ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมยานยานต์นั้นมีการพัฒนาอยู่ตลอด ซึ่งรถ Hypercar นั้นก็ได้มีการพัฒนาและเปิดตัวรถใหม่ๆ อยู่ทุกปี พูดถึง Hypercar แล้วแน่นอนว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่ารถที่แรงที่สุดในโลกนั้นมีคันไหนบ้าง เรามาดู 5 อันดับรถที่แรงที่สุดในโลกกัน
หากพูดถึงเรื่องความเร็วและความแรงของรถยนต์ หลายคนคงจะนึกถึงคำว่า Supercar กันเป็นหลักแน่นอน แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งที่อยู่เหนือกว่า Supercar ก็คือ Hypercar ที่เรากำลังจะพูดถึงนี่แหละ งั้นเรามาทำความรู้จักกับ Hypercar กันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร
Hypercar คือรถอะไร
หากให้คำนิยามของ Hypercar แบบสั้นๆ ก็คือ Hypercar คือรถรุ่นท็อปสุดของ Supercar ในไลน์ผลิตนั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริษัทรถหรูที่ทำการผลิต โดยสมรรถนะของตัวรถ Hypercar นั้นจะสูงและเหนือชั้นกว่ารถรุ่นอื่นๆ แน่นอนอยู่แล้วหากขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง และเร็วที่สุด ราคาก็ย่อมสูงตามไปด้วยเช่นกัน
รู้จักกับรถ Hypercar กันแล้ว งั้นเรามาเริ่มดู 5 อันดับรถ Hypercar ที่แรงที่สุดในโลกกันเลยดีกว่า บอกเลยว่าเครื่องแรงจนต้องร้องว้าวเลยทีเดียว

Top 5 รถที่แรงที่สุดในโลก
อันดับที่ 1 SSC Tuatara
อันดับ 1 ของรถ Hypercar ที่แรงที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้น SSC Tuatara คันนี้ ซึ่งได้การีนตีความเร็วจากหลายสำนักถึง 2 ปีติดต่อกัน คือในปี 2021-2022 SSC Tuatara ได้ถูกผลิตขึ้นโดยมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น ซึ่งในเรื่องของความแรงนั้น คือ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ ความจุ 5.9 ลิตร V8 สูบ พละกำลัง 1,750 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลา 2.5 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 532.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อันดับที่ 2 BUGATTI BOLIDE
BUGATTI BOLIDE รถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามสำหรับคนที่ชื่นชอบ ความเร็ว โดยรถคันนี้จะมีสถิติความรวดเร็วสูงสุดอยู่ที่ 500 กม./ชม. เลยแหละ ทั้งนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังอยู่ในช่วงของการผลิตขึ้นมาเพื่อทำการวิจัยศึกษาในสนามแข่งเท่านั้น ซึ่งผลิตขึ้นมาเพียง 40 คันเท่านั้น และราคาก็อยู่ที่ประมาณ 193.5 ล้านบาท

อันดับที่ 3 HENNESSEY VENOM F5
มาต่อกันที่อันดับที่ 3 ของรถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 อย่าง HENNESSEY VENOM F5 ที่มีนิยามตอนเปิดตัวรถครั้งแรกว่า “เบาเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ” ซึ่งนอกจาก ความเร็ว ความแรงที่ทรงพลังแล้ว ยังได้รับฉายาว่า Monster อีกด้วย เพราะมีรูปแบบการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่เท่ หรูหรา และแข็งแกร่ง จึงทำให้ได้ฉายานี้มานั่นเอง ในเรื่องของด้านสมรรถนะของเครื่องยนต์นั้น ก็ให้กำลังถึง 1,817 แรงม้า และสปีดความรวดเร็วสูงสุดที่ 498-500 กม./ชม. เลยทีเดียว

อันดับที่ 4 BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+
มาถึงอันดับที่ 4 กันแล้ว กับ BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+ รถที่เร็วที่สุดในโลกปี 2022 เช่นกัน ซึ่งจุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้ก็คือ ตัวถังช่วงท้ายจะมีความยาวแปลกตาต่างจากรุ่นก่อนหน้า และยังมีแนวหลังคาที่สามารถลู่ลมได้อย่างดีมาพร้อมกับตัวถังสีดำ-ส้ม โดย BUGATTI CHIRON SUPER SPORT 300+ รุ่นนี้จะมีกำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า และสปีดความเร็วสูงสุดที่ 490 กม./ชม.

อันดับที่ 5 DEVEL SIXTEEN
รถที่เร็วที่สุดในโลกอันดับสุดท้ายก็คือ DEVEL SIXTEEN ซึ่งคันนี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 480-515 กม./ชม. เลยทีเดียว และมี ราคา เริ่มต้นที่ประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 49.06 ล้านบาทเท่านั้น ที่นอกจากจะมีความแรงและ ความเร็ว อันน่าทึ่งแล้ว รถคันนี้ยังมีการดีไซน์ที่ เท่ แข็งแกร่ง ให้ความรู้สึกดุดันอีกด้วย !

Aspark Owl รถยนต์ไฟฟ้า ที่เร็วที่สุดในโลก
Aspark Owl รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น ได้ทำลายสถิติโลกของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเร็วสูงสุด แถมยังได้ความเร็วสูงสุดถึง 2 สถิติด้วยกัน ทั้งในระยะ 200 เมตร และ 400 เมตร ที่ความเร็วสูงสุดราว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการทดสอบที่ลานบิน “อัลวิงตัน” ทางตอนเหนือของอังกฤษ โดยมีความเร็วเฉลี่ย 309 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับระยะ 200 เมตร และทำความเร็วได้สูงถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะ 400 เมตรเลยทีเดียว
รถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ยังสามารถเร่งความเร็วจาก 0 จนถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาไม่ถึงใน 2 วินาทีอีกด้วย และยังสามารถขับขี่ในความเร็วสูงสุดที่ 418 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร และใช้เวลาชาร์จเพียง 40 นาทีเท่านั้น
10 ล้อแม็กซ์ที่ดีที่สุด
1. ล้อแม็กซ์คาร์บอน เรโวลูชั่น รุ่นซีอาร์ 9 (Carbon Revolution CR9)

ขอบคุณภาพจาก : https://www.carbonrev.com/cr9/
ล้อของแบรนด์ คาร์บอน เรโวลูชั่น รุ่นซีอาร์ 9 (Carbon Revolution CR9) เป็นหนึ่งในล้อรถที่ทันสมัย และ ทนทานที่สุดในตลาดยานยนต์ ล้อนี้ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งมอบความสะดวกสบาย และ เหมาะสำหรับการใช้งานบนพื้นผิวถนนต่างๆ โดยราคาขายของล้อชุดนี้อยู่ที่ประมาณ 11,850 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 379,668 บาท!* ด้วยราคาที่นำเสนอ และ คุณภาพที่ทำให้คุณต้องพึงพอใจ ล้อประเภทนี้อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคุณ ล้อคาร์บอน เรโวลูชั่น รุ่นซีอาร์ 9 จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถสปอร์ตซีดานไปจนถึงซูเปอร์คาร์ และ จะช่วยส่งเสริมการตกแต่งภายนอกรถของคุณให้เด่นอย่างแน่นอน
2. ล้อแม็กซ์โอแซท เรสซิ่ง รุ่นอัลตร้าเลจเจรา (OZ Racing Ultraleggera)

ขอบคุณภาพจาก : https://www.ozracing.com/
ล้อโอแซท เรสซิ่ง รุ่นอัลตร้าเลจเจรา (OZ Racing Ultraleggera) มีน้ำหนักเบา และ เหมาะสมตามชื่อของมัน ล้อประเภทนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว ล้อเหล่านี้มีหลายขนาดตั้งแต่ 17 นิ้วถึง 20 นิ้วพร้อมการออกแบบที่น่าดึงดูด หากคุณเป็นคนที่รักความท้าทาย และ ความเร็ว ล้อประเภทนี้อาจเหมาะกับคุณ โดยในความเป็นจริงล้อประเภทนี้ยังสามารถใช้งานได้จริงในการขับขี่ทุกวันอีกด้วย
3. ล้อแม็กซ์อเมริกัน เรสซิ่ง รุ่น ทอร์ค ทรัสท์ (American Racing Torq Thrust)

ขอบคุณภาพจาก : https://www.300cforums.com/
ล้อนี้ทำจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักลง และ ปรับปรุงประสิทธิภาพของล้อขณะขับขี่ อเมริกัน เรสซิ่ง รุ่น ทอร์ค ทรัสท์ (American Racing Torq Thrust) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกามีจำหน่ายในท้องตลาดหลายขนาดตั้งแต่ 14 นิ้วถึง 20 นิ้ว ล้อดีไซน์คลาสสิกสไตล์อเมริกันรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถอเมริกันคลาสสิก, ค่อนข้างใช้งานได้อเนกประสงค์ และ น่าจับจองเป็นของสะสม
4. ล้อแม็กซ์เอ็นไก รุ่น อาร์ พี 03 (Enkei RP03)

ขอบคุณภาพจาก : https://id.pinterest.com/
เอ็นไก รุ่น อาร์ พี 03 (Enkei RP03) เป็นล้อที่ผลิตโดยแดนอาทิตย์อุทัย หรือ ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ล้อรุ่นนี้เป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดเนื่องจากการออกแบบที่ชวนให้หลงใหล ในความเป็นจริงผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบันด้วยจึงทำให้เป็นที่นิยมในหมู่แฟน ๆ ของอุปกรณ์เสริมล้อแม็กซ์ ล้อประเภทนี้มักใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติที่สำคัญเช่น ฟอร์มูล่าวัน (Formula One :F1) และ การแข่งขันซูเปอร์ จีที (Super GT) ซึ่งด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพอากาศต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้ล้อแม็กซ์ ของเอ็นไก ได้รับความนิยมนั่นเอง
5. ล้อแม็กซ์ว็อคเรสซิ่ง รุ่น ทีอี 37 (Volk Racing TE 37)

ขอบคุณภาพจาก : RMD_NOT
ล้อประเภทนี้นั้นได้รับการพัฒนาสำหรับการแข่งขัน ฟอร์มูล่าวัน (Formula One :F1) และ การแข่งขันซูเปอร์ จีที (Super GT) ว็อคเรสซิ่ง รุ่น ทีอี 37 มีให้เลือกหลายสีในตลาด เช่น สีเงิน, สีขาว และ สีอื่น ๆ อีกทั้งล้อเหล่านี้ยังมีให้เลือกหลายขนาดอีกด้วย ตั้งแต่ 13 นิ้วถึง 19 นิ้ว ตามชื่อของมัน ล้อสมรรถนะสูงภายใต้ซีรีส์ของ ว็อคเรสซิ่ง (Volk Racing) เหมาะสำหรับการขับขี่ที่รวดเร็ว, แข็งแกร่ง และ ดุดันไม่ว่าจะอยู่บนท้องถนนหรือมอเตอร์สปอร์ต
6. ล้อแม็กซ์บีบีเอส รุ่นซูเปอร์ อาร์เอส (BBS Super RS)

ขอบคุณภาพจาก : https://carsonthenet.wordpress.com/
ล้อที่ผลิตจากเยอรมันนี้ผลิตโดยใช้กระบวนการสุดไฮเทคโดยไม่ต้องตัดสต็อกอลูมิเนียม ในทางกลับกันอลูมิเนียมถูกผลิตเพื่อรักษาเมทริกซ์ความหนาแน่น (Density Matrix) เพื่อให้มีความแข็งแรง และ ความทนทานสูงในระหว่างการแข่งขัน บีบีเอส รุ่นซูเปอร์ อาร์เอส คือล้อที่เบาแข็งแรง และ สวยงาม พร้อมด้วยพื้นผิวตาข่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นยอดนิยมของรถสปอร์ตโลก ในยุค 50 และ 60 เช่น จากัวร์ อี-ไทพ์ (Jaguar E-Type), มาเซราติ เอ6จี (Maserati A6G), แอสตัน มาร์ติน ดีบี4 (Aston-Martin DB4) และ เฟอร์รารี่ 250 จีทีโอ (Ferrari 250 GTO) ดังนั้นล้อ บีบีเอส รุ่นซูเปอร์ อาร์เอส จึงอาจไม่เหมาะสำหรับการใช้งานโดยเฉพาะกับรถยนต์สไตล์โมเดิร์น อย่างไรก็ตามเมื่อจับคู่กับรถสไตล์สุดเก๋า ล้อประเภทนี้ก็ค่อนข้างโดดเด่นสะดุดตาเลยทีเดียว!
7. ล้อแม็กซ์เอสเอสอาร์ รุ่นจีทีวี 01 (SSR GTV01)

ขอบคุณภาพจาก : https://www.furiouscustoms.com/
เอสเอสอาร์ รุ่นจีทีวี 01 คือล้อแบบโมโนบล็อก (Monoblock) ที่มีการออกแบบที่มั่นคง รุ่นจีทีวี 01 มีการออกแบบ 5 สโปก (Spoke Design) เพื่อการออกแบบที่ชวนน่าหลงใหลยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาที่ผลิตในญี่ปุ่นนี้สามารถทนต่อแรงกระแทก และ มีความทนทานสูง ล้อรุ่นจีทีวี 01 นี้มีให้เลือกสองสีด้วยกัน ได้แก่ แกลร์ ซิลเวอร์ (Glare Silver) และ แฟลต แบล็ค (Flat Black) โดยมียอดขายในตลาดสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,000 ริงกิต! ล้อประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมความสปอร์ต และ ดุดันให้กับรถของคุณ
8. ล้อแม็กซ์เคอนิค รุ่นไฮเปอร์แกรม (Konig Hypergram)

ขอบคุณภาพจาก : https://wheelfront.com/
ไฮเปอร์แกรม คือล้อน้ำหนักเบาซึ่งมาพร้อมกับการออกแบบ 12 สโปก (Spoke Design) ที่ได้รับแรงบันดาลใจสำหรับมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะในด้านการผลิต, การออกแบบ และ ขีดความสามารถ ขอบอัลลอยด์ที่เบา และ แข็งแรงนี้มีจำหน่ายในตลาดในรุ่นสี แมท เกรย์ (Matte Grey), เรส บรอนซ์ (Race Bronze) หรือ เมทัลลิค คาร์บอน (Metallic Carbon) ซึ่งมาพร้อมกับขนาดของล้อ หรือ Machined Lip 15 นิ้ว 17 นิ้วและ 18 นิ้ว ล้อรุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจในคุณค่าความสวยงามของรถโดยเฉพาะเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า (Honda) และ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ที่มีชื่อเสียงสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งให้ลักษณะแบบ ‘แมนๆ’ สำหรับรถของคุณ
9. ล้อแม็กซ์ฟอร์กีอาโต้ (Forgiato)

ขอบคุณภาพจาก : https://www.autoevolution.com/
ฟอร์กีอาโต้ มีชื่อเสียงในการทำล้อที่น่าดึงดูด และ ราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตของโลก โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1100 ดอลลาร์ และสามารถสูงได้ถึง 7000 ดอลลาร์เลยทีเดียว เจ้าของรถหรูจำนวนมากใช้ล้อประเภทนี้สำหรับรถของพวกเขาเนื่องจาก ‘ภาพลวงตา (Illusion)’ ที่ผลิตโดยล้อแบรนด์นี้ที่ทำให้รถหรูดูพิเศษ และ มีราคาแพงยิ่งขึ้น ล้อเหล่านี้มีขนาดตั้งแต่ 18 นิ้วถึง 32 นิ้วขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ เจ้าของรถหรูจะต้องหลงรักล้อประเภทนี้!
10. ล้อแม็กซ์ฟอร์จไลน์ รุ่นมอเตอร์สปอร์ต ดีอี3ซี (Forgeline Motorsport DE3C)

ขอบคุณภาพจาก : Forgeline Motorsports
ฟอร์จไลน์ รุ่น ดีอี3ซี ผสมผสานการออกแบบแบบเว้าจานลึก หรือ Deep-Dish Concave Profile, ลวดลายตาข่าย 8 สโปก และ ขอบปากด้านหลังแบบแบนลึกที่ขอบด้านนอก รุ่น ดีอี3ซี มีการออกแบบที่มีเสน่ห์ และ ประสิทธิภาพที่น่าเร้าใจ ซึ่งได้รับการส่งเสริมโดยการออกแบบอะลูมิเนียม และ ส่วนเหล็กไอบีม ( I-Beam) ที่สามารถทนต่อความร้อนในระหว่างการแข่งรถ ล้อประเภทนี้เคยใช้กับรถรุ่นที่มีกำลังสูงเช่น เฮนเนสซี เวนอม จีที (Hennessey Venom GT) คือ รถที่เร็วที่สุดในโลกในปี 2014 และ ซูเปอร์คาร์ สคูเดอเรีย คาเมรอน คลิเกนเฮาส์ เอสซีจี003 (Scuderia Cameron Glickenhaus SCG003)
ล้อแม็กซ์ รุ่นต้นแบบ (Sport Rim Original) หรือ ล้อแม็กซ์ รุ่นถอดแบบ (Sport Rim Replica) รุ่นไหนที่ใช่มากกว่ากัน

คุณอาจสงสัยว่าหากคุณต้องการที่จะซื้อล้อแม็กซ์ รุ่นต้นแบบ (Original) หรือ รุ่นถอดแบบ (Replica) , ล้อแม็กซ์ มือสอง หรือ มือหนึ่งสำหรับรถของคุณ Carsome จะช่วยคุณโดยบอกถึงสองปัจจัยที่คุณสามารถพิจารณาก่อนซื้อล้อแม็กซ์ในฝันของคุณ
1. งบประมาณหรือต้นทุน
คุณต้องกำหนดระดับทางการเงินของคุณก่อนจึงจะตัดสินใจซื้อล้อแม็กซ์ ในฝันของคุณได้ งบประมาณ และ ค่าใช้จ่ายมีส่วนสำคัญในการช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าคุณจะเลือกใช้ล้อรุ่นต้นแบบ หรือ รุ่นถอดแบบ ,ล้อมือสอง หรือ มือหนึ่ง ล้อเอสเอสอาร์ รุ่น ไทป์เอฟ (SSR Type F) ขนาด 15 นิ้วของแท้มือหนึ่ง มีราคาประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ในขณะเดียวกันล้อมือสองของแท้สำหรับ เอสเอสอาร์ รุ่น ไทป์เอฟ (SSR Type F) ขนาด 15 นิ้วจำหน่ายในราคาระหว่าง 15,000 บาทถึง 22,000 บาทขึ้นอยู่กับสภาพของล้อ
2. ปัจจัยด้านความปลอดภัย
คุณควรพิจารณาปัจจัยด้านความปลอดภัยก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์เพิ่มเติม ซึ่งในความเป็นจริงคุณควรคำนึงถึงรูปแบบการขับขี่, สภาพถนน และ ปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้คุณตัดสินใจพลาด ล้อรุ่นต้นแบบผ่านขั้นตอนการศึกษา และ วิจัยโดยละเอียดก่อนวางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อให้แน่ใจว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถทนต่อการขับขี่สภาพอากาศได้หลายประเภท และ มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ในขณะเดียวกันการใช้ล้อรุ่นถอดแบบอาจทำให้คุณเสี่ยงต่อความเสียหายหรืออุบัติเหตุ ล้อรุ่นถอดแบบหลายรุ่นมีความปลอดภัยในการใช้งาน แต่อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้ใช้ความรอบคอบ และ ระมัดระวังอยู่เสมอ
จะรู้ได้อย่างไรว่าล้อแม็กซ์ ของคุณเป็นรุ่นต้นแบบหรือรุ่นถอดแบบ

ล้อแม็กซ์ จำนวนมากที่มีขายในตลาดไม่ว่าจะเป็นล้อแม็กซ์ รุ่นต้นแบบ หรือ รุ่นถอดแบบก็ตาม นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณที่จะสามารถแยกความแตกต่างของล้อทั้งสองประเภทนี้เพื่อป้องกันไม่ให้คุณซื้อล้อรุ่นถอดแบบที่ขายในราคารุ่นต้นแบบ
1. ป้าย ‘ผลิตจาก…’
ตัวอย่างเช่นล้อจากญี่ปุ่นรุ่นต้นแบบจะมีตราประทับ “ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น หรือ Made in Japan” ที่ด้านนอก และ ด้านในของล้อ คุณยังสามารถดูสติกเกอร์ระบุการผลิตที่ล้อ อย่างไรก็ตามคุณยังคงต้องระวังหากจะอ้างอิงจากสติกเกอร์นี้เพราะโดยปกติแล้วสติกเกอร์สามารถลอกเลียนแบบ และ ทำซ้ำได้ ล้ออื่น ๆ ได้แก่ โอแซท เรสซิ่ง (OZ Racing) ผลิตจากอิตาลี และ อีโว เรการ์มาสเตอร์ (Evo Regamaster) ผลิตจากรัสเซีย
2. น้ำหนักและเสียง
น้ำหนักของขอบไร้สายเบากว่าขอบรุ่นถอดแบบ คุณยังสามารถจำแนกของแท้ได้โดยการปะทะซึ่งกันและกัน ล้อรุ่นต้นแบบให้เสียงที่แตกต่างจากล้อรุ่นถอดแบบเนื่องจากคุณสมบัติที่เบากว่า
อย่างไรก็ตามการเลือกล้อแม็กซ์ ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของคุณภาพหรือปัจจัยด้านแบรนด์เพียงอย่างเดียว คุณต้องคำนึงถึงรสนิยม, สถานะทางการเงิน และ ประเภทรถของคุณด้วย


