพาได้ ขับง่าย เข้าใจง่าย ช่วงล่าง
แข็งกระด้างขึ้นกว่า Mobilio แต่ไม่ได้เกาะถนนดีกว่ากันมากนัก เบาะนั่งแต่
ละตัวให้ความสบายอย่างสมเหตุสมผล เบาะแถว 3 มีเนื้อที่มากกว่าที่คิด

ดูเหมือนจะดี แต่ประสิทธิภาพด้านอื่นออกจากธรรมดา การเก็บเสียงไม่ดีนัก
พื้นฐานโครงสร้างหลักก็ยังมาจาก Brio แล้วยังกล้าขายในราคา 820,000 บาท
แล้วเบาะปรับความสูงไม่ได้ เข็มขัดเบาะหน้าก็ปรับสูงต่ำไม่ได้ เวลาขับบนถนน
ความรู้สึกหนึบ หนักแน่นที่ได้ ก็ยังไม่เท่า Juke กับ EcoSport และที่สำคัญ
คือระบบป้องกันกลิ่นรบกวนจากภายนอกไม่ดีนัก จอดผิดที่มีเหม็นทั้งรถ

hlm_bestdrive2016_03

อันดับที่ 26 MG6 1.8 Turbo X Sunroof

ค่อนข้างมหัศจรรย์มากพอแล้วที่ MG6 เปลี่ยนฐานะจากอันดับโหล่ในปี
2014 กลายเป็นอันดับที่ 26 ทั้งที่พื้นฐานของมันเป็นรถคันเดิม แล้วยังต้อง
เจอกับคู่แข่งรุ่นใหม่ที่โหดกว่าเก่า เกียร์คลัตช์คู่ที่เคยกวนประสาทในรถล็อตแรก
(ยังไม่อัปเดต Firmware) พอมาเป็นรุ่นนี้มีนิสัยคาดเดาได้ง่ายขึ้น กะจังหวะ
คันเร่งได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีอาการกระยึกกระยักที่ความเร็วต่ำ โหมด Manual
เล่นไม่สนุกและโหมด Auto ก็เลือกเกียร์ไม่ค่อยเข้าท่าเวลาขึ้นทางชัน
พลังเทอร์โบ 1.8 ลิตร เจอน้ำหนักตัวระดับ Teana อัตราเร่งเลยเป็นแบบ
ต้นงั้นๆ ปลายไหล ช่วงล่างมาในแนวรถหนักโช้คอัพแข็ง ให้ความมั่นใจได้ดีแม้ว่า
จะไม่หนึบนุ่มคล่องแบบ Ford Focus หรือมั่นและคมแบบ Mazda 3

ภายในยังดูเหมือนรถตกยุค แต่ MG ก็พยายามปรับเปลี่ยนหน้าปัดและระบบ
มัลติมีเดียจนดูทันสมัยขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น เบาะนั่งบีบตัวเล็กน้อย แต่เบาะหลัง
มีพื้นที่ให้ค่อนข้างเยอะ เรื่องอุปกรณ์ไม่ต้องพูดถึง มีมาให้เพียบตามสไตล์
MG แล้วก็ตบซันรูฟแถมเข้าไป อัดฉีดอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเข้าไป
คนที่ชอบขับรถทางไกลเร็วๆน่าจะชอบ แต่กรุณาเตรียมค่าน้ำมันเผื่อเอาไว้
เยอะหน่อยจะดีมาก

อันดับที่ 25 Isuzu MU-X 1.9 DA-DVD 4×2 6AT

หลายคนกังวลว่าเครื่องยนต์ขนาดแค่ 1.9 ลิตร พอมาอยู่ในรถใหญ่และหนัก
แบบนี้จะวิ่งไหวเร้อ (เสียงสูง) เอาเข้าจริงตัวเลขอัตราเร่งออกมาชนะ Fortuner
รุ่น 2.4 ลิตรและ Everest 2.2 ลิตรได้ทั้ง 0-100 และช่วงเร่งแซง 80-120
นอกจากนี้ยังทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 13.87 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งนับว่า
เป็นรถ PPV ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดเวลาวิ่งทางไกล อุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาถือว่า
ไม่น่าเกลียด และในแง่ของความสบายเวลาโดยสาร ช่วงล่างหลังของ MU-X
ก็ยังมีอาการดีดดิ้นน้อยกว่า Fortuner การหักหลบสิ่งกีดขวางนั้นแม้ว่าช่วงล่าง
จะยวบตัวเยอะจนน่าเสียว แต่ล้อหน้ากลับจิกพื้นได้ดีกว่า Pajero Sport

มันน่าจะเป็นรถที่เหมาะกับการเดินทางไกลแบบสันติสุข พ่อยิ้ม แม่ยิ้ม ลูกยิ้ม
อุปกรณ์ต่างๆใช้งานไม่ยาก ทำคะแนนในหัวข้อต่างๆได้ปานกลางไปจนถึงดี
เพียงแต่ยังมีจุดอ่อนที่พละกำลังเครื่องยนต์ในช่วงก่อน 1,800 รอบต่อนาที
ซึ่งเทอร์โบยังทำงานได้ไม่เต็มที่ รอบต่ำๆไม่พุ่งเท่า Fortuner 2.4 ช่วงล่าง
ยังถ่ายทอดอาการสะเทือนเวลาถนนไม่เรียบคล้าย PPV ยุคเก่าอยู่บ้าง
การเก็บเสียงลมเข้ารถยังทำได้แย่กว่ารถรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน และดีไซน์
ของตัวรถทั้งภายในและภายนอกเริ่มไม่สดเท่าคู่แข่ง ทำให้คะแนนของมัน
ยังไม่ดีเท่าที่ควร

อันดับที่ 24 BMW 218i Coupe M Sport 8AT

โดยปกติ เมื่อมีรถของ BMW เข้ามาในกลุ่มรถทดสอบประจำปี เรามักจะพบ
รถเหล่านั้นติดอันดับ Top Ten หรืออันดับ 1 ไปเลยด้วยซ้ำ แต่กับ 218i คันนี้
เป็นกรณีที่ต่างกันออกไป เพราะเรารู้สึกว่าองค์ประกอบแห่งความขลังของ
BMW ขาดไปหนึ่งอย่าง นั่นก็คือพละกำลังจากเครื่องยนต์ ในตารางสเป็ค
คุณอาจเห็นตัวเลขแรงม้าและแรงบิดที่ไม่ต่างจาก 116i F20 1.6 ลิตร 4 สูบ
แต่ในชีวิตจริง เรารู้สึกว่าเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.5 ลิตรรุ่นใหม่นี้ขาดอารมณ์ยิ่งกว่า
แม้ว่ามันจะมอบอัตราเร่งที่สมเหตุสมผลยามใช้งานในเมือง แต่เมื่อทางเปิดโล่ง
แล้วเหยียบคันเร่งเต็ม รอบปลายมันไปแบบแห้งๆ ไม่มีทั้งความบันเทิงและ
แรงดึง..รถแบบนี้น่าจะได้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 184 แรงม้ามันถึงจะสนุก

แล้วอะไรอีก? อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็แย่กว่า 116i รุ่น 4 สูบ อรรถรสใน
การขับขี่อาจจะต่างกันบ้างจากการที่ 218i มีตัวถังที่เหนียว แข็ง และมีบาลานซ์
น้ำหนักหน้า/หลังที่สมดุลย์ มันเป็นรถที่ขับสนุกแบบสั่งได้ในโค้ง พวงมาลัยคม
หน่วงมือกำลังดี ตำแหน่งการนั่ง การออกแบบตามหลักสรีระร่างกายมนุษย์
ดูแล้วรู้สึกได้ว่าคนสร้างรถต้องการให้เราสนุกไปกับมัน น่าเสียดายที่ BMW
ประเทศไทยเลิกทำตลาดรุ่น 220i แล้วก็เหลือแค่เจ้า 3 สูบราคา 2,599,000
บาทอย่างที่เห็น บางทีเราก็รู้สึกเหมือนกันว่าถ้าได้แรงแค่นี้ แต่จ่ายเยอะ
ขนาดนี้ พี่หนีไปคบซีรีส์ 3 ประกอบในประเทศดีกว่าครับ

อันดับที่ 23 Toyota Fortuner 2.8V 4WD

King of PPV Sales กลับมาสู่อ้อมอกเราอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมเครื่องยนต์
ขนาด 2.8 ลิตรและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time อุปกรณ์ต่างๆถูก
ใส่มาให้แบบเต็มพิกัดความหรู Fortuner รุ่นใหม่ยังคงมีจุดเด่นทางด้านการ
ออกแบบซึ่งได้คะแนนดีทั้งภายนอกและภายใน วัสดุต่างๆที่เลือกใช้นั้นดูแพง
กว่า Pajero Sport แต่อาจจะสูสีกับ Everest และ Trailblazer (ขึ้นอยู่กับรส-
นิยมว่าไปเจอกรรมการที่ชอบบรรยากาศแบบไหน) เบาะนั่งมอบความสบายได้ดี
เท่าๆกับ PPV รุ่นอื่น ประสิทธิภาพหลายด้านอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย พวงมาลัยมี
อาการสั่นราวกับพยายามถ่ายทอดทุกรายละเอียดของผิวถนนมาสู่มือ แต่มี
น้ำหนักหน่วงมือกับความไวที่เป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับประเภทของรถ

พละกำลังของเครื่องยนต์และการตอบสนองของคันเร่ง/เกียร์ก็นับว่าเป็นจุดเด่น
เทอร์โบสามารถสร้างแรงบูสท์ได้ตั้งแต่รอบต่ำ ไม่ต้องกดคันเร่งหนักๆก็มีแรงดี
แต่ถ้าคิดจะกดเต็ม ในหมู่ PPV 4WD ที่มีขายอยู่ในปัจจุบันนั้น มันคือรถที่ควบ
ทั้งตำแหน่ง เร็วที่สุด และประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดไปพร้อมกัน แต่สิ่งที่ทำให้คะแนน
ถูกฉุดลงอยู่ที่ช่วงล่างหลัง ซึ่งเซ็ตมาราวกับเตรียมไปบรรทุกอาวุธทำศึกสงคราม
ต่อให้นั่ง 3 คนเรียง ท้ายก็ยังดีดดิ้นชนิดคนเมารถยอมแพ้ นอกจากไม่นุ่มแล้ว
การเกาะถนนและรักษาอาการตัวรถยังห่างชั้นกับ PPV เลือดอเมริกามากนัก
นอกจากนี้อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยก็ยังสู้ Pajero Sport ตัวท้อป
ที่ราคาถูกกว่ากันแสนบาทไม่ได้ ถ้าปรับสองจุดนี้ได้ รับรองว่าอันดับออกมาสวย
กว่านี้แน่นอน

hlm_bestdrive2016_04

อันดับที่ 22 Mazda MX-5 2.0 6AT

นี่คือสิ่งที่พลิกความคาดหมายมากที่สุดในการจัดอันดับ Best DRIVE ปีนี้
เพราะคุณรู้..ว่านี่คือ Best DRIVE และหนึ่งในรถที่ DRIVE ดีที่สุดจนคนทั้งโลก
จดจำก็คือ Mazda MX-5 แล้วทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ…มันทำคะแนนได้
ระดับดีมากในเรื่องอัตราเร่งและความคล่องตัว แม้ว่าแรงม้าจะน้อยกว่า BRZ
และ 86 เกียร์อัตโนมัติ แต่ด้วยน้ำหนักที่เบาและเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดดีโดย
ไม่ต้องใช้รอบสูงมากแบบคู่แข่ง ทำให้มันดีดออกตัวได้ไว กะน้ำหนักคันเร่ง
ได้ง่าย มีความคล่องตัวราวกับหนูที่วิ่งซิกแซกไปตามช่องแคบๆระหว่างลัง
ดีไซน์ภายนอกสวยเกือบหมดยกเว้นไฟท้ายทรงนั้น ดีไซน์ภายในทำได้ดีขึ้น
กว่ารุ่นที่แล้วมาก ช่วงล่างเกาะถนนดีถ้าขับแบบเน้นเกาะ และพร้อมจะสะบัด
เมื่อคุณต้องการ พวงมาลัยและเบรก ทำงานประสานกับช่วงล่างเพื่อมอบความ
สนุกที่คุณใฝ่ฝันจากรถขับหลังขนาดเล็กแบบนี้มาตลอดชีวิต

มันคือรถที่น่าประทับใจ สร้างความรู้สึกประทับใจแบบเดียวกับ MX-5 NA สมัย
ก่อนที่สนุกโดยไม่ต้องมีเครื่องแรง มีความคล่อง ความเบาและความเรียบง่าย
กลไกหลังคาเปิดด้วยมือใช้งานง่ายจนทำให้หลังคาไฟฟ้าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย
อย่างไรก็ตาม ความที่ถูกออกแบบโดยเน้นความเบา ทำให้พื้นที่ภายในคับแคบ
เบาะปรับไม่ได้มากนัก พวงมาลัยปรับระยะได้แค่ขึ้น/ลงและเป็นระยะน้อยเกิน
มันจะมอบความสุขให้ก็แต่กับคนที่หุ่นดีพอจะนั่งมันได้เท่านั้น การเก็บเสียงต้อง
ทำใจเพราะหลังคาผ้าใบด้วย ระบบเบรกแม้จะไว้ใจได้แต่หากใช้ความเร็วสูง
และกดเบรกยาวต่อเนื่อง จะมีอาการสูญเสียแรงเบรก ซึ่งไม่น่าพบแล้วในรถที่
เบาและทำมาเพื่อซิ่งแบบนี้ ท้ายสุดคือราคา 2.7 ล้านบาทที่แม้จะถูกเมื่อเทียบ
กับ 86 ตัวท้อป แต่แพงมากเมื่อเทียบกับ BRZ ซึ่งมอบประสบการณ์ได้คล้ายกัน
และมีพื้นที่ให้ขยับเนื้อตัวได้มากกว่า ปรับท่าทางการนั่งให้ถนัดได้มากกว่า

อันดับที่ 21 Toyota Fortuner TRD Sportivo 2.8

คุณเริ่มต้นโดยการเอา Fortuner 2.8V 4WD มา จากนั้นก็ลองคิดสิว่าพวกคนที่
ซื้อ Fortuner ไปแต่ง เขาชอบทำอะไรกับรถ นั่นคือสิ่งที่ Toyota คิดแล้วก็โยนใส่
ลงไปในเจ้า TRD พวกเราไม่ใช่แฟนสไตล์หลังคาดำเท่าไหร่ รวมถึงลายล้อ
อัลลอยที่ดูล้ำแต่ไม่ค่อยเข้ากับรถ ภายในเล่นโทนตะเข็บและแสงสีแดงอาจ
เรียกความสนใจจากกรรมการที่อายุวัยรุ่นได้ (ซึ่งแน่นอนไม่ใช่ผม) แล้วคุณยัง
ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากตัว 2.8V 4WD อีกตั้ง 140,000 บาท เพื่ออะไร?

แต่สิ่งที่ต้องยอมรับก็คือฝีมือการเซ็ตช่วงล่าง TRD ของทีมวิศวกร นี่ล่ะคือสิ่ง
ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อ Fortuner ได้โช้คอัพและสปริงที่ตั้งใจทำมาดีๆ มันจะกลาย
เป็นรถที่ขับได้สนุกและมั่นใจขึ้นแค่ไหน ในขณะที่ 2.8V มีอาการหน้าย้วยบ้าง
และหลังดีดมาก เจ้า TRD คุมอาการช่วงล่างหน้าได้อยู่หมัด แถมยังกำราบอาการ
ดิ้นของช่วงล่างหลังได้ดีขึ้น วิ่งเร็วๆก็มั่นใจ หักหลบควายหรือคนที่เดินควายๆ
ก็ไม่ต้องกลัว จังหวะสลาลอมบางช่วงความเร็วรู้สึกมั่นใจยิ่งกว่า Everest 3.2
เสียอีกแม้เรื่องการซับความสะเทือนจะยังตามหลัง Ford อยู่ ช่วงล่างนี่ล่ะคือสาระ
ที่ปิดกลบจุดอ่อนหลักของ Fortuner ได้ แต่ก็ไปเพิ่มจุดอ่อนใหม่คือราคาที่ดู
จะสูงเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ในภาพรวม

อันดับที่ 20 MG5 1.5 Turbo X Sunroof

นี่คือ MG ยุคใหม่รุ่นแรกที่ไม่ใช้เกียร์แปลกพิลึกที่บังคับให้เจ้าของต้องมานั่ง
เรียนรู้วิธีการใช้งานให้ได้ดี แล้วมันก็กลายเป็น MG รุ่นแรกที่เราขับแล้วรู้สึกว่า
สนุกจริง เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบบ้านๆที่มี 6 จังหวะ
คุณขับมันเหมือนที่ขับรถรุ่นอื่นบนท้องถนนได้เลย พวงมาลัยหน่วงดีมากที่
ความเร็วสูง ช่วงล่างมาในแนวรถหนักบวกโช้คอัพแข็งอันเป็นสไตล์ที่ MG
ถนัด เหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวามั่นใจ ดูแล้วน่าจะเป็นรถ B-segment ที่เหมาะมาก
สำหรับคนที่ชอบขับเดินทางไกลด้วยสปีดที่น่าจะโดนใบสั่งไปตลอดทาง

และถึงแม้จะจัดว่าเป็น B-segment แต่ขนาดตัวรถโตพอๆกับ C-segment
บางรุ่น เนื้อที่ภายในจึงมากมายเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย
ในเชิง Active เยอะ แต่ในเชิง Passive ไม่เด่นแล้วเมื่อเทียบกับคู่แข่งสมัยนี้
อัตราเร่งของเครื่องเทอร์โบ 129 แรงม้ามาในสไตล์ตีนตั้นงั้นๆ (0-100 และ
80-120 แพ้ City SVนิดหน่อย) แต่ตีนปลายไหลน่ากลัวกว่าที่คิด ภายในดู
โบราณ วัสดุดูไม่ทันสมัย ดีที่หน้าปัดอ่านค่าง่ายและระบบมัลติมีเดียใช้การ
ได้ดีควบคู่ไปกับ InkaNet เบาะคนขับปรับสูงต่ำไม่ได้ (ได้แต่ดันช่วงก้น
ขึ้น/ลง) และที่สำคัญคือกินน้ำมันดุกว่า B-segment คันอื่นๆ ไม่ว่าจะขับแบบ
สันติ หรืออยู่ในโหมดออกรบ MG5 จึงไม่ได้อันดับดีไปกว่านี้

อันดับที่ 19 Toyota Innova Crysta 2.8V 6AT

เซอร์ไพรสอันดับ 2 รองจากผลของ MX-5 ก็คือ Innova Crysta นี่ล่ะ
ในเมื่อเราก็ทราบดีว่าพื้นฐานของรถมันเกิดมาจาก HiLux Revo/Fortuner
ซึ่งมาพร้อมกับการเซ็ตช่วงล่างแบบเอาใจคนอินโดโผวิ่งซิ่งบนลูกรัง พอมา
เจอถนนเมืองไทย แรกๆก็จะรู้สึกนุ่ม..เพราะมันก็นุ่มกว่า Fortuner จริง แต่
ยังมีอาการเก็บแรงสะเทือนกรวดสะเทือนหลุมในลักษณะเดียวกัน พอวิ่งบน
ทางด่วนสัก 120 หักเปลี่ยนเลนทีหนาวหลังราวกับพิงแอร์ น่ากลัวหนักกว่า
Fortuner หรือ Revo เสียอีก

แต่ถ้าตัดข้อเสียเรื่องช่วงล่างออก คะแนนในหัวข้ออื่นๆทำได้ดี ภายในรถ
คันจริงดูสวยกว่าในรูป ออกแบบจัดวางสวิตช์ต่างๆมาให้ใช้งานได้ง่าย มี
อุปกรณ์ของเล่นและของที่เกี่ยวกับความปลอดภัยมาให้ค่อนข้างครบ เบาะ
นั่งตอนหน้าสบายพอๆกับ Fortuner ส่วนเบาะแถว 2 Captain seat นั้นสบาย
ราวกับต้องการยกระดับตัวเองให้พรีเมียมขึ้น เครื่องยนต์ในสเป็คเหมือนแรง
น้อยกว่า Fortuner 2.8 แต่พอขับจริงแล้วไม่ใช่เลย นี่มันอาม่ากินสเตียรอยด์
ชัดๆ ดีดออกตัวแรง แซงเร็วจนน่ากลัวช่วงล่างจะรับไม่ไหว แต่เอาเถอะ ราคา
นี้ถ้าไปซื้อ Fortuner คุณได้แค่รุ่น 2.4 ขับหลัง ซึ่งถ้าไม่นับเรื่องความเท่แล้ว
ว่ากันด้วยสิ่งที่ได้จากรถคันนั้นจริงๆ Innova 2.8 ชนะขาดและทำให้ราคา
ที่แพงกว่ารุ่น 2.0E MT ตั้ง 270,000 บาทนั้นดูโหดร้ายน้อยลง

hlm_bestdrive2016_05

อันดับที่ 18 Toyota Sienta 1.5V CVT

เป็นรถที่สร้างความแตกแยกของกรรมการในเรื่องดีไซน์ เพราะถ้าไม่ใช่ว่า
“ชอบ! แนวว่ะ!” ก็จะเป็น “เห็นแล้วอยากวิ่งหนี” ไปเลย ภายในดูจากใน
โบรชัวร์เหมือนจะดี ตัวจริงก็ดูดีถ้ามองว่าเอาเทียบกับ Mini MPV คันอื่นๆ
(โชคดีนะที่ Freed มันเลิกขายไปแล้ว) แต่วัสดุในจุดต่างๆนั้นเป็นสไตล์ลูกครึ่ง
ไทย-อินโด ไม่ได้ดูแพงดูเนียนแบบเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เบาะแต่ละตัวมีความสบาย
ตามประเภทของรถ มีลูกเล่นที่ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้ง 2 ข้าง ซึ่งพอแพ็คเกต
ทั้งหมดนี้มาในราคาที่แพงกว่า Mobilio พอสมควร แต่ก็ถูกกว่า Freed ล็อต
ท้ายๆ ทำให้มันได้คะแนนความคุ้มค่าต่อเงินลงทุนค่อนข้างดี และยังได้คะแนน
เรื่องช่วงล่างดีกว่าที่คาด วิศวกรเซ็ตมาในแนวแอบแข็งนิดๆ แต่ทำให้โยกเล่น
หรือขับมุดซ้ายขวาในโหมดแม่บ้านปวดขี้ได้ดีน้องๆ Suzuki Ertiga

จุดที่ทำให้มันยังได้คะแนนไม่ดีคืออัตราเร่ง ซึ่งพอคิดจะมีประตูไฟฟ้า มีอุปกรณ์
เยอะแล้วใช้เครื่องที่ไม่ได้แรงกว่าชาวบ้าน ผลออกมาก็คืออืดกว่าชาวบ้านนั่นล่ะ
อัตราสิ้นเปลืองเวลาวิ่งทางไกลเลขดูสวย แต่พอใช้งานจริงแล้วต้องกดต้องอัด
เข็มน้ำมันกลับลดลงเร็วกว่าใครเพื่อน ถ้าปรับปรุงตรงจุดนี้ได้ ต่อให้คงราคา
เอาไว้เท่าเดิม คะแนนของ Sienta จะต้องไต่อันดับไปอยู่แถวๆ 14-15 ได้แน่นอน

อันดับที่ 17 Ford Focus 1.5 EcoBoost

อรรถรสได้ เสียงได้ อันที่จริง..ในบรรดาเทอร์โบคาร์ราคาล้านบาทบวกลบ
ทั้งหมดตอนนี้ Focus มีเสียงเครื่องที่เร้าใจที่สุดเวลาเหยียบ มีช่วงล่างที่ดีที่สุด
เมื่อมองการใช้งานทุกรูปแบบ  รุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์นี่ก็เซ็ตไว้ดีแล้ว รุ่นใหม่ยิ่ง
หนึบเอาใจไวรุ่นมากขึ้น สะบัดแรงๆท้ายกวาดตามหน้ามาขึ้น คุมตัวรถเวลาเข้า
โค้งบนถนนไม่เรียบได้ดี พวงมาลัยเป็นธรรมชาติขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่
ชอบขับรถเร็ว แล้วก็ยังมีอุปกรณ์ความปลอดภัยในเชิงป้องกันและเชิงรับดี
ระบบช่วยจอดก็ได้ใจคนชอบของไฮเทค (ซึ่งไม่ใช่ผม) แต่ตัดซันรูฟและไฟหน้า
แบบโปรเจคเตอร์ออกไป

เกียร์ 6 สปีด Ford/GM ทำงานได้โอเค ไม่ถึงกับสะใจ การคิกดาวน์บางจังหวะ
ยังติดนุ่มช้า ตำแหน่งการขับขี่สูงเดิด แดชบอร์ดมีหน้าที่ในการเบียดบังพื้นที่
บริเวณขาโดยไม่จำเป็น เนื้อที่เบาะหลังก็ไม่ได้กว้างสบายแบบ Altis หรือ Civic
อัตราเร่งนั้นแม้จะรู้สึกเหมือนเร็ว แต่ความจริงไม่ได้แรงขนาดนั้น มันแทบจะ
แพ้ 2.0 GDi รุ่นเดิมเอาเสียด้วยซ้ำไป ไม่ต้องไปเทียบแข่งกับ Civic RS
หรือ Sylphy Turbo ในเรื่องนี้ ท้ายสุดคือราคา 1,099,000 บาท ณ วันทดสอบ
ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่าง Sylphy DIG-T และ Civic RS ทำให้คะแนนความคุ้มค่า
อยู่ในระดับปกติ นี่ถ้าลดเหลือ 999,000 ตั้งแต่ตอนเปิดตัว คะแนนน่าจะดีกว่านี้
น่าเสียดาย เพราะหลายหัวข้อที่เหมาะกับคนขับรถเร็ว เจ้า Focus ทำคะแนนได้
น่าชมทีเดียว

อันดับที่ 16 Nissan X-Trail Hybrid 2.0V 4WD

ในปี 2015 X-Trail 2.0V อาศัยการจัดวางตำแหน่งเบาะ บวกกับความสบาย
ในการโดยสารและการเซ็ตช่วงล่างที่อยู่ในจุดที่มั่นคงโดยไม่กระเด้งกระดอน
ถีบตัวเองขึ้นไปได้ถึงอันดับ 7 แต่พอมาเป็นรุ่น Hybrid กลับทำแต้มได้ไม่ดีเท่า
ส่วนหนึ่งต้องไม่ลืมว่าแม้คู่แข่งจะไม่มีการเปลี่ยนโมเดลใหม่ แต่ในปี 2016
X-Trail Hybrid ต้องเจอกับเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ของ Mazda และ Subaru
แล้วยังมีหน้าใหม่อย่าง MG เป็นตัวเปรียบเทียบ คะแนนก็เลยลดลง

แต่บางอย่าง ก็ไม่ได้เกี่ยวกับคู่แข่ง เช่นเบาะหลัง ซึ่งเวอร์ชั่นเบนซิน 2.0V นั้น
ทำคะแนนไว้สูงมาก แต่พอมาเป็นรุ่น Hybrid คุณต้องพบกับเบาะรองนั่งที่สั้น
ไม่สบายเท่าเดิม แถมยังเอนไม่ได้ จุดแข็งที่เคยมีก็หายไปแล้วหนึ่ง จุดอ่อนที่
เข้ามาอีกอย่างคือการตอบสนองของระบบเบรกที่ชวนอารมณ์เสียเป็นที่สุด
พยายามหยุดรถให้ได้แบบนุ่มๆ แต่ต้องเจอกับอาการเบรกไหล ไม่ก็หน้าทิ่ม
ยิ่งถ้าขับต่อเนื่องกันนาน เจอรถติดหลายชั่วโมง อาการแย่จนอยากจะเขวี้ยง
กุญแจทิ้ง แต่ถ้ามองข้ามเรื่องนี้ได้ คุณก็ได้ SUV คันหนึ่งที่เร่งได้ดีกว่า X-Trail
2.5 แต่วิ่งทางไกลแล้วประหยัดระดับ 16.7 กิโลเมตรต่อลิตร (แต่ถ้าขับแบบอัดๆ
ก็จะกินพอๆกับรุ่น 2.0 ธรรมดา) มีถุงลมนิรภัยข้างเพิ่มมาจากรุ่น 2.0 ลิตร
ได้ความคุ้มค่าในภาพรวม กับราคาค่าตัวที่สมเหตุสมผลกว่ารุ่น 2.5 ลิตรมาก

อันดับที่ 15 Subaru Forester 2.0iP MY2016

เมื่อก่อนจะมีเพลง “ฟ้ายังฟ้าอยู่” แต่ในกรณีของ Forester นั้น คงต้องเปลี่ยน
เป็น “ป้ายังป้าอยู่” แม้ว่าหน้าตาของรุ่นไมเนอร์เชนจ์จะถูกปรับให้ทันสมัยขึ้นด้วย
กันชนและ DRL พร้อมทั้งเปลี่ยนล้อลายใหม่ แต่รูปทรงหลักๆก็ยังไม่กินใจนัก
ยิ่งไปเทียบกับคู่แข่งยิ่งรู้สึกเหมือนรถตกยุค แต่เมื่อก้าวเข้าไปนั่งข้างใน
ความรู้สึกจะดีขึ้นมาบ้างเพราะคุณได้ภายในที่ดูเกรดสูงขึ้นกว่ารุ่น XV และ
แอบคล้ายกับ WRX มีอุปกรณ์มาให้ครบครันทั้งเรื่องของเล่นและเรื่องความ
ปลอดภัย เบาะนั่งกับพวงมาลัยสามารถปรับได้หลายแบบเพื่อเข้ากับคนสรีระ
ต่างๆกัน มีแต่เบาะหลังที่ยังสบายสู้ X-Trail 2.0/2.5 ไม่ได้

เมื่อได้ลองขับ อคติที่เคยมีต่อรูปทรงของตัวรถจะลดลง..เปล่า เราไม่ได้กำลัง
จะชมขุมพลังของมัน เครื่อง 2.0 ลิตรกับเกียร์ CVT ก็ยังมีนิสัยน่าเบื่อเหมือนเดิม
แต่ช่วงล่างที่ได้รับการเซ็ตมาใหม่นั้นนุ่มนวลจนสามารถวิ่งลุยบนทางลูกรังที่
50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วแม่ยายไม่บ่น แม้ว่าจะยวบยาบกว่าคู่แข่งอย่าง
X-Trail หรือ CX-5 แต่เวลาหักหลบแรงๆ หรือทิ้งโค้งไวๆ แชสซีส์สามารถรับได้
สบาย ไม่หลุดไม่เป๋ง่ายๆ มีคุณสมบัติดีต่อการเป็นรถครอบครัวสำหรับการเดินทาง
ที่เยี่ยมยอด แต่ราคา 1,498,000 บาท ณ วันทดสอบนั้นออกจะแพงไปสักนิด
แม้ว่ามันจะถูกลงกว่าเวอร์ชั่นประกอบญี่ปุ่นมากแล้วก็ตาม..ใช่แล้ว มันมี SUV
ที่ใด้คะแนนในภาพรวมดีกว่าและขับมันส์กว่ามากในราคาที่แพงกว่านี้นิดเดียว

hlm_bestdrive2016_06

อันดับที่ 14 Lexus RC200t F-Sport 8AT

คูเป้หรูพันธุ์แฟรงเก้นสไตน์จาก Lexus ที่เกิดจากการผสมผสานวิศวกรรม
ระหว่าง Lexus IS กับ GS แล้วหดประตูลงให้เหลือ 2 บาน อาจจะเป็นสาเหตุที่
ทำให้ภายในมีพื้นที่เท่า IS แต่ตัวหนักแบบ GS ก็เป็นได้ (1,725 กก. – เท่า
GS200t และหนักกว่า C250Coupe ราว 160 กิโลกรัม) น้ำหนักตัวระดับนั้น
บวกกับการตอบสนองที่ “ป๊อด” ขนาดใส่โหมด Sport + เล่นเกียร์ Manual
Mode ตอกคันเร่งที่ 4,000 รอบยังอุตส่าห์อมบูสท์แบบค่อยๆปล่อยเหมือน
กลัวเกียร์จะพัง ทำให้ RC ในชื่อของมันน่าจะย่อมาจาก Relax Coupe มาก
กว่า Racing Coupe ..คือถ้าจะเอาคูเป้มาดสปอร์ตมาแล้วเซ็ตการตอบสนอง
แบบนี้ เอา RX200t มาให้ขับเสียยังจะดีกว่า

แต่ไม่ใช่ว่า RC เป็นรถที่ขาดพลัง เพราะถ้าคุณฟลอร์คันเร่งแบบไม่ยกเลย
เข็มความเร็วก็จะไหลขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อให้ขับทดสอบทำท้อปสปีด
ช่วงล่างก็ยังให้ความรู้สึกมั่นคงและมั่นใจ โดยที่เมื่อนำมาขับในเมืองก็สบาย
วัสดุและอุปกรณ์ภายในรถให้ความรู้สึกดีสมกับเป็น Lexus รถทั้งคันดูแน่นหนา
สวย ประณีต เก็บเสียงได้ดี และเครื่องเสียงก็ดี ภายนอกก็ดูแปลกเด่นกว่า
พรีเมียมคูเป้คันอื่นๆ แต่ยังฉงนอยู่ว่านี่เวอร์ชั่น F-Sport แต่ทำไมล้อมันดู
ธรรมดาเหลือเกิน..และหลังจากที่ผิดหวังกับการตอบสนองโหมดบู๊ แล้วก็
กำลังได้รับการปลอบใจด้วยช่วงล่างและความผาสุขภายใน คุณก็โดนตบ
หน้าคว่ำด้วยค่าตัว 5,490,000 บาท กรรมการทุกรายพร้อมใจกันชูโป้งลง
ให้กับราคามหาโหดนี้ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าต่อให้รถดีขนาดนี้ แต่ถ้าแพงกว่า
คู่แข่งมากขนาดนี้ ในชีวิตจริงคงซื้อไม่ลง

อันดับที่ 13 Honda Civic 1.8EL CVT

การเปิดตัว Civic เจนเนอเรชั่นใหม่ นำพากระแสน้ำเชี่ยวมาสู่โลกโซเชียล
และโลกในยอดขายจริง แต่ในการทดสอบของเรานั้น Civic 1.8 ไม่ได้มีข้อไหน
ที่ทำให้กรรมการร้องว้าวได้ขนาดนั้น เรื่องการออกแบบ อาจจะได้ความแปลก
ของรูปทรง แต่กรรมการส่วนมากก็เรตให้คะแนนประมาณ C+ หรือ B ส่วนห้อง
โดยสารนั้น ดีไซน์ใหม่ทำออกมาดูน่าใช้กว่าเดิมถ้าไม่นับเรื่องหน้าปัดที่อ่านยาก
เหลือทนเวลาต้องบู๊ไปมองไป เบาะนั่งหน้าสบายใช้ได้ เบาะหลังนี่เซอร์ไพรส์มาก
ที่มีพื้นที่เหลือเฟือทั้งส่วนขาและส่วนหัว แต่เราก็ทราบดีว่ามันเกิดจากการกด
ตัวเบาะให้ต่ำและเอนพนักพิงหลังลงไป

นอกจากนั้นในหัวข้ออื่นๆ Civic 1.8EL ไม่มีข้อไหนที่ทำได้แย่ ส่วนมากมักจะ
เกาะกลุ่มกับเพื่อนร่วมรุ่น สมรรถนะอัตราเร่งค่อนข้างธรรมดา อัตราการสิ้นเปลือง
ดีกว่าพรรคพวก 1.8 บ้างแต่ก็ไม่มาก ช่วงล่างดีกว่า Altis 1.8V แต่ก็ไม่มั่นใจเท่า
รุ่น ESport อุปกรณ์ที่มีให้เด่นพอควรด้วย Remote Engine Start กับ Auto
Brake Hold นอกนั้นก็ไม่เด่น อุปกรณ์ความปลอดภัยก็เท่าเกณฑ์เฉลี่ย ส่วนเรื่อง
การเก็บเสียงก็ดีไม่เท่า Toyota แต่ก็ดีกว่า Mazda 3 (ก่อนไมเนอร์เชนจ์) คือ
ไม่ทราบว่าพี่นี่สาวกของนโยบายทางสายกลางจริงๆใช่มั้ย! ถ้าใช่ เอ้า! งั้นพี่
ก็เอาอันดับ 13 ไปครับ กลางๆค่อนไปทางดี ดู match กับบุคลิกรถพี่ดีแล้ว

อันดับที่ 12 Volvo V40 Cross Country D4 8AT

มันจะดุอะไรอย่างนี้..ตกลงจะเป็นสปอร์ตซาลูนหรือเป็นครอสโอเวอร์เอาใจ
สาวมหาวิทยาลัยกันแน่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 190 แรงม้ากับเกียร์อัตโนมัติ
8 จังหวะ มาอยู่ในรถคันไม่โต แผลงฤทธิ์ได้น่ากลัวยาวตั้งแต่ต้นไปจนถึงปลาย
เร็วแทบจะฆ่า V40 T5 รุ่น 5 สูบได้เลยด้วยซ้ำ เกียร์ทำงานได้ดี ไม่ปอดแหกเกิน
ขับเร็วก็สะใจ ขับช้าๆก็ทำงานได้นุ่มนวล แถมจะได้อัตราสิ้นเปลือง 18.11 กิโลเมตร
ต่อลิตร ซึ่งเท่าๆกับรถไฮบริดตัวเตี้ยกว่าอย่าง Lexus CT200h อุปกรณ์ทางด้าน
ความปลอดภัยก็มาแบบจัดเต็ม เตือนคนข้ามถนน เตือนรถในจุดบอด ตอนรถเบี่ยง
ออกนอกเลน พร้อมระบบ City Brake ขึ้นชื่อว่า Volvo เซฟตี้ต้องจัดเต็มอยู่แล้ว
และเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

ภายในออกแบบมากลางๆ ไม่หวือหวาแต่แอบล้ำยุคบางจุด จอมัลติมีเดีย
ควบคุมฟังก์ชั่นได้หลายอย่าง แถมยังสามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ 3 ระดับ
แต่จุดที่ทำให้มันไต่ไม่ถึง Top Ten ก็น่าจะเป็นเรื่องพื้นที่ภายใน ซึ่งแม้จะดู
สบายเมื่อเทียบกับ Mercedes-Benz GLA แต่ก็ยังไม่โอ่โถงเท่า X1 รุ่นใหม่
การเข้าออกรถค่อนข้างยากเพราะหลังคาเตี้ย เบาะหลังยิ่งนั่งไม่ค่อยสบาย
ตามสไตล์รถเล็กจากฝั่งยุโรป ช่วงล่างแม้จะไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรน่าประทับใจ
เวลาลงสะพานแรงๆมีอาการเหมือนโช้คอัพยัน แต่พอวิ่งบนถนนขรุขระก็ยัง
รู้สึกมีความแข็งกระด้างเหลืออยู่  ไม่ได้กระด้างและกระชับแบบ X1 ถ้าปรับ
เรื่องช่วงล่างได้ อย่างน้อยก็ยังมีลุ้น Top Ten แต่เรื่องตัวถังคงปรับอะไรไม่ได้
แล้วก็ไม่มีจุดอื่นเหลือให้ปรับแล้วเพราะทำคะแนนได้ดีเกือบหมด

อันดับที่ 11 Mercedes-Benz E220d AMG Dynamic

ทุกวันนี้ Mercedes-Benz ดูจะเปลี่ยนแนวตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น
ภายนอกที่ดูโค้งมน ไหลลื่น ทิ้งความเหลี่ยมคมของรุ่นที่แล้วไปหมด แล้วก็
ยังเป็นรถที่มีดีไซน์ส่งเสริมความสามัคคีในวงศ์ตระกูล หน้าตาหล่อเท่าพี่
และน้องไม่มีใครเสียเปรียบ ภายในดูตอนกลางวันก็สวย กลางคืนยิ่งสวยกว่า
ราวกับ Mercedes-Benz ส่งทีมออกแบบไปศึกษาเลานจ์ชั้นเลิศทั่วโลก
มาออกแบบทำให้ภายในของ E-Class ใหม่ดู “ยกระดับ” กว่าที่เคยเป็น
ไม่ต้องพูดถึงออพชั่นที่อัดมาให้เต็มพิกัด จะขาดก็แค่โช้คอัพปรับแข็ง/อ่อน

ที่แปลกใจมากคือเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ลดม้าจากดีเซลรุ่นก่อนแต่กลับมี
พลังแรงดึงมหาศาล หวดทีเดียวรู้เลยว่าแรงกว่า E300 BlueTEC ตัวเก่า
เสียอีก แล้วก็ลืมพวงมาลัยยานๆเหนื่อยๆแบบเบนซ์ยุคเก่าไปได้เลย เพราะ
E-Class ใหม่มีพวงมาลัยที่ไวขึ้น แม่นขึ้น ขับสนุกขึ้น มันเป็นรถที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ยกเว้นแต่เรื่องเบาะหลังที่นอกจากจะขาดความอบอุ่นนุ่มนวลแล้ว ยังมีมีพื้นที่
วางขากับพื้นที่เหนือศรีษะน้อยกว่าแต่ก่อน..ใช่ รุ่นเก่านั่งหลังสบายกว่า
นอกจากนี้การตอบสนองของช่วงล่างที่ความเร็วสูงยังน่าผิดหวัง มันมีอาการ
ส่ายเวลาเจอรอยต่อถนนที่ไม่เรียบ เวลาโดดลงคอสะพานในแนวเฉียง ท้ายรถ
จะมีอาการหยึกซ้ายหยึยขวามากกว่ารุ่นที่แล้ว ถ้าคอสะพานชันมาก โช้คอัพ
จะยันดังตึง เรามองว่าไม่ใช่เรื่องปกติเพราะซีรีส์ 5 F10 กับ GS250 ไม่มีอาการ
แบบนี้ หรูแล้ว แรงแล้วน่ะใช่ แต่ขอให้เซ็ตรถมาขับมั่นๆกว่านี้คะแนนจะดีเอง

Previous Post

N2010042 กสาวเศรษฐ พล ดพรากแต เด ปานท ไหล สองคนน ใครค อต วจร part2

Next Post

N2010039 ใครท ชอบไปก นข าวร านอาหารต องเช ลราคาให part2

Next Post
N2010039 ใครท ชอบไปก นข าวร านอาหารต องเช ลราคาให part2

N2010039 ใครท ชอบไปก นข าวร านอาหารต องเช ลราคาให part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.