เชอรี ออโตโมบิล: ยุทธศาสตร์บุกตลาดเวียดนาม ผงาดสู่ผู้นำยานยนต์แห่งอาเซียน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกคืบอย่างไม่หยุดยั้งของผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนที่กำลังพลิกโฉมภูมิทัศน์ของตลาดอย่างสิ้นเชิง ข่าวการลงทุนมหาศาลของ Chery Automobile ในเวียดนาม เพื่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของแบรนด์นี้ในการยึดครองตลาดอาเซียน
การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์: โรงงานแห่งอนาคตในเวียดนาม
รายงานจาก Nikkei Asia ที่เปิดเผยถึงแผนการของ Chery ในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ประเทศเวียดนามภายในปีหน้า ด้วยเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท และศักยภาพการผลิตสูงสุดถึง 200,000 คันต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่เหนือกว่าการเป็นเพียงผู้ผลิตรายหนึ่งในตลาด แต่เป็นการสร้างฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
การเลือกเวียดนามเป็นฐานการผลิตหลักนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศ และประชากรมากกว่า 100 ล้านคน ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และเป็นศูนย์กลางใหม่ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังได้รับการผลักดันอย่างแข็งแกร่งจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)
เป้าหมายอันท้าทาย: ติด Top 3 ตลาดรถยนต์เวียดนามภายใน 5 ปี
ทีมผู้บริหารของ Chery ได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายอย่างยิ่ง นั่นคือการก้าวขึ้นเป็น แบรนด์รถยนต์อันดับ 3 ในตลาดเวียดนามภายในระยะเวลา 5 ปี ความทะเยอทะยานนี้ไม่ได้มาจากความมั่นใจเพียงผิวเผิน แต่มาจากการวิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง และการเตรียมความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม
Chery มีแผนที่จะนำเข้ารถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดยุโรปเข้ามาทำตลาดในเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์และคุณภาพที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวเวียดนาม
Omoda & Jaecoo: ทัพหน้าบุกตลาด EV และรถยนต์สันดาป
แบรนด์ย่อยที่ Chery ใช้เป็นทัพหน้านำร่องในตลาดเวียดนามคือ Omoda & Jaecoo ซึ่งเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 16 รุ่นในปีหน้า ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป รถยนต์ไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเช่นนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคในตลาดเวียดนาม
เป้าหมายยอดขายเบื้องต้นอยู่ที่ 10,000 คันต่อปี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผล ก่อนที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตและยอดขายอย่างต่อเนื่องเมื่อโรงงานผลิตในจังหวัดฮึงเอียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม เริ่มเดินสายการผลิตอย่างเต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2026
กลยุทธ์การผลิต: ผลิตในประเทศเพื่อส่งออกทั่วภูมิภาค
โรงงานที่เวียดนามไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกวางแผนให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้พวงมาลัยซ้าย และในอนาคตอาจขยายการส่งออกไปยังตลาดยุโรปอีกด้วย การมีโรงงานผลิตในประเทศเวียดนามจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดระยะเวลาในการขนส่ง และที่สำคัญคือการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในท้องถิ่นได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงแรก โรงงานจะเริ่มด้วยกำลังการผลิต 30,000–60,000 คันต่อปี และมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตให้ถึง 200,000 คันต่อปีภายในปี 2030 หากความต้องการของตลาดเอื้ออำนวย
การแข่งขันที่ดุเดือด: Omoda & Jaecoo จะยืนหยัดอย่างไร?
ตลาดรถยนต์เวียดนามกำลังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยแรงผลักดันจากผู้ผลิตในประเทศอย่าง VinFast และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แบรนด์จีนอื่นๆ อย่าง BYD และ Geely ก็กำลังเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้เช่นกัน
แม้ว่า Geely จะมีแผนสร้างโรงงานในเวียดนาม แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ขณะที่ BYD ก็มีรายงานว่าระงับแผนการตั้งโรงงานไปเช่นกัน สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ Chery และแบรนด์ Omoda & Jaecoo มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดได้
จุดแข็งสำคัญของ Omoda & Jaecoo ที่ Mr. Liu, ผู้บริหารของ Chery, เน้นย้ำ คือ ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 1,500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถิติที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า มาตรฐานความปลอดภัยที่สูง และ การรับประกันระยะทางถึง 1 ล้านกิโลเมตร ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคชาวเวียดนาม ที่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของแบรนด์รถยนต์จีน
“ผมรู้ดีว่าแบรนด์จีนยังไม่ได้รับความไว้วางใจมากนักจากผู้บริโภคหรือสื่อ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรักษาคำพูดและทำตามที่สัญญาไว้” Mr. Liu กล่าวไว้ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในตลาดและความตั้งใจที่จะสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
ปัจจุบัน Omoda & Jaecoo มีรถยนต์จำหน่ายในเวียดนาม 2 รุ่น ราคาอยู่ในช่วง 729 – 879 ล้านดอง ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
เป้าหมายการเติบโต: จากแบรนด์จีนเบอร์ 1 สู่ Top 3 ตลาดโดยรวม
Chery ตั้งเป้าที่จะเป็น แบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ในตลาดเวียดนามในปีหน้า และก้าวขึ้นเป็น แบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 3 ของตลาดโดยรวมภายในปี 2030 ปัจจุบัน VinFast เป็นผู้นำตลาด ตามมาด้วย Toyota ที่ครองอันดับ 2
แม้ว่า VinFast จะมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่สูงมากในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 (เกือบ 150,000 คัน) และ Toyota ขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและไฮบริดได้ราว 65,000 คัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 10,000 คันของ Omoda & Jaecoo อย่างมาก แต่ Chery มองว่านี่เป็นเพียงการวางรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว
การสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง: เครือข่ายผู้จำหน่ายและสถานีชาร์จ
เพื่อสนับสนุนการเติบโต Chery มีแผนที่จะ ขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 75 แห่งในปี 2026 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 แห่ง นอกจากนี้ ยังจะ พัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Geleximco ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งในภาคธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และสนามกอล์ฟ
Chery ยังเปิดกว้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีชาร์จรายอื่นๆ และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศ EV ที่ยั่งยืน
ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ: ความน่าเชื่อถือ การปรับตัว และนโยบายรัฐ
การลงทุนของ Chery ในเวียดนาม แม้จะมีความสำคัญ แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ:
การสร้างความเชื่อมั่น: อย่างที่ Mr. Liu กล่าว การสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคชาวเวียดนามเป็นสิ่งสำคัญที่สุด Chery ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ และการรักษาคำมั่นสัญญา
การปรับตัวตามความต้องการของตลาด: แม้จะนำรุ่นยอดนิยมจากยุโรปเข้ามา แต่ Chery ต้องพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเวียดนาม
การแข่งขันกับแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ดั้งเดิม: VinFast ในฐานะแบรนด์ท้องถิ่น มีข้อได้เปรียบด้านการรับรู้และความเข้าใจในตลาด ในขณะที่ Toyota ยังคงเป็นที่นิยมด้วยชื่อเสียงด้านความทนทานและบริการ
นโยบายของรัฐบาลเวียดนาม: รัฐบาลเวียดนามกำลังคัดเลือกโครงการลงทุนอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่สร้างการจ้างงานและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น Chery จำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านนี้
สรุป
การลงทุนของ Chery Automobile ในเวียดนาม ไม่ใช่เพียงการขยายกำลังการผลิต แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์แห่งอนาคตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการผสมผสานระหว่างการลงทุนมหาศาล ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย การสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และการให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่น หาก Chery สามารถบริหารจัดการความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดรถยนต์เวียดนาม และยืนยันได้ว่า Chery automobile กำลังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำอย่างแท้จริง
หากคุณเป็นผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเติบโต หรือสนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการรถยนต์ การติดตามความเคลื่อนไหวของ Chery และแบรนด์ Omoda & Jaecoo ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด และอาจเป็นเวลาที่เหมาะสมในการพิจารณาการเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตยานยนต์ในภูมิภาคนี้.

