• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2301104 เล นก บใครไม เล เล นก บเพ อน กรรมสนองท นตาเห น! หน งใหม าส part2

admin79 by admin79
January 20, 2026
in Uncategorized
0
N2301104 เล นก บใครไม เล เล นก บเพ อน กรรมสนองท นตาเห น! หน งใหม าส part2

ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลกปี 2566/2567: การเติบโตที่น่าจับตาและการมาถึงของแบรนด์จีน

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มาตลอดทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของตลาดรถยนต์ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไปจนถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พลิกโฉมอุตสาหกรรม จากข้อมูลล่าสุดและแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2566 ต่อเนื่องถึงปี 2567 มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ในภาพรวม และบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน

ออสเตรเลีย: ตลาดที่การส่งมอบรถยนต์ใหม่ยังคงคึกคัก ท่ามกลางการรุกคืบของแบรนด์จีน

ในเดือนกรกฎาคม 2566 ตลาดรถยนต์ออสเตรเลียยังคงแสดงสัญญาณการเติบโตที่ดี โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการทยอยส่งมอบรถยนต์ที่มียอดจองค้าง โดยยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วทั้งตลาดสูงถึง 96,859 คัน แต่สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ การที่แบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนสามารถยึดส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ในเดือนดังกล่าว แบรนด์จีนทุกแบรนด์มียอดขายรวมกันถึง 15,853 คัน คิดเป็นสัดส่วน 16.4% ของตลาด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อพิจารณา 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดในออสเตรเลียตามรุ่นในเดือนกรกฎาคม 2566 จะเห็นภาพการแข่งขันที่ชัดเจน:

Ford Ranger: 5,143 คัน – ครองตำแหน่งผู้นำอย่างต่อเนื่องด้วยความแข็งแกร่งและความอเนกประสงค์
Toyota HiLux: 4,670 คัน – คู่แข่งตลอดกาลของ Ranger ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง
MG ZS: 3,852 คัน – การมาถึงของ MG ZS ชี้ให้เห็นถึงความนิยมของ SUV ขนาดเล็กจากแบรนด์จีน
Tesla Model Y: 3,330 คัน – ตอกย้ำความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในตลาดออสเตรเลีย
Toyota RAV4: 2,750 คัน – SUV ยอดนิยมจาก Toyota ที่ยังคงรักษาฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น
Toyota Corolla: 2,145 คัน – รถยนต์นั่งขนาดกะทัดรัดที่ยังคงเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภค
Isuzu D-MAX: 2,070 คัน – อีกหนึ่งกระบะพันธุ์แกร่งที่ได้รับความนิยม
Hyundai i30: 1,865 คัน – รถยนต์นั่งขนาดกลางที่นำเสนอความคุ้มค่า
Toyota Prado: 1,836 คัน – SUV ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบครอบครัว
Mitsubishi Outlander: 1,778 คัน – SUV อเนกประสงค์ที่ได้รับความไว้วางใจ

ในส่วนของการจัดอันดับตามแบรนด์ 10 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงการครองตลาดของแบรนด์ญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ก็มีแบรนด์จีนอย่าง MG ที่แทรกเข้ามาได้อย่างน่าประทับใจ:

Toyota: 19,191 คัน – ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง
Mazda: 8,307 คัน – นำเสนอรถยนต์ที่มีดีไซน์และสมรรถนะที่โดดเด่น
Ford: 7,109 คัน – ได้รับแรงหนุนจากยอดขายของ Ranger
Hyundai: 6,521 คัน – เติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
Kia: 6,150 คัน – คู่หูจากเกาหลีใต้ที่นำเสนอความคุ้มค่าและเทคโนโลยี
MG: 5,347 คัน – การเข้ามาอย่างรวดเร็วของแบรนด์จีน
Mitsubishi: 4,143 คัน – ยังคงมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น
Tesla: 3,934 คัน – การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า
Subaru: 3,553 คัน – โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
Isuzu: 3,340 คัน – เน้นความทนทานและความเป็นมืออาชีพ

Bentley Motors: เทรนด์การปรับแต่งรถยนต์เฉพาะบุคคล (Personalisation) ที่พุ่งสูงขึ้น

ในปี 2566 Bentley Motors เผยว่า ลูกค้ากว่า 3 ใน 4 เลือกใช้โปรแกรม Personalise เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ในแบบฉบับของตนเอง โดยมีการปรับแต่งรวมกว่า 46,000 ล้านรูปแบบ ตั้งแต่การเลือกสี วัสดุ ไปจนถึงรายละเอียดการตกแต่งที่พิเศษ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางยอดขายทั่วโลกที่ลดลง 11% มาอยู่ที่ 13,560 คัน

การเพิ่มขึ้นกว่า 43% ของการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่ลูกค้ากลุ่ม Super Luxury ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตนเองมากขึ้น แม้ภาพรวมยอดขายจะลดลง แต่ Bentley ก็ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์หรู ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย

โมเดลที่เน้นสมรรถนะและความสะดวกสบายขั้นสูง เช่น Azure, S และ Speed มีสัดส่วนลูกค้าที่ให้ความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 70% จาก 30% ในปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า Bentayga รุ่นฐานล้อยาวพิเศษยังได้รับความนิยมเกินคาด โดยมีสัดส่วนยอดขายมากกว่า 1 ใน 3 ของรุ่น Bentayga โดยรวม

รถยนต์ Bentley แบบเครื่องยนต์ไฮบริดยังคงได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ที่ลูกค้า 1 ใน 4 เลือกใช้รถยนต์ประเภทนี้ สะท้อนถึงการยอมรับและการปรับตัวของตลาดรถยนต์หรูต่อเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก

ในด้านผลประกอบการตามภูมิภาค แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลับมีอัตราการเติบโตเชิงบวกสูงสุดที่ 5% ตามมาด้วยตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกาที่ 2% ในขณะที่ตลาดหลักอย่างจีนและสหราชอาณาจักร กลับหดตัวลงถึง 18%

Bentley Bentayga ยังคงตอกย้ำตำแหน่ง SUV ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ด้วยยอดขาย 44% ของยอดขายทั้งหมด ตามมาด้วย Continental GT และ Continental GT Convertible ที่มีสัดส่วน 31% และ Flying Spur ที่ 25%

อเมริกา ยังคงเป็นตลาดหลักที่มี ยอดขาย สูงที่สุดของ Bentley แม้จะมียอดขายลดลง 9% สหราชอาณาจักรกลายเป็นภูมิภาคที่มียอดขายรถยนต์ไฮบริดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 27%

ตารางแสดงผลประกอบการ Bentley Motors ปี 2566/2565:

ภูมิภาคยอดขายปี 2566ยอดขายปี 2565สัดส่วนยอดขายปี 2566
อเมริกา3,848 (-9%)4,22128%
สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฮ่องกง, มาเก๊า3,006 (-18%)3,65522%
ยุโรป2,376 (-15%)2,80918%
เอเชียแปซิฟิก2,123 (+5%)2,03116%
สหราชอาณาจักร1,218 (-18%)1,4909%
ตะวันออกกลาง, อินเดีย, แอฟริกา989 (+2%)9687%
รวม13,560 (-11%)15,174100%

ยุโรป: ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV เติบโตอย่างก้าวกระโดด Tesla Model Y ผงาดขึ้นเป็นผู้นำ

JATO Dynamics รายงานว่า ในไตรมาสแรกของปี 2566 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปอยู่ที่ 3,220,806 คัน โดยรถยนต์ไฟฟ้า EV คิดเป็นกว่า 219,000 คัน หรือเติบโตขึ้นถึง 43% Tesla Model Y กลายเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในยุโรป โดยมียอดขายสูงถึง 71,683 คัน เพิ่มขึ้นถึง 173% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ในขณะที่ Tesla Model 3 มียอดขายลดลงถึง 42% จนหลุดจาก 10 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความนิยมในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

10 อันดับ รถยนต์ขายดีที่สุดในยุโรป ไตรมาสแรกปี 2566:

Tesla Model Y: 71,683 คัน (+173%)
Dacia Sandero: 60,202 คัน (+27%)
Volkswagen T-Roc: 54,960 คัน (+50%)
Peugeot 208: 53,336 คัน (+3%)
Opel / Vauxhall Corsa: 53,307 คัน (+38%)
Toyota Yaris Cross: 53,050 คัน (+57%)
Abarth / Fiat 500: 45,598 คัน (+30%)
Dacia Duster: 45,310 คัน (+31%)
Renault Clio: 44,134 คัน (+16%)
Volkswagen Golf: 42,903 คัน (-8%)

Stellantis: Fiat ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ขายดีที่สุดในครึ่งแรกของปี 2566

เครือ Stellantis ประกาศว่า Fiat เป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดในครึ่งแรกของปี 2566 ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 645,000 คัน เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า Fiat 500 รุ่นล่าสุด กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในเครือ และครองอันดับ 1 EV ขนาดเล็กในยุโรป

ตลาดที่ Fiat ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้แก่ บราซิล, อิตาลี และตุรกี โดยกว่า 50% ของยอดขายมาจากตลาดนอกประเทศ ในอเมริกาใต้ Fiat มีส่วนแบ่งตลาด 14.1% และในบราซิลสูงถึง 22% โดย Fiat Strada เป็นรถขายดีอันดับ 2 ของตลาด

ในตลาดยุโรป Fiat มียอดขายราว 271,800 คัน โดยในอิตาลีมีส่วนแบ่งตลาด 12.8% ด้วย Fiat Panda เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) Fiat ทำผลงานได้ดีในตุรกี ด้วยส่วนแบ่ง 18.2% จาก Fiat Tipo นอกจากนี้ Fiat ยังมีแผนรุกตลาด MEA อย่างจริงจังอีกครั้งในแอลจีเรีย

Porsche: สถิติยอดส่งมอบสูงสุดในไตรมาสแรกปี 2566

Porsche รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2566 สูงถึง 80,767 คัน เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท กลุ่ม SUV ยังคงเป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด โดย Macan มียอดส่งมอบ 23,880 คัน (+30%) และ Cayenne 23,387 คัน (+23%)

Taycan มียอดขายลดลง 3% เนื่องจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน

ยอดส่งมอบรถยนต์ Porsche ทั่วโลก ไตรมาส 1 ปี 2566:

Macan: 23,880 คัน (+30%)
Cayenne: 23,387 คัน (+23%)
911: 11,063 คัน (+19%)
Panamera: 8,479 คัน (+10%)
Taycan: 9,152 คัน (-3%)
718 Boxster และ 718 Cayman: 4,806 คัน (+6%)

ในส่วนของตลาดประเทศไทย Porsche มียอดจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 398 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า EV ทั่วโลก: การเติบโตที่ไม่หยุดยั้ง

ท่ามกลางนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดจากรัฐบาลทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ 100% ครองส่วนแบ่งมากถึง 73% ของตลาด EV โดยตลาดจีนยังคงเป็นผู้นำด้วยสัดส่วน 56% ของยอดขาย EV ทั่วโลก

ในประเทศจีน ยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ในไตรมาสแรกของปี 2566 คิดเป็น 12% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สหรัฐอเมริกา มียอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 77% แซงหน้าเยอรมนี

10 แบรนด์รถ EV ขายดีที่สุดในโลก:

BYD: 21.1%
Tesla: 16.01%
Volkswagen: 6.88%
Geely: 5.86%
GM: 4.71%
Mercedes-Benz: 4.28%
BMW: 4.16%
Stellantis: 3.97%
Hyundai-KIA: 3.96%
Renault-Nissan: 3.82%

10 รถ EV ขายดีที่สุดในโลก (รวม BEV และ PHEV) ไตรมาส 1 ปี 2566:

Tesla Model Y (EV)
Tesla Model 3 (EV)
BYD Song (EV & PHEV)
BYD ATTO 3 (EV)
BYD Qin (EV & PHEV)
Wuling Mini EV (EV)
BYD Dolphin (EV)
AION S (EV)
BYD Han (EV & PHEV)
Changan Lumin (EV)

Tesla Model Y: รถยนต์ไฟฟ้าขายดีที่สุดในโลก
Tesla Model Y ยังคงครองตำแหน่งรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก สอดคล้องกับแนวโน้มในประเทศไทย แม้ว่า Tesla Model Y ในไทยจะมีราคาสูง แต่ก็ยังติด 3 อันดับแรกของรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพต่อราคา การออกแบบ ซอฟต์แวร์ พื้นที่ใช้สอย และประสบการณ์การขับขี่

BYD: แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก
แม้ Tesla Model Y จะเป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุด แต่ BYD คือแบรนด์ที่ทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากที่สุดทั่วโลก ด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ราคาเข้าถึงง่าย ไปจนถึงรุ่นพรีเมียม BYD ATTO 3 คือรถยนต์ไฟฟ้าที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นรถที่ขายดีอันดับ 4 ของโลก ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานและความคุ้มค่า

ตลาด EV ในประเทศไทย: เติบโตอย่างก้าวกระโดด BYD ครองแชมป์
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเติบโตอย่างมาก โดยเดือนพฤษภาคม 2566 มีการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถึง 5,559 คัน คิดเป็น 12.3% ของตลาด

BYD ครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันถึง 6 เดือน โดยในเดือนพฤษภาคม 2566 มียอดขาย 2,027 คัน ตามมาด้วย Tesla (1,072 คัน), MG (1,017 คัน), Neta (686 คัน) และ ORA (430 คัน) BYD ATTO 3 เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทย

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1,056 คันในปี 2563 เป็น 9,729 คันในปี 2565 และกว่า 24,106 คันในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 BYD ได้รับความสนใจอย่างสูงด้วยการเปิดตัว ATTO 3 และ Dolphin ที่กำลังจะเข้ามาในไทย

อินเดีย: ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์เพื่อกระตุ้นการผลิตภายในประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 อินเดียได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 60% เป็น 70% สำหรับยานพาหนะที่มีราคาก่อนภาษีต่ำกว่า 40,000 USD เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศตามนโยบาย “Make in India” การปรับขึ้นภาษีนี้ส่งผลให้บริษัทรถยนต์หรูอย่าง Lexus และ Mercedes-Benz แสดงความกังวล และเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณาลดกำแพงภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า EV เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาด

สรุปภาพรวมและแนวโน้มในอนาคต

ปี 2566 และปี 2567 เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลาดรถยนต์ในภาพรวมยังคงมีการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์พลังงานทางเลือก การเข้ามาของแบรนด์จีนอย่างแข็งแกร่งในหลายตลาดทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลีย สะท้อนถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาที่หลากหลาย

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณา ซื้อรถยนต์ หรือ รถยนต์ไฟฟ้า EV ในยุคที่เทคโนโลยีและการแข่งขันพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบตัวเลือก และทำความเข้าใจกับแนวโน้มตลาด เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณ หรือต้องการข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการ ซื้อรถยนต์มือสอง ที่มีคุณภาพและราคาที่โปร่งใส พร้อมการรับประกันที่น่าเชื่อถือ อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือสำรวจตัวเลือกที่มีอยู่เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุดในวันนี้

Previous Post

N2301099 แม สาม แสนด เผยธาต แท ศาจ กสะใภ อกแทบตายหล งคลอด! หน งใหม าส part2

Next Post

N2301097_ลองออกจากกะลา แล วเข าส งคมอ นด หน งส อส งคม._part2

Next Post
N2301097_ลองออกจากกะลา แล วเข าส งคมอ นด หน งส อส งคม._part2

N2301097_ลองออกจากกะลา แล วเข าส งคมอ นด หน งส อส งคม._part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.