
รถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์ (เอสยูวี) ประเภทนี้สำหรับ โตโยต้า ในประเทศไทยถือว่าเป็นผู้เล่นที่เปิดตัวลงสู่ตลาดช้ากว่า ขณะที่คู่แข่งในตลาดนำหน้าไปหลายปีและปรับโฉมไปแล้วหลายรุ่น แต่มาช้ายังดีกว่าไม่มา เพราะถือเป็นเทรนด์ของตลาดและผู้บริโภคที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง วันที่ 9 ก.ค. 2563 โตโยต้า โคโรลล่า ครอส (Toyota Corolla Cross) ได้เปิดตัวลงสู่ตลาดเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย พร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่ว่า “A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง” พร้อมการนำบุคลิกความโดดเด่นของโตโยต้า โคโรลล่า ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลกของโตโยต้านับตั้งแต่การเปิดตัวรถโคโรลล่ารุ่นแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2509 และเป็นรถที่ขายดีที่สุดของโตโยต้า ปัจจุบันขายมาแล้ว 150 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดขายสะสม 48 ล้านคัน มาพัฒนาให้เกิดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์คันนี้
โตโยต้า โคโรลล่า ครอส เป็นผลิตภัณฑ์อีกรุ่นหนึ่งที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าในวันนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

โดดเด่นเรื่องสมรรถนะ
หลังจากที่ได้ลองขับในรถยนต์เอสยูวีรุ่นล่าสุดของโตโยต้าแล้ว ที่อยากจะเล่าให้ฟังถึงความน่าสนใจของรถยนต์คันนี้คือเรื่องสมรรถนะ ซึ่งรุ่นที่ได้ลองขับในครั้งนี้คือรุ่นท็อปสุดอย่าง Hybrid Premium Safety ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด เจเนอเรชันที่ 4 โดยเป็นการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว อีกทั้งแบตเตอรี่แบบ Nickel-Metal Hydride ที่มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ ทนทานและประหยัดยิ่งขึ้น ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ อี 20
อารมณ์ความรู้สึกต้องบอกเลยว่า อัตราเร่งทุกย่านความเร็ว ตอบสนองได้ดีถึงอกถึงใจแบบผู้ดีในเมืองที่ไม่ได้กระโชกโฮกฮากเสียทีเดียว แต่มีความน่าสนใจอยู่ที่การกดคันเร่งและการสั่งการการทำงานไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าที่ราบลื่น ไม่มีจังหวะหยุดคิดตั้งแต่ออกตัว ขณะที่เมื่อรอบความเร็วเริ่มติดลมบนที่ราว 60-100 กม./ชม. นั้น เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าถูกคิดคำนวณผสมผสานเพื่อเสริมกำลังให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากสมรรถนะของอัตราเร่งแล้ว เรื่องเบรกๆ หยุดๆ ยังมีความละมุนนุ่มนวลอย่างลงตัว เมื่อคุณทยอยเพิ่มน้ำหนักการเบรกขึ้นเรื่อยๆ มีจังหวะการตอบสนองที่ให้สัมผัสความรู้สึกดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป จนทำให้หัวทิ่ม มีความไล่ระดับจาก 1-10 ของน้ำหนักได้ละเอียด
ที่ไม่กล่าวถึงเลยไม่ได้คือ ช่วงล่างของสถาปัตยกรรมโครงสร้าง TNGA ที่ทำให้ โตโยต้า โคโรลล่า ครอส สมบูรณ์แบบลงตัวมาก ด้วยการยึดเกาะถนนที่ดี แน่นหนึบ และจังหวะการโยนตัวไม่ว่าจะนั่งในตำแหน่งไหนในรถยนต์คันนี้ ก็ถือได้ว่าให้อารมณ์ความมั่นใจและความสบายไปพร้อมๆ กัน รวมถึงความแม่นยำของพวงมาลัยและน้ำหนัก ไม่เบาไปและไม่หนักไป สบายๆ

การออกแบบดีไซน์
จุดนี้ถือเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ภายหลังการเปิดตัวมา โดยเฉพาะในส่วนด้านหน้าซึ่งก็เป็นรสนิยมความคิดเห็นเฉพาะตัวของแต่ละท่านก็แล้วกันในมุมมองความเห็นส่วนตัว มองว่าพอไปได้ ไม่ได้แย่หนักหนานักแต่ที่ชอบเลยคือส่วนด้านท้ายและด้านข้างของรถยนต์คันนี้ที่ดูลงตัวทุกสัดส่วน
ภายในห้องโดยสารมีความพรีเมียม ใช้วัสดุบุนุ่มและการวางตำแหน่งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ง่ายและสะดวก ซึ่งหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Toyota T-Connect ส่วนด้านเบาะที่นั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ให้ทัศนวิสัยชัดเจน ตำแหน่งเสาเอและมุมหูช้างที่เป็นกระจกช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้น ส่วนตำแหน่งที่นั่งด้านหลัง ในฐานะคนมาทีหลังที่มองเห็นข้อบกพร่องหรือจุดบอดของคู่แข่งในระดับเดียวกัน ซึ่งตำแหน่งที่นั่งด้านหลัง โตโยต้า โคโรลล่า ครอส กว้างขวาง มีระยะช่องว่างของศีรษะ (เฮดรูม) และช่องวางขา (เลกรูม) แบบเหลือเฟือ ที่เด่นอีกจุดคือ ประตูท้ายเปิด–ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซ็นเซอร์เปิด–ปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายใหญ่โต

จัดเต็มระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense) ใน โตโยต้า โคโรลล่า ครอส ต้องบอกเลยว่าจัดเต็ม อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ พร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Dynamic Radar Cruise Control with Lane Tracing Assist) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) รวมทั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panoramic View Monitor) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Monitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง (Air Bags)
สรุป
โดยรวมแล้ว โตโยต้า โคโรลล่า ครอส (Toyota Corolla Cross) เด่นเรื่องเทคโนโลยีไฮบริดพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ที่แข่งขันได้กับคู่แข่งในตลาดเวลานี้ที่มีทั้งเครื่องใหญ่กว่าและเล็กกว่า แต่ถ้าเป็นเครื่องไฮบริดตัวเลือกน้อย ส่วนระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอื่นๆ ภายในรถยนต์คันนี้ดูโดดเด่นพอสมควร แต่ที่น่าสังเกตคือ ราคา ซึ่งรุ่นที่ได้ลองขับครั้งนี้คือรุนท็อปสุดราคา 1.19 ล้านบาท และถ้าเป็นรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดตัวเริ่มต้นที่ราคาเหนือกว่า 1 ล้านบาท แต่ถ้าราคาไม่ใช่ปัญหาสำคัญคุณแล้วละก็…การได้สัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ และผลิตภัณฑ์สถาปัตยกรรมโครงสร้าง TNGA ที่เรียกว่าเป็นโลกใหม่ของโตโยต้า คันนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดราคา-สเปค Toyota Corolla CROSS อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกที่ไทย


Toyota Yaris 2019 – 2020 รถ 5 ประตูที่จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย
Toyota Yaris 2019 – 2020 เป็นรถยนต์นั่ง 5 ประตูในกลุ่มรถยนต์ Eco Car Phase 2 ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีเจ้า Toyota Yaris เป็นรถยนต์นั่งในกลุ่ม B-Segment โดยมีคู่แข่งเป็น Honda Jazz ก่อนจะเข้าโครงการรถยนต์นั่งประหยัดพลังงาน หรือ Eco car ในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ทั้งคัน โดยนำเอาตัวถังขนาดใหญ่แบบ Toyota Yaris เวอร์ชั่นที่ขายในประเทศจีนมาใช้งาน พร้อมลดขนาดเครื่องยนต์เหลือ 1200 ซีซี โดยใช้เครื่องยนต์รหัส 3NR-FE และมีการอัดเทคโนโลยีความปลอดภัยเข้าไปในรถอย่างมากมาย เพื่อให้เข้าโครงการรถยนต์ Eco car ตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน โดยมีการเปลี่ยนโฉมในปี 2018 จากโฉมหน้าหนวดที่ใครๆ เรียกกัน มาเป็นโฉมหน้าแบบที่เราเห็นในปัจจุบันนี้
ในปี พ.ศ. 2562 ทางรัฐบาลมีการประกาศใช้โครงการ Eco car phase 2 ซึ่งในโครงการนี้ รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ จะมีกฎเหล็กคือ เครื่องยนต์รถเบนซิล ต้องมีขนาดไม่เกิน 1,300 ซีซี, ต้องทำอัตราสิ้นเปลืองต่ำเพียง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร, มีการปล่อยค่าไอเสียไม่เกิน 100g/km และมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ครบครัน ได้แก่ ระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก, ระบบควบคุมการทรงตัว เป็นต้น ซึ่งในรถยนต์ Toyota Yaris 2019 – 2020 จึงทำการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ไปใช้เครื่องยนต์รหัส 3NR-FKE เพื่อให้ทำอัตราสิ้นเปลืองเข้าเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่กำหนดมานั้น ใน Toyota Yaris มีติดตั้งไว้มานานแล้ว

Toyota Yaris 2019 – 2020 ออปชั่นที่น่าสนใจ
Toyota Yaris 2019 – 2020 เป็นรถยนต์ Eco car phase 2 ที่ให้ออปชั่นที่น่าสนใจมาก นอกจากตัวเครื่องยนต์ของรถที่ประหยัดน้ำมันมากแล้ว ยังมีดีไซน์ภายนอกที่มีเอกลักษณ์ สวยงาม มีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดระดับเดียวกัน โดยออปชั่นความปลอดภัยหลักๆ ของรถตัวที่ติดตั้งมาจากโรงงานในทุกรุ่นย่อย ได้แก่
- ระบบ ABS ป้องกันล้อล็อก
- ระบบเสริมแรงเบรก Break Assist
- ระบบควบคุมการทรงตัว Vehicle Stability Control
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control
- ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมด้านข้าง และหัวเข่าฝั่งคนขับ)
เครื่องยนต์
ในส่วนของเครื่องยนต์ของ Toyota Yaris 2019 – 2020 ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-iE ขนาด 1,197 ซีซี มาพร้อมกับระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่ง มอบพละกำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 109 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
ระบบเกียร์ เป็นแบบอัตโนมัติ Super CVT-i พร้อม Shift Lock ระบบกันสะเทือนหน้าใช้ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังใช้ ทอร์ชั่นบีม และคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
ทางด้านระบบเบรก ด้านหน้าใช้ดิสก์เบรก ส่วนด้านหลังเป็นดรัมเบรก ทางด้านล้อของรถ ใช้ล้อขนาด 15 นิ้ว รัดยางขนาด 185/60 R15 ในทุกรุ่นย่อย

ออปชั่นในรุ่นย่อยต่างๆ ของ Toyota Yaris 2019 – 2020
Toyota Yaris 2019 – 2020 มีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่รุ่น Entry, Mid และ High โดยมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งตัวถังรถ, เครื่องยนต์, ระบบความปลอดภัย เหมือนกันทั้งหมด ส่วนความแตกต่าง ต่างกันเฉพาะในส่วนของชิ้นส่วนปลีกย่อย รวมถึงออปชั่นอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา ได้แก่
Toyota Yaris 2019 – 2020 ความแตกต่างภายนอก
| Toyota Yaris 2019 – 2020 | Entry | Mid | High |
| ไฟหน้า | มัลติรีเฟลกเตอร์ | มัลติรีเฟลกเตอร์ | โปรเจคเตอร์ พร้อมด้วย LED Light Guiding |
| ไฟ DRL | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| ไฟตัดหมอก | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| กล้องบันทึกภาพหน้า-หลังรถ | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| กล้องมองหลัง | ไม่มี | มี | มี |
| ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ | ไม่มี | ไม่มี | มี พร้อมระบบ Follow-me-home |
| เสาอากาศ | แบบสั้น | แบบสั้น | แบบครีบฉลาม |
| แผ่นกันร้อนใต้ฝากระโปรง | ไม่มี | มี | มี |
| ที่ปัดน้ำฝน | แบบธรรมดา | หน่วงเวลาได้, ตั้งเวลาได้ | หน่วงเวลาได้, ตั้งเวลาได้ |
| มือจับประตูด้านนอก | สีเดียวกับตัวรถ | สีเดียวกับตัวรถ | โครเมี่ยม |
| กระจกบังลมด้านหน้าแบบกันเสียงรบกวน | ไม่มี | ไม่มี | มี |
Toyota Yaris 2019 – 2020 ความแตกต่างภายใน
| Toyota Yaris 2019 – 2020 | Entry | Mid | High |
| เรือนไมล์ | แบบธรรมดา | แบบเรืองแสง | แบบเรืองแสง |
| จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ | ไม่มี | มี | มี แบบจอสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว |
| ระบบ Push start | ไม่มี | ไม่มี | มี |
| วัสดุเบาะนั่ง | ผ้า | ผ้า | หนัง และหนังสังเคราะห์ |
| เบาะนั่งด้านคนขับ ปรับสูง-ต่ำ | ไม่ได้ | ได้ | ได้ |
| กระเป๋าหลังเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า | ไม่มี | มี | มี |
| เบาะนั่งด้านหลัง | พับได้ | แยกพับได้ 60:40 | แยกพับได้ 60:40 |
| พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ปรับสูง-ต่ำได้ | หุ้มยูรีเทน | หุ่มยูรีเทน | หุ้มหนัง ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง |
| เครื่องเสียง วิทยุ | มี | หน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay | หน้าจอสัมผัสขนาด 6.7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay |
| ลำโพง | 4 ตำแหน่ง | 4 ตำแหน่ง | 6 ตำแหน่ง |
| กระจกมองข้าง | ปรับไฟฟ้า | ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า | ปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า |
ราคา Toyota Yaris 2019 – 2020
สำหรับราคาของ Toyota Yaris 2019 – 2020 มีราคาดังนี
- Toyota Yaris Entry – ราคา 539,000 บาท
- Toyota Yaris Mid – ราคา 589,000 บาท
- Toyota Yaris High – ราคา 649,000 บาท
โดย Toyota Yaris 2019 – 2020 มีรุ่นพิเศษ Cross เพิ่มเงินอีก 35,000 บาท โดยจะได้ชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ ชุดสเกิร์ตด้านหน้า-หลัง และด้านข้าง, หลังคาหุ้มฟิล์มสีดำ, ล้ออัลลอยทูโทนปัดเงาขนาด 16 นิ้ว และคิ้วซุ้มล้อ พร้อมยกความสูงรถขึ้นอีก 30 มม.

