• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2210075 บผ ดชอบต อคำพ เป นหน าท หล กของสาม สลองส อส งคมออนไลน สลอง ณธรรม กอล แอร ดอยแม สลอง part2

admin79 by admin79
October 17, 2025
in Uncategorized
0
N2210075 บผ ดชอบต อคำพ เป นหน าท หล กของสาม สลองส อส งคมออนไลน สลอง ณธรรม กอล แอร ดอยแม สลอง part2

ตลาดรถยนต์ในเมืองไทย ตลอดปี 2023 ที่ผ่านมา เกิดสถานการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เลือกกระเสือกกระสนดิ้นรนหนีตายจากสภาพวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศตนเองที่ย่ำแย่ จากผลของวิกฤติการณ์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ 3 ราย รวมทั้งสถาบันการเงินรายหลักๆ ต้องล้มละลายไป พวกเขาเห็นประเทศไทย เปรียบเสมือนน้ำบ่อหน้า ที่จะต้องรีบเข้ามากอบโกย เพื่อพยุงกิจการของตนให้อยู่รอดต่อไปได้ จึงต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะนำรถยนต์พลังไฟฟ้า ราคาถูก ขึ้นมางัดข้อ กับผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิม เสียจนตลาดปั่นป่วนไปหมด ยอดขายรถยนต์ในเมืองไทย เริ่มลดน้อยถอยลง ผู้บริโภคเริ่มผ่อนส่งไม่ไหว ปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดกันไปเพียบ ยิ่งทำให้การปล่อยไฟแนนซ์กับลูกค้ารายใหม่ๆ ยากลำบากขึ้น เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นสวนทางกับยอดขายรถยนต์พลังไฟฟ้าที่โตวันโตคืน แต่ก็เริ่มเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นอยู่รายนึง ซึ่งยังยืนหยัดประคับประคองตัวอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่หนักหน่วง ดุเดือด และยากต่อการคาดเดาทิศทางในอนาคต นั่นคือ Mitsubishi Motors บริษัทรถยนต์เชื้อชาติและสัญชาติญี่ปุ่นจากเมือง Okazaki และรถยนต์รุ่นที่ แทบไม่น่าเชื่อว่าจะช่วยให้ค่ายสามเพชร เอาตัวรอดจากวิกฤติในครั้งนี้ คือ รถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดภูมิภาค ASEAN อย่าง Mitsubishi Xpander!

นับตั้งแต่ Mitsubishi Motors เผยโฉม Minivan สำหรับตลาด ASEAN รุ่นนี้ เป็นครั้งแรกในโลก เมื่อวันที่ 10 – 20 สิงหาคม 2017 ณ งาน Gaikindo Indonesia International Auto Show (GIIAS) ต้องยอมรับว่า Mitsubishi Xpander ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ให้เกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์ Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง อันเป็นกลุ่มตลาดใหญ่ที่สุดของแดนอิเหนา ถึงขั้นทำให้เจ้าตลาดเก่าอย่าง Toyota Avanza / Daihatsu Xenia ค้อนขวับ เพราะโดนโค่นแชมป์ยอดขายมาได้เรียบร้อย แถมยังทำให้คูแข่งจากเกาหลีใต้ อย่าง Hyundai ตาร้อนผ่าว ถึงขั้น นำ Xpander มาเป็น Benchmark ระหว่างการพัฒนา Minivan รุ่น Stargazer

Xpander ถูกนำมาเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 17 – 26 สิงหาคม 2018 ณ งาน Big Motor Sale 2018 ที่ BITEC บางนา แม้จะตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง คือ เริ่มต้นด้วยรุ่น GLS-Ltd ราคา 779,000 บาท และรุ่น GT ราคา 849,000 บาท Xpander ก็ยังได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทย สั่งจองเป็นเจ้าของกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และค่อยๆขึ้นนำในกลุ่มตลาด Sub-Compact Minivan 7 ที่นั่ง ของบ้านเราไปในที่สุด

ถ้าคุณอยากรู้ว่า เหตุใด ลูกค้าชาวไทย จึงพากันอุดหนุน Xpander และ Xpander Cross กันมากขนาดนี้ ทั้งที่งานวิศวกรรมของ Xpander รุ่นเดิม เป็นเพียงการนำเครื่องยนต์ เบนซิน 1.5 ลิตร จาก Mitsubishi Colt ช่วงปี 2002 – 2008 มาชนกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า คำตอบนั้น ง่ายดายมากครับ ลองไปถามเจ้าของรถที่อุดหนุนไปก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ จะตอบพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า

“รถมันสวยจบทั้งคัน ยังไงละ!!”

ครับ เส้นสายที่โฉบเฉี่ยว เกินกว่าการเป็น Minivan ในแบบปกติ ที่หลายบ้านคุ้นเคยอย่างดี รวมทั้งขนาดของตัวรถที่ใหญ่สุดในกลุ่ม ห้องโดยสาร ที่โอ่โถ่งมากสุดในกลุ่ม แถมยังมีเบาะนั่งที่สบายสุดในกลุ่มไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่บนเบาะแถวไหนก็ตาม คือเหตุผลที่ดึงตาดูดใจให้ลูกค้าพากันเดินพาเหรดเข้าโชว์รูม Mitsubishi Motors แหงละ ใครๆก็อยากได้รถที่สวย และอุปกรณ์คุ้มค่ากับเงินที่พวกเขาจ่ายไปกันทั้งนั้นแหละ จริงไหม?

สำหรับผู้บริโภคชาวไทย ความสวยชนะทุกสิ่ง ต่อให้รถคันนั้น ราคาแพงกว่าคู่แข่งขนาดไหน หรือมีปัญหา Defect ประการใด ถ้าเส้นสายมันดูสวย เข้าตา ลงตัว ผู้บริโภคย่อมรู้สึกอยากได้ และเมื่อซื้อหามาขับขี่ใช้งานแล้ว ความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ ก็จะเกิดขึ้นตามมา จนผู้คนพากันแห่อุดหนุนเรื่อยๆ กลายเป็นคลื่นใต้น้ำทีเติบโตขึ้นเงียบๆ แต่หนักแน่น และมั่นคง ทุกวันนี้ ยอมรับเถอะครับว่า เมื่อใดที่คุณออกจากบ้าน อย่างน้อย คุณต้องได้เห็น Xpander 3 คัน ในแต่ละวัน อยู่เสมอ

หลังจากมีการปรับโฉม Minorchange ให้กับ Xpander รุ่นปกติ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2022 ทิ้งช่วงมาอีก 1 ปีเต็ม Mitsubishi Motors ก็ส่ง Xpander Cross รุ่นปรับโฉม Minorchange ออกมา เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2023 สร้างความงงงวยให้กับทั้งลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ ลูกค้าที่อุดหนุนไปแล้ว หรือแม้แต่สื่อมวลชนสายยานยนต์ อย่างผม ว่า การเพิ่มค่าตัวอีก 7,000 บาท เป็น 946,000 บาท แต่รายละเอียดข้าวของที่เพิ่มเข้ามา ก็ยังทำให้ชวนกังขาว่า เหตุใด เราถึงควรจะจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อแลกกับความดุดันทะมัดทะแมง ที่เพิ่มขึ้นจาก Xpander รุ่นปกติ ทั้งที่เมื่อดูตัวเลขกันจริงๆ ราคาของ Xpander Cross Minorchange ก็ถือว่า ค่อนข้างสูงโดด ไปกว่าคู่แข่งคันอื่นอยู่

Xpander Cross Minorchange มีขนาดตัวถังยาว 4,595 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อซ้ายขวา (Track width) คู่หน้า 1,520 มิลลิเมตร คู่หลัง 1,510 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 220 มิลลิเมตร

เมื่อเปรียบเทียบกับ รถรุ่นเดิม ซึ่งมีความยาว 4,500 มิลลิเมตร กว้าง 1,800 มิลลิเมตร สูง 1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อซ้ายขวา (Track width) คู่หน้า 1,520 มิลลิเมตร คู่หลัง 1,510 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถนนจนถึงพื้นใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 220 มิลลิเมตร

คุณจะพบว่า Xpander Cross Minorchange ยาวขึ้นถึง 95 มิลลิเมตร แคบลง 10 มิลลิเมตร สูงเท่าเดิม นอกนั้น ตัวเลขเท่ากับรุ่น Cross เดิม ก่อนหน้านี้  ส่วน ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) เท่ากับรุ่นก่อนปรับโฉม และเท่ากับ Xpander Minorchange รุ่นปกติ

ระบบกลอนประตู ยังคงเหมือนรุ่นเดิม เป็น กุญแจ Remote Control แบบ KOS (Keyless Operation System) แค่พกรีโมทกุญแจนี้ไว้กับตัว ถ้าต้องการจะขึ้นรถ ก็ให้เดินเข้าใกล้บานประตูคนขับ หรือ ฝาประตูของห้องเก็บของด้านหลังรถ ในระยะรัศมี 70 เซนติเมตร แล้วกดปุ่มสีดำเพื่อสั่งปลดล็อก แล้วดึงมือจับเปิดประตูบานใดก็ตาม ขึ้นรถได้เลย หรือถ้าจะล็อกรถ เมื่อปิดประตูแล้ว ก็กดปุ่มล็อก ที่บานประตูทั้งคู่ บานใด บานหนึ่ง ได้เช่นเดียวกัน

ในกรณีที่แบ็ตเตอรีของรีโมทหมด ยังสามารถ ถอดลูกกุญแจในตัวรีโมท ออกมาไขเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารด้านซ้าย ได้ หมุนซ้ายครั้งขวาครั้ง เป็นอันปลดล็อก เมื่อเข้าไปนั่งในรถได้แล้ว ก็ควรจะเอารีโมท KOS เสียบไว้ในช่องเสียบ ใต้แผงหน้าปัด เหนือช่องวางแก้วตรงกลาง และถ้าลืมกุญแจในรถ เมื่อปิดประตู รถจะส่งเสียงเตือนออกมาเอง

การเข้า – ออกจากบานประตู ทั้งคู่หน้า นั้น ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับ Xpander Cross รุ่นเดิม หรือ Xpander Minorchange รุ่นล่าสุด บอกได้เลยครับว่า “ไม่แตกต่างกัน” เนื่องจาก ช่วงล่างของ Xpander Cross ไม่ได้มีการปรับปรุงใดๆ ถ้าเทียบกับรุ่น Xpander Cross เดิม และ Xpander Minorchange 2022

กระนั้น ด้วยเหตุที่ ช่วงล่างของรุ่น Cross ถูกยกสูงเพิ่มขึ้นจาก Xpander 2018 – 2021 ถึง 20 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่า ผู้โดยสาร และผู้ขับขี่ ที่มีลำตัวสูง หรือขายาว อาจไม่ค่อยพบปัญหาใดๆเท่าใด การก้าวเข้า – ออก ยังคงทำได้สะดวกโยธินตามเดิม คุณไม่จำเป็นต้องหย่อนก้นลงนั่ง แต่สามารถก้าวขาเข้าไป แล้วค่อยเคลื่อนตัวเข้าไปนั่งได้เลย ถ้าต้องการลงจากรถ ก็หันตัว หมุนลงมา แล้วเอาขา วางไว้บนพื้นถนน ลุกขืนขึ้นง่ายดาย

แต่สำหรับคนที่มีสรีระไม่สูงนัก ผู้สูงอายุ เ็ก และ สตรีมีครรภ์ อาจต้องก้าวขา ออกแรงยกตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ขณะเข้าไปนั่งบนเบาะคู่หน้า รวมทั้งตอนลุกออกจากรถด้วย

แผงประตูคู่หน้า ยังคงเป็นพลาสติกสีดำ แต่มีวัสดุบุนุ่มหุ้มหนัง สีน้ำตาล พรอมลายตะเข็บคาดผ่ากลาง เพิ่มเข้ามาให้บางๆ บริเวณ ด้านข้างของพนักวางแขน ซึ่งสามารถวางท่อนแขนได้สบาย แต่กัดขึ้นรูปด้วยลวดลายที่ดูคล้ายกับเบาะหนังในรถยนต์ราคาแพงกว่านี้ ด้านล่างของแผงประตู ยังคงมีช่องใส่ของอเนกประสงค์ สามารถวางขวดน้ำดื่มขนาดใหญ่ 7 บาท ได้ถึง 2 ขวด และยังมีพ้นที่เหลือพอสำหรับเอกสารและข้าวของจุกจิกต่างๆอีกนิดหน่อย

เบาะนั่งคู่หน้า มีรูปทรงเหมือนเดิม แต่เพิ่มลายตะเข็บคู่ตรงกลาง ทั้งบริเวณท่อนบนและท่อนล่างของพนักพิงหลัง รวมทั้งเบาะรองนั่ง แค่นั้น! สัมผัสจากแผ่นหลัง และเบาะรองนั่ง จึงยังเหมือนเดิม ไม่มีผิดเพี้ยน

พนักพิงหลัง ยังคงให้สัมผัสคล้ายกับเบาะนั่งของ รถกระบะรุ่น Triton รุ่นที่แล้ว แต่ รูปทรงของเบาะนั้น ไม่เหมือนกันไปเสียทีเดียว โดยเฉพาะปีกด้านข้างที่มีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย (ปีกของเบาะ Triton ยื่นออกมานิดเดียว) แต่การรองรับแผ่นหลังทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะช่วงไหล่ที่ ตัวเบาะ ซัพพอร์ตได้ดีพอประมาณ การออกแบบพื้นที่รองรับด้านหลัง ทำได้ดีพอสมควร กระนั้น ผมก็แอบรู้สึกเมื่อยขณะนั่งขับขี่ในระยะทางไกลๆ เมื่อเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงอยู่เล็กน้อย ถ้าได้ตัวดันหลังมาช่วยเพิ่มอีกนิดก็คงจะดี

พนักศีรษะ ออกแบบให้มีฟองน้ำเสริมข้างใน แบบ “แน่นเกือบแข็ง” แต่ไม่ดันกบาล ขณะที่ เบาะรองนั่งค่อนข้างหนา ติดตั้งมาให้สูงจากพื้นตัวถังรถพอสมควร มีความยาว ปานกลาง รองรับท้องน่องพอใช้ได้ แต่ยาวไม่ถึงขาพับ ตัวฟองน้ำด้านใน ให้สัมผัส แน่นแต่นุ่ม Firm กำลังดี ไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป ขับขี่ทางไกลไม่ค่อยเมื่อยบั้นท้ายมากนัก ทว่า เบาะนั่งฝั่งคนขับนั้น แม้จะมีมือหมุนปรับระดับเบาะรองนั่งสูง – ต่ำ มาให้ แต่ระยะการปรับก็น้อยมากๆ และเป็นเพียงการเลื่อน + ยกเบาะรองนั่งขึ้นไปข้างหน้าเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้ยกเบาะทั้งตัวขึ้นไปแต่อย่างใด

ใต้เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งซ้าย ยังคงมีถาดวางรองเท้า ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งที่ถูกออกแบบขึ้นตามความต้องการของลูกค้า ผ่านผลวิจัยตลาด เนื่องจาก สมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสุภาพสตรี อยากได้พื้นที่สำหรับใส่รองเท้า เผื่อนำมาเปลี่ยนให้เข้ากับชุดและกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน นี่เป็น อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ผมมองว่า ไม่ควรถอดออกในอนาคตเลย มันกลายเป็นอีกจุดขายสำคัญที่สร้างความสะดวกสบายในการใช้งานให้กับลูกค้าได้อย่างดี

เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ ELR 3 จุด แบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner & Force Limiter) ทั้งฝั่งคนขับและฝั่งคนนั่ง แต่ไม่สามารถปรับระดับสูง – ต่ำได้เลย ตามเดิม ไม่เข้าใจว่า จะงกใประเด็นนี้กันทำไมนักหนา ราคาขายก็สูงขนาดนี้ ควรใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้มาให้ได้แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ใครที่เรียกร้องมองหา พนักวางแขนตรงกลาง แบบพับเก็บได้ ติดตั้งไว้ด้านข้างพนักพิงหลังมาให้เลย มาถึงรุ่น Cross ก็แล้ว โรงงาน Indonesia เขาก็ยังคงไม่ได้ติดตั้งมาให้ อยู่ดี

การเข้า – ออกจากบานประตูคู่หลัง สำหรับผู้โดยสารเบาะแถวกลาง (แถว 2) ยังคงสะดวกสบายตามเดิม คุณไม่ต้องก้มหัวลงมากนักในขณะก้าวขึ้น – ลง จากรถ และยังคงจุดขายสำคัญในฐานะ Sub-Compact Minivan ที่สามารถก้าวขึ้น – ลงจากเบาะแถว 2 ได้สบายที่สุดในตลาดเมืองไทยเวลานี้ ไปตามเดิม

แผงประตูด้านข้าง ของบานประตูคู่หลัง ตกแต่งในแนวทางเดียวกับ แผงประตูด้านข้างคู่หน้า คือใช้พลาสติกสีดำ แต่เปลี่ยนวัสดุบริเวณด้านข้าง ท่จะต้องสัมผัสกับทอนแขน ให้เป็นแบบ”บุนุ่มหุ้มหนัง” ดูดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ขึ้นรูปตะเข็บ ประดับด้วยแถบ Graphic สีเงิน และ มือจับเปิดประตู พลาสติกชุบโครเมียม พนักวางแขน สามารถวางท่อนแขนได้สบาย จนถึงข้อศอก ด้านล่าง มีช่องวางของจุกจิกขนาดใหญ่พอๆกับแผงประตูคู่หน้า ใส่ขวดนำดื่ม 7 บาท มาให้ ฝั่งละ 2 ตำแหน่ง เหมือนกัน แต่น่าเสียดายว่า กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ไม่สามารถเลื่อนลงมาได้สุดขอบรางตามเดิม

เบาะนั่งด้านหลัง ยังคงเป็นชุดเดียวกับ Xpander Cross รุ่นเดิม แตกต่างกันแค่ลวดลายตะเข็บบนเบาะรองนั่งนิดหน่อยเท่านั้น ยังคงแบ่งออกเป็น 2 ฝัง ซ้าย – ขวา สามารถแบ่งปรับเลื่อนขึ้นหน้า – ถอยหลังได้ 10 ตำแหน่งล็อก ปรับพนักพิงหลังเอนลงได้ไม่มากนัก เพียง 9 ตำแหน่งล็อก รวมทั้งแบ่งพับพนักพิงหลังได้ในอัตราส่วน 60 : 40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง

พนักศีรษะ มาในสไตล์ แน่นเกือบแข็ง เหมือนกับคู่หน้า แต่ เป็นรูปตัว L คว่ำ ซึ่งต้องออกแรงอย่างมหาศาลในการยกขึ้นใช้งาน ดุจยกเหล็กใน Fitness เลยทีเดียว แค่เพียงเพื่อไม่ให้ขอบด้านล่าง ทิ่มตำบริเวณช่วงต้นคอและกางแผ่นหลังเท่านั้นเลย แถมยังล็อกไว้ได้แค่ ตำแหน่งเดียวเท่านั้นอีกต่างหาก

พนักพิงหลัง ออกแบบให้มีฟองน้ำในลักษณะ “แน่นแต่แอบนุ่มนิดๆ” รองรับแผ่นหลังใช้ได้ แต่ตรงกลางจะบุ๋มลงไปนิดนึง ตัวพนักพิงหลัง ปรับเอนลงได้ประมาณหนึ่ง พอสบาย แต่อาจปรับเอนนอนราบกว่านี้ไม่ได้ ส่วน เบาะรองนั่ง มีขนาดสั้น แต่บุฟองน้ำมาให้ค่อนข้าง “แน่นแต่แอบนุ่มพอสมควร” เหมือนกับเบาะรองนั่งฝั่งคนขับ นั่งพอสบายได้อยู่

พนักวางแขน ซ่อนรูปกลืนไปกับพนักพิงเบาะหลังไปเลย ดึงเชือกเพื่อปลดลงมาใช้งาน พอวางแขนได้ แต่การวางข้อศอกทำได้ไม่ดีนัก

พื้นที่เหนือศีรษะในตำแหน่งนั่งหลังค่อนข้างชันสูงสุด สำหรับคนตัวสูง 170 เซ็นติเมตรอย่างผู้เขียน จะเหลือพื้นที่มากถึง 2 ฝ่ามือในแนวนอน พอดีๆ ส่วนพื้นที่วางขานั้น ถ้าปรับถอยหลังจนสุด คุณจะเหลือพื้นที่มากถึง 2 ฝ่ามือ กับอีก 3 นิ้วมือในแนวนอน และต่อให้คุณปรับเลื่อนเบาะขึ้นไปข้างหน้าจนสุด คุณก็จะยังเหลือพื้นที่ว่าง ระหว่างหัวเข่ากับด้านหลังของเบาะคนขับอีก 1 ฝ่ามือพอดีๆ

เข็มขัดนิรภัย เป็นแบบ ELR 3 จุด ทั้ง 3 ตำแหน่ง แต่สำหรับผู้โดยสารตรงกลาง สายเข็มขัดจะถูกมัดเก็บซ่อนไว้ที่ช่องเก็บบริเวณเพดานข้างบน (ดูได้จากภาพข้างล่าง) หากผู้โดยสารเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก หรือทารก สายเข็มขัดอาจต้องพาดผ่านบริเวณคอเล็กน้อย ควรหาเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก Child Seat ติดตั้งร่วมไปกับจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก มาตรฐาน ISOFIX ใต้ฐานเบาะรองนั่งทั้ง 2 ฝั่งไปเลยจะปลอดภัยต่อการเดินทางของคุณหนูๆ มากกว่า

ส่วนการลุกเข้า – ออกจากเบาะแถวที่ 3 ใช้วิธีการเดียวกับบรรดา B-Segment Minivan หลายๆรุ่นในตลาด คือต้องดึงคันโยกด้านข้างเบาะแถว 2 (บริเวณใกล้ๆสะโพก) ชุดเบาะนั่ง จะพับพนักพิงให้แบนราบ และจะปลดล็อกขายึดเบาะกับพื้นรถ เพื่อให้ตัวเบาะดีดตัวโน้มขึ้นมาข้างหน้าอย่างรวดเร็วแบบ One Motion การก้าวขึ้น – ลงจากเบาะแถว 3 ยังคงทำได้สบายๆ มากๆ เช่นเดิม

เบาะนั่งแถว 3 ยังคงเป็นชุดเดียวกับ Xpander และ Xpander Cross รุ่นเดิม พนักพิงเบาะแถว 3 สามารถแบ่งพับได้ในอัตราส่วน 50 : 50 แถมยังปรับตั้ง-เอนลงไปได้ 10 ตำแหน่ง ใช้พนักศีรษะรูปตัว L คว่ำ ซึ่งต้องออกแรงยกขึ้นจนสุดเพื่อใช้งาน ด้วยตัวล็อกเพียงตำแหน่งเดียว มิเช่นนั้น ขอบล่างของพนักศีรษะ จะทิ่มตำต้นคอด้านหลังจนไม่สบายเอาเสียเลย ตัวพนักศีรษะเองยังคงค่อนข้างแข็ง เมื่อเจอกับพนักพิงหลังที่ไม่ได้หนามากนัก บุด้วยฟองน้ำค่อนข้างบาง จึงทำให้รู้สึกเหมือนนั่งพิงแผ่นกระดาน ที่มีฟองน้ำค่อนข้างแน่นซัพพอร์ตแผ่นหลังเราไว้อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

เบาะรองนั่งแถว 3 นั้น มีขนาดสั้น และนั่งไม่สบายเท่า Suzuki Ertiga แต่อย่างน้อย มุมเงย ก็ยังพอจะเหมาะสมกับผู้โดยสาร ซึ่งมีความสูงไม่เกิน 170 เซ็นติเมตร อยู่แล้ว ขณะที่พื้นที่วางขานั้น ขึ้นอยู่กับความกรุณาของผู้โดยสารแถวกลาง ว่าจะปรับเลื่อนขึ้นหน้าไปให้คุณมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเลื่อนเบาะแถว 2 ลงมาจนสุด คุณจะแทบไม่เหลือพื้นที่วางขาให้ผู้โดยสารแถว 3 เลย

เข็มขัดนิรภัยด้านหลังเป็นแบบ ELR 3 จุด ผนังด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ตกแต่งด้วยแผงพลาสติก ตีขึ้นรูปเป็นพนักวางแขน (ซึ่งสามารถวางแขนได้สบายพอดีเป๊ะ) พร้อมช่องใส่ของจุกจิกเล็กๆน้อยๆ 2 ตำแหน่ง และกิ๊ปหนีบยึดสายเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารแถวกลาง แต่เฉพาะฝั่งขวาเท่านั้น ที่จะเพิ่มปลั๊กไฟ 12V มาให้เพียง 1 ตำแหน่ง

ฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง ยังคงยกมาจากรุ่นเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ยกเปิด – ปิดได้ ด้วยสวิตช์ไฟฟ้า เหนือช่องใส่ป้ายทะเบียนหลัง ค้ำยันด้วยช็อกอัพ 2 ต้น กระจกบังลมหลัง มีไล่ฝ้าไฟฟ้า และใบปัดน้ำฝนหลังพร้อมหัวฉีดน้ำล้างกระจกมาให้ แน่นอนว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะต้องมีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติใดๆมาให้ในรถ Minivan ระดับราคานี้

พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง มีขนาดเท่ากันกับรถรุ่นเดิม มีความกว้าง 0.9 เมตร และยาว 1.7 เมตร เมื่อพับเบาะแถว 2 กับ 3 ลงให้ราบเป็นแนวเดียวกัน แน่นอนว่า ในเมื่อความสูงจากพื้นถนนจนถึงพื้นห้องเก็บของ ค่อนข้างสูง ดังนั้น ถ้าจะต้องแบกจักรยานละก็ คุณอาจต้องออกแรงยกเฟรมรถมากขึ้นอีกนิด จึงจะวางลงบนพื้นห้องเก็บของได้

พื้นห้องเก็บสัมภาระ เป็นแบบฝาปิด เมื่อยกขึ้นแล้ว จะเจอกล่องเก็บของแบบ 3 ช่องในตัว สำหรับเก็บซ่อนข้าวของไม่พึงประสงค์จากสายตาบุคคลภายนอกได้ ฝาผนังด้านข้างฝั่งขวา เป็นช่องพร้อมฝาปิดสำหรับเก็บเครื่องมือประจำรถ พร้อมแม่แรง สำหรับถอดล้อ ส่วนยางอะไหล่นั้น ยังคงติดตั้งไว้ใต้ท้องรถ เหมือนเช่น Xpander รุ่นปกติ ในตำแหน่งเดียวกับรถกระบะนั่นแหละ

นอกเหนือจากการปรับปรุงงานออกแบบภายนอกแล้ว ทีมออกแบบของ Mitsubishi Motors ยังตัดสินใจ ปรับปรุงภายในห้องโดยสาร ให้สดใหม่ หรูขึ้น และน่าใช้งานมากขึ้น โดยมีทั้งชิ้นส่วนที่ยกมาจาก Xpander Minorchange รุ่นปกติ และชิ้นส่วน ที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่และนำมาใช้กับ Xpander Cross Minorchange โดยเฉพาะ

เริ่มจากแผงหน้าปัด จากเดิมที่แผงหน้าปัดเคยมีเส้นสายแนวโค้ง  คราวนี้ ทีมออกแบบตัดสินใจเปลี่ยนงานออกแบบใหม่ โดยใช้วิธี ยกชุดแผงหน้าปัด แบบล่าสุด สไตล์ Horizontal Axis ของ Xpander Minorchange รุ่นปกติ มาติดตั้งให้กับ Xpander Cross Minorchange ทั้งยวง รวมทั้งการเลือกใช้โทนสีน้ำตาล มาตัดกับสีดำ และสีเงิน บริเวณกรอบช่องแอร์ทั้ง 3 ตำแหน่ง และ Trim ประดับด้านข้างแผงควบคุมกลาง เพื่อช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับภายในรถ ไม่เพียงเท่านั้น ทีมออกแบบ ยังเพิ่มวัสดุบุนุ่ม หุ้มหนัง ให้กับแผงหน้าปัดท่อนบนอีกด้วย โดยใช้ด้ายจริงตะเข็บจริง มาช่วยยกระดับบรรยากาศความหรู จนทำให้ แผงหน้าปัดของ Xpander Minorchange ดูสวย หรู มากที่สุดในบรรดาคู่แข่งร่วมพิกัดเดียวกัน

มองขึ้นไปด้านบน ทุกอย่างยังคงเหมือนรถรุ่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นแผงหลังคา เป็นสีเบจ ทำจากวัสดุ Recycle เหมือนรถยนต์รุ่นใหม่ๆทั่วไป แผงบังแดดทั้ง 2 ฝั่ง มีกระจกแต่งหน้าพร้อมฝาปิดมาให้ แต่ยังคงไม่ยอมแถมไฟแต่งหน้ามาเลย ส่วนไฟส่องสว่างกลางเก๋ง มี 2 ตำแหน่ง คือ กลางเพดาน เหนือผู้โดยสารแถวกลาง และ ไฟอ่านแผ่นที่ เหนือกระจกมองหลัง ซึ่งไม่สามารถแยกฝั่งเปิด-ปิด ซ้าย-ขวา ได้เลย ไม่เข้าใจว่า จะงกต้นทุนส่วนนี้ทำไมกันนะ?

จากด้านขวาฝั่งคนขับ มาทางซ้าย

กระจกหน้าต่างทั้ง 4 บาน เลื่อนขึ้น – ลง ได้ด้วยสวิตช์ไฟฟ้า และเช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วไป เฉพาะฝั่งคนขับ จะมาพร้อมกับระบบ One-Touch เลื่อนหน้าต่างขึ้น – ลง ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว รวมทั้งระบบ Jam Protection ดีดกลับอัตโนมัติ เมื่อมีสิ่งกีดขวาง

ใต้ช่องแอร์ฝั่งคนขับ ด้านขวาของชุดมาตรวัด ติดตั้งทั้ง สวิตช์ปรับและพับกระจกหน้ามองข้างแบบไฟฟ้า รวมทั้งปุ่มติดเครื่องยนต์ Push Start ถัดลงไปข้างล่าง ยังมีสวิตช์ เปิด – ปิด ระบบควบคุมเสถียรภาพ ASC และ Traction Control และเมื่อมองลงไปข้างล่างสุด บริเวณซุ้มล้อหน้าฝั่งขวา จะพบคันโยก เพื่อเปิดฝากระโปรงหน้า

พวงมาลัย เปลี่ยนใหม่ ยกชุดมาจาก Pajero Sport และ Xpander Minorchange เป็นแบบ 4 ก้าน จับกระชับมือมากขึ้น หุ้มวงพวงมาลัยด้วยหนังสังเคราะห์ (ซึ่งให้สัมผัสเหมือน ยูรีเทน) ประดับครึ่งท่อนล่าง ช่วงก้านพวงมาลัยทั้ง 3 ด้วยพลาสติกเงาสีดำ Piano Black คอพวงมาลัย สามารถ ปรับระดับสูง – ต่ำ และระยะใกล้ – ห่าง จากตัวผู้ขับขี่ (Telescopic) ได้ในระดับหนึ่ง สำหรับคนตัวสูง ขอแนะนำว่า ปรับพวงมาลัยไว้ในตำแหน่งสูงสด และดึงออกมามากที่สุด จะลดการเมื่อยล้าขณะขับขี่ทางไกลได้

แผงสวิตช์บนก้านพวงมาลัยฝั่งซ้าย ใช้ควบคุม หน้าจอชุดเครื่องเสียง และระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบไร้สาย ส่วนแผงสวิตช์บนด้านพวงมาลัยฝั่งขวา เป็นชุดสวิตช์ของระบบล็อกความเร็วคงที่อัตโนมัติ Cruise Control ซึ่งอาจให้ความสบายในการไม่ต้องใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่งตลอดเวลา ขณะขับขี่ทางไกล แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันทำงานได้น่าปวดกบาลเอาเรื่อง เนื่องจาก ตัวระบบ สนใจแต่จะคุมแค่ความเร็วของรถ จึงพยายามจะดึงเกียร์ลงมา ลากรอบเครื่องยนต์ ให้แปรผันขึ้น-ลงๆ เพื่อดึงให้รถมีกำลังต่อเนื่อง ส่งผลให้กินน้ำมันเยอะกว่าเลี้ยงคันเร่งด้วยเท้าขวาของคุณเอง

ก้านสวิตช์บนคอพวงมาลัยฝั่งซ้าย ใช้ควบคุมใบปัดน้ำฝนคู่หน้า ละด้านหลัง พร้อมหัวฉีดน้ำล้างกระจกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ส่วนก้านสวิตช์บนคอพวงมาลัยฝั่งขวา ใช้ควบคุมไฟเลี้ยว ไฟหน้า (ไม่มีไฟหน้า Auto มาให้) ไฟหรี่ ไฟสูง ไฟตัดหมอก ไฟกระพริบ (ซึ่งเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของรถยนต์ Mitsubishi ทุกรุ่น นั่นคือ ไฟกระพริบและไฟสูง มีวิธีเปิดใช้เหมือนกัน คือจะต้องดึงก้านสวิตช์ฝั่งขวาเข้าหาตัว 1 ครั้ง เพื่อเปิด และเมื่อปล่อยก้านสวิตช์คืนกลับตำแหน่งเดิมแล้ว ไฟสูงมักจะค้าง หลายๆคน มักจะลืมปิดมัน ทำให้คนขับรถที่อยู่ข้างหน้า บรรดา รถยนต์ Mitsubishi ทุกคัน อาจเข้าใจผิดได้ว่า คุณกำลังเปิดไฟสูงด่าเขา ทั้งที่จริงๆแล้ว คุณลืมปิดไฟสูงนันเอง!)

Previous Post

N2210077 เม ยอ มท อง วอ มช part2

Next Post

N2210076 พพอร ตคนในครอบคร สานฝ นส งท วเองไม เคยได สลองส อส งคมออนไลน สลอง ณธรรม กอล แอร ดอยแม สลอง part2

Next Post
N2210076 พพอร ตคนในครอบคร สานฝ นส งท วเองไม เคยได สลองส อส งคมออนไลน สลอง ณธรรม กอล แอร ดอยแม สลอง part2

N2210076 พพอร ตคนในครอบคร สานฝ นส งท วเองไม เคยได สลองส อส งคมออนไลน สลอง ณธรรม กอล แอร ดอยแม สลอง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.