เชอรี ออโตโมบิล: ยุทธศาสตร์ “บุกเวียดนาม” ปูทางสู่มหาอำนาจยานยนต์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้ามองพัฒนาการของอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด และปี 2025 นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายอิทธิพลของแบรนด์รถยนต์จากจีนในตลาดโลก และกรณีของ Chery Automobile หรือ “เชอรี” กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการลงทุนมหาศาลในเวียดนาม การก้าวเข้ามาของ Chery ไม่ใช่เพียงการเข้ามาทำตลาด แต่เป็นการปักหลักสร้างฐานการผลิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบ่งชี้ถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว และศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด
โรงงานแห่งอนาคต: ก้าวแรกสู่การเป็นผู้เล่นหลักในตลาดเวียดนาม
รายงานจาก Nikkei Asia ชี้ชัดถึงแผนการอันทะเยอทะยานของ Chery ที่จะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในเวียดนาม ซึ่งจะกลายเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนมูลค่าสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 2.5 หมื่นล้านบาท) พร้อมกำลังการผลิตสูงสุด 200,000 คันต่อปี ไม่ใช่ตัวเลขที่มองข้ามได้ง่ายๆ สิ่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในศักยภาพการเติบโตของตลาดเวียดนาม และการเป็นฐานที่มั่นเชิงยุทธศาสตร์ในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ทีมผู้บริหารของ Chery ได้ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจน คือ การก้าวขึ้นเป็น แบรนด์รถยนต์อันดับ 3 ของเวียดนามภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นความท้าทายที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดนี้ การนำรถยนต์รุ่นขายดีในยุโรป ซึ่งได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและนวัตกรรม เข้ามาทำตลาดในเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่รอบคอบ Chery เข้าใจดีว่า การจะประสบความสำเร็จในตลาดเกิดใหม่ จำเป็นต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้บริโภค และมีศักยภาพในการแข่งขันสูง
Omoda & Jaecoo: แบรนด์แห่งอนาคตที่พร้อมบุกตลาด EV เวียดนาม
เป็นที่ทราบกันดีว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเวียดนามกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และ Chery ได้วางหมากไว้แล้วด้วยการส่งแบรนด์ในเครืออย่าง Omoda & Jaecoo เป็นหัวหอก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 16 รุ่นภายในปีหน้า ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคเวียดนาม
เป้าหมายยอดขายขั้นต่ำ 10,000 คัน ในช่วงแรกของการดำเนินงาน เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อโรงงานท้องถิ่นในจังหวัดฮึงเอียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม เริ่มเดินสายการผลิตอย่างเต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2026 กำลังการผลิตจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับดีมานด์ที่คาดว่าจะขยายตัว การที่จังหวัดฮึงเอียน กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยิ่งตอกย้ำถึงศักยภาพของพื้นที่ดังกล่าวในการเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง
กลยุทธ์ “ผลิตเพื่อส่งออก”: เจาะตลาดอาเซียนและก้าวสู่ยุโรป
ปัจจุบัน รถยนต์ Chery ที่จำหน่ายในเวียดนามส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่นำเข้าทั้งสิ้น แม้ว่า Chery จะมีโรงงานผลิตในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้พวงมาลัยขวา แต่โรงงานแห่งใหม่ในเวียดนามจะมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศ และ ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้พวงมาลัยซ้าย รวมถึงมีศักยภาพที่จะส่งออกไปยังตลาดยุโรปในอนาคต ความยืดหยุ่นในการผลิตนี้ จะช่วยให้ Chery สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณหลิว ผู้บริหารของ Chery ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนามควบคู่ไปกับการขยายตลาด “ผมอยากขายรถทั้งหมดในประเทศ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามด้วย” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการเติบโตที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
การเติบโตที่คาดการณ์: สู่กำลังการผลิต 200,000 คัน ภายในปี 2030
โรงงานแห่งนี้จะเริ่มต้นด้วยกำลังการผลิต 30,000–60,000 คันต่อปีในช่วงแรก และมีแผนขยายกำลังการผลิตให้สูงถึง 200,000 คันต่อปีภายในปี 2030 หากสถานการณ์และความต้องการของตลาดเอื้ออำนวย การวางแผนการขยายกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปนี้ เป็นการบริหารความเสี่ยงที่ดี และแสดงถึงความเข้าใจในพลวัตของตลาดรถยนต์
การแข่งขันที่เข้มข้น: Chery vs. VinFast, BYD, Geely
ตลาดรถยนต์เวียดนามกำลังร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากแรงขับเคลื่อนของผู้ผลิตในประเทศอย่าง VinFast ซึ่งเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วท่ามกลางประชากรราว 100 ล้านคน การเข้ามาของ Chery ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้เล่นรายเดิม และสร้างมิติใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์เวียดนาม
แบรนด์จีนอื่นๆ อย่าง BYD และ Geely ก็กำลังทำตลาดในเวียดนามเช่นกัน แม้ว่า Geely จะมีแผนสร้างโรงงาน แต่ยังมีความไม่แน่นอนในการเดินหน้าต่อ เนื่องจากนโยบายชะลอการลงทุนทั่วโลกของบริษัท ในขณะที่ BYD ก็มีรายงานว่าได้ระงับแผนการตั้งโรงงานในเวียดนามเช่นกัน สถานการณ์นี้ อาจทำให้ Chery กลายเป็นผู้ที่ได้เปรียบ ด้วยการตัดสินใจลงทุนอย่างแน่วแน่และรวดเร็ว
จุดแข็งของ Omoda & Jaecoo: สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
คุณหลิว ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญของ Omoda & Jaecoo คือ ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 1,500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่น มาตรฐานความปลอดภัยที่สูง และ การรับประกันระยะทางยาวนานถึง 1 ล้านกิโลเมตร สิ่งเหล่านี้ เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวเวียดนาม ที่ Chery ทราบดีว่า แบรนด์จีนยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความไว้วางใจ “ผมรู้ดีว่าแบรนด์จีนยังไม่ได้รับความไว้วางใจมากนักจากผู้บริโภคหรือสื่อ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรักษาคำพูดและทำตามที่สัญญาไว้” เป็นคำกล่าวที่แสดงถึงความเข้าใจในปัญหา และความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง
ปัจจุบัน Omoda & Jaecoo มีรถยนต์จำหน่ายในเวียดนาม 2 รุ่น ในช่วงราคา 729 – 879 ล้านดอง ซึ่งเป็นราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Toyota ที่มีช่วงราคากว้างกว่ามาก ตั้งแต่ 405 – 4,600 ล้านดอง และรถยนต์นั่งของ VinFast ในช่วง 302 – 1,700 ล้านดอง
เป้าหมายระยะยาว: ผู้นำตลาดรถยนต์จีนและติดอันดับ Top 3 ตลาดรวม
Chery วางเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่านั้น คือ การเป็น แบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ในเวียดนามตั้งแต่ปีหน้า และ เป็นแบรนด์ขายดีอันดับ 3 ของตลาดโดยรวมภายในปี 2030 ตัวเลขยอดขาย 10,000 คันของ Omoda & Jaecoo อาจดูน้อยเมื่อเทียบกับ VinFast ที่จำหน่ายรถ EV เกือบ 150,000 คัน และ Toyota ที่จำหน่ายรถเครื่องยนต์สันดาปและไฮบริดราว 65,000 คัน ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 แต่ Chery มองว่า นี่คือการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว
การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง: เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและสถานีชาร์จ
เพื่อรองรับการเติบโต Chery จะขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 75 แห่งในปี 2026 จาก 40 แห่งในปีนี้ การพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Geleximco ซึ่งมีเครือข่ายในหลากหลายธุรกิจ รวมถึงการเปิดกว้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีชาร์จรายอื่น และผู้ผลิตรถยนต์รายต่างๆ เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แสดงให้เห็นถึงการมองการณ์ไกล และการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
การปรับตัวเข้ากับนโยบายรัฐบาล: การลงทุนที่สร้างมูลค่า
แม้ว่าการลงทุนจากจีนในเวียดนามจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่รัฐบาลเวียดนามได้เริ่มคัดเลือกโครงการลงทุนอย่างเข้มงวดขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ สร้างการจ้างงานในประเทศ และช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น การลงทุนของ Chery ที่ตั้งโรงงานผลิต และมีแผนการขยายธุรกิจในระยะยาว น่าจะสอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ
บทสรุป: Chery คือ ผู้ท้าชิงที่น่าจับตาในเวทียานยนต์อาเซียน
การเข้าสู่ตลาดเวียดนามด้วยการลงทุนมหาศาล และแผนการที่ชัดเจน ถือเป็นการประกาศศักดาของ Chery ในฐานะผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การก้าวข้ามความท้าทายด้านความเชื่อมั่นของแบรนด์จีน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า Chery กำลังวางรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของภูมิภาค การติดตามความเคลื่อนไหวของ Chery ในเวียดนาม ต่อจากนี้ไป จะเป็นบทเรียนอันมีค่าสำหรับผู้ที่สนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นสัญญาณเตือนถึงการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในตลาดโลก
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ หรือต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการขยายตลาดของแบรนด์รถยนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทำความเข้าใจกลยุทธ์ของ Chery ในเวียดนาม คือ ก้าวแรกที่สำคัญ อย่าพลาดโอกาสในการศึกษาบทเรียนจากความสำเร็จ และความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวทีแห่งนี้

