ถึงแม้ว่า Mazda Motor Corporation ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ CX-5 : C-Segment SUV ที่มีการตอบรับดีในหลายประเทศทั่วโลก, Mazda 3 : Compact Car ที่ตอบรับดีทั้งยอดขายและคำชม รวมถึง Mazda 2 รถยนต์ B-Segment ที่มียอดขายมั่นคงในตลาดเมืองไทยและญี่ปุ่น แต่ทว่าสถานภาพของบริษัท Mazda นั้นมันก็คือบริษัทรถยนต์ขนาดกลางค่อนไปทางเล็กที่กล้าทุ่มทุนงบพัฒนาและวิจัยมากแต่มีผลกำไรในระดับเอาตัวรอดได้ ไม่ได้ยิ่งใหญ่จนสามารถขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายไปมากกว่านี้ได้ และนี่จึงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ Mazda ต้องตัดสินใจบางอย่าง


หากย้อนกลับไปยังปี 2015 Mazda เคยเผยโฉมรถยนต์ต้นแบบ RX-Vision Concept ว่าที่รถยนต์ Sport เครื่องยนต์ Rotary เทคโนโลยี SkyActiv-R ที่อาจจะใช้ชื่อว่า Mazda RX-9 จนมีคนคาดการณ์ว่า Mazda น่าจะต้องเปิดตัว RX-9 ใหม่แน่นอนที่งาน Tokyo Motorshow 2017 แต่กลับกลายเป็นว่า Mazda กลับอวดโฉม Vision Coupe ที่จะกลายร่างเป็น Mazda 6 ใน Generation ถัด ๆ ไป
แต่ Kiyoshi Fujiwara เจ้าหน้าที่อาวุโสและผู้บริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนา Mazda กลับยืนยันว่า ขณะนี้โครงการพัฒนารถสปอร์ตยังคงอยู่ในแผ่นกระดานและหน้าจอคอมพิวเตอร์ของนักออกแบบและวิศวกร เนื่องจาก Mazda ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะสร้างรถคันนี้ออกมาได้ จึงไม่สามารถเปิดตัวรถสปอร์ตได้ทันภายในปี 2020


สาเหตุสำคัญอีกประการที่ทำให้โครงการพัฒนารถสปอร์ตเครื่องยนต์ Rotary จาก Mazda ไม่เดินหน้าเท่าที่ควรจะเป็นก็คือ รถสปอร์ตคันนี้จะต้องพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานวิศวกรรมเฉพาะตัวแบบใหม่หมดจนไม่สามารถนำพื้นตัวถังหรือเครื่องยนต์ Mazda ในปัจจุบันมาต่อยอดได้
อย่างไรก็ตาม Fujiwara ยังคงยืนกรานว่า แผนการพัฒนารถสปอร์ตยังคงเดินหน้าต่อไป แต่ถ้าเปิดตัวล่าช้า ทีมวิศวกรก็ต้องรับโจทย์ที่ท้าทายขึ้นตามกาลเวลา เพราะหากรถสปอร์ตเปิดตัวล่าช้า Mazda ก็จำเป็นต้องติดตั้งเทคโนโลยีให้เข้ากับยุคสมัยและข้อบังคับในแต่ละประเทศด้วย อาทิ เทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติหรือขุมพลังไฟฟ้าเพื่อช่วยรีดกำลัง เป็นต้น
แต่ยังไม่มีใครกล้ารับประกันว่า Mazda จะพลิกกลับมาเดินต่อหน้ารถสปอร์ตเครื่องยนต์ Rotary ได้ในตอนไหนกันแน่ ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องจับตาสถานการณ์ทางการเงินของ Mazda ในอนาคตให้ดี หากบริษัทมีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอ เราก็น่าจะได้เห็น Mazda RX-9 ในอีกทศวรรษหน้า
All-New Mazda 3 เรียบหรูทุกมุมมอง พรีเมียมสมราคา
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยเปิดตัว All-New Mazda 3 อย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “A New Era Begins” รถยนต์เจเนอเรชั่นที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ราคาจำหน่าย เริ่มต้น 969,000 บาท




เป้าหมายของวิวัฒนาการใหม่ของ KODO design คือ การแสดงออกถึงรูปแบบใหม่ของความสง่างามที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น All-New Mazda 3 เป็นรูปแบบของกระบวนการผลิตครั้งแรกที่นำการออกแบบ KODO design มาผสานกับ “การเคลื่อนไหวที่เป็นหนึ่งเดียว” เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายที่สุดในทุกองค์ประกอบ ทิศทางของแสงและเงาสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แสงที่สะท้อนไปบนตัวรถทำให้เกิดการแสดงออกที่มีนัยสำคัญและน่าทึ่งเกินกว่าการออกแบบในรุ่นก่อนหน้า เป้าหมายอีกประการหนึ่งในการออกแบบ คือ การออกแบบรุ่นฟาสท์แบคให้อารมณ์มากกว่าเดิม ในขณะที่รุ่นซีดานมีเป้าหมายที่จะนำเสนอภาพลักษณ์ที่หรูหรามากขึ้น



เครื่องยนต์ All-New Mazda 3
เครื่องยนต์สกายแอคทีฟของ All-New Mazda 3 ได้รับการพัฒนาก้าวขึ้นไปอีกระดับ สกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร ถูกพัฒนาให้สมรรถนะความแรง และประหยัดน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยีที่ฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ผนวกกับหัวฉีดดีไซน์ใหม่ ส่งผลให้มีอัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยอัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1 ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร*

SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE
เทคโนโลยีใหม่ของการขับขี่โดยใช้ปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง ALL-NEW MAZDA3 มาพร้อมแพลตฟอร์ม เจเนอเรชั่นใหม่ SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE ที่ได้รับการพัฒนาจากท่วงท่าการเดินของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและมีสมดุล ต่อยอดไปสู่การพัฒนาตัวรถในหลายจุด เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทำให้การควบคุมการขับขี่ทำได้ง่ายและเป็นธรรมชาติเสมือนการเคลื่อนไหวของร่างกาย
โดยพัฒนาตั้งแต่ยางรถยนต์ที่ซับแรงกระแทกจากพื้นถนน ขึ้นมาสู่ระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้สามารถตอบสนองต่อแรงกระทำจากพื้นถนนได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระจายแรงออกไปสู่โครงสร้างตัวถังอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่องไปถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเบาะนั่งที่ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อรักษาความสมดุลให้ใกล้เคียงกับท่วงท่าการเดินของมนุษย์ และช่วยลดความอ่อนล้าจากการขับขี่





ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถรับรู้ถึงความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) โดยระบบจะปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้งและออกจากโค้งได้นุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร




All-New Mazda 3 ภายใน
ภายในห้องโดยสารของ All-New Mazda 3 หรูหราด้วยวัสดุเกรดพรีเมียมครบครันทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ภายในห้องโดยสารเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมคุณภาพสูง ผ่านการออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งหมดในทุกรายละเอียดโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเบาะดีไซน์ใหม่ที่โอบกระชับ รองรับสรีระช่วยให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง แนวกระดูกสันหลังคงรูปตัว S เหมือนขณะเดิน เพื่อให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติและสมดุล ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่
สะดวกยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน สัมผัสกับห้องโดยสารที่เงียบขึ้น และระบบเสียงคุณภาพ Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง



*ผลการทดสอบตามมาตรฐาน UN101 Combine Mode
มาสด้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE สำหรับ ALL-NEW MAZDA3 ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขีดความสามารถอย่างจริงจัง โดยเน้นการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุประกอบด้วย
- ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) ที่สามารถควบคุมความเร็วของรถ ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน
- ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
- ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ที่สามารถตรวจจับวัตถุในวงกว้างและสูงขึ้น ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น
- ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น
- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
- ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System)
- ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
- ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

All-New Mazda 3 มีให้เลือก 7 สี ประกอบด้วย
- สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
- สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
- สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
- สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver)
- สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash)
- สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
- สีเทาใหม่ โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
สีเทาใหม่ โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray) เฉพาะ All New Mazda 3 รุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู (และจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น)
ราคา All New Mazda 3
ราคาจำหน่าย All New Mazda 3 ทั้งรุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู จำหน่ายในราคาเดียวกัน
- All New Mazda 3 รุ่น 2.0 C ราคา 969,000 บาท
- All New Mazda 3 รุ่น 2.0 S ราคา 1,069,000 บาท
- All New Mazda 3 รุ่น 2.0 SP ราคา 1,198,000 บาท

