บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่นในงาน มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 45 นำเสนอความงามของบูธในธีม Pixel Cloud ผสานความงามล้ำสมัยเข้ากับงานศิลป์แบบดิจิตอล สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้เข้าชม นอกจากนั้น ยังมี RN22e Rolling Lab รถยนต์ต้นแบบจากโลกอนาคตมาให้สัมผัสในงาน พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังขนทัพยนตรกรรมรุ่นล่าสุดหลากหลายรุ่นมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานทั้ง IONIQ 6 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่จะมาเสริมทัพความสำเร็จของ IONIQ 5, Creta Alpha พร้อมดีไซน์อันโดดเด่น, Stargazer X6 / X7 ที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอย และ Staria สุดพรีเมียม โดยรถยนต์รุ่นใหม่แต่ละรุ่นจากฮุนได ล้วนตอกย้ำคำมั่นของบริษัทฯ ที่จะร่วมขับเคลื่อนโมบิลิตี้ในประเทศไทยไปสู่อนาคต
สำหรับไฮไลท์ครั้งนี้คือ IONIQ 6 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากฮุนได การันตีคุณภาพและสมรรถนะด้วยรางวัลจากเวที World Car Awards 2023 ถึง 3 สาขา ทั้งรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี, รางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยม และ รางวัลรถยนต์ดีไซน์ยอดเยี่ยม ดีไซน์ของ IONIQ 6 ผสานความสง่างามเข้ากับความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel อัตลักษณ์ของ IONIQ ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระบบไฟ Dual Ambient Mood Lighting พร้อมระบบ infotainment ล่าสุด ทั้งหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว และเครื่องเสียง BOSE premium sound system
IONIQ 6 ยังเพียบพร้อมด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Hyundai SmartSense เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้านสมรรถนะโดดเด่นด้วยการขับเคลื่อนของ มอเตอร์ไฟฟ้าทรงพลัง 229 แรงม้า 350 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion ขนาด 77.4 kWh ขับได้ไกลสุด 545 กม. ตามมาตรฐาน WLTP โดย IONIQ 6 เปิดตัวราคาพิเศษเริ่มต้น 1,899,000 บาท (และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติภายใต้โครงการ EV 3.5)
ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังเปิดตัว
- Creta Alpha เพื่อสานต่อความสำเร็จของ Creta Black Edition รุ่นพิเศษผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งเปิดตัวในปีก่อนและจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ Creta Alpha ไปให้สุดได้ทุกทาง ด้วยตัวถังสีดำด้าน Midnight Matte Black ไม่ซ้ำใคร อุปกรณ์ตกแต่งภายนอกทั้งหมด รวมถึงล้อขนาด 17 นิ้ว ล้วนมาในสีดำ เพื่อเพิ่มความเข้มอีกขั้น ภายในแตกต่างเช่นกัน ด้วยการใช้แถบสีแดงและตะเข็บสีแดงตกแต่งรอบห้องโดยสาร พร้อมมอบความสุนทรียภาพให้ผ่านเครื่องเสียง BOSE Premium Sound System สำหรับราคาเปิดตัว The New Creta Alpha เริ่มต้นที่ 929,000 บาท
- Stargazer X6 และ X7 อีกหนึ่งรถยนต์อเนกประสงค์ที่จะมาเสริมทัพรถยนต์ในกลุ่ม Mini MPV ของฮุนได ซึ่งในตอนนี้มีให้เลือกทั้งรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งยังโดดเด่นด้วยทางเลือกตัวถังสีด้านทั้ง สีขาว Optic White Matte และ สีทอง Gravity Gold Matte เปิดประสบการณ์สุนทรียภาพ ด้วยเสียงคุณภาพสูงผ่านเครื่องเสียง BOSE Premium Sound System ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน Smartstream 1.5L MPI ที่ให้ทั้งความประหยัดและตอบสนองฉับไว มั่นใจในความปลอดภัยด้วยแพ็กเกจระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense ภายในงานนำเสนอ Stargazer X6 ในราคาเริ่มต้น 949,000 บาท และ Stargazer X7 ที่ 929,000 บาท
- ในงานยังเปิดตัว Staria รุ่นใหม่ รถยนต์หรูสำหรับครอบครัวที่มีดีไซน์โดดเด่น มากด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และเบาะที่ปรับได้หลายรูปแบบ Staria รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ มอบสมรรถนะเต็มระดับ แต่มลพิษลดลงและผ่านมาตรฐาน Euro 5 ภายนอกยังปรับรูปลักษณ์ด้วยโลโก้แบรนด์แบบใหม่สองมิติ ห้องโดยสารมีประโยชน์ใช้สอยกว่าเดิมด้วยช่องชาร์จแบบ USB Type C พิเศษเฉพาะ Staria Premium รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับเสาอากาศแบบครีบ และล้อสีดำเงา Black High Gloss เพื่อรูปลักษณ์ที่แตกต่าง โดย The New Staria Trend S นำเสนอราคาเริ่มต้นที่ 1,819,000 บาท และ The New Staria Premium ที่ 2,419,000 บาท
- RN22e Rolling Lab เป็นรถยนต์ต้นแบบที่จะแสดงให้เห็นถึงอนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูง พร้อมมอบอีกระดับของประสบการณ์การขับขี่ด้วยขุมพลังไฟฟ้า พร้อมยึดมั่น 3 แกนหลักของแบรนด์ N ทั้ง ‘สมรรถนะบนทางโค้ง’, ‘ความแรงในสนามแข่ง’ และ ‘รถสปอร์ตที่ใช้งานได้ทุกวัน’ โดยสิ่งที่ทีมพัฒนารถยนต์ของฮุนไดเรียนรู้จากรถยนต์ต้นแบบคันนี้ ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อเป็นรถยนต์ที่ออกจำหน่ายจริง ซึ่งนำมาจัดแสดงในงานนี้เช่นกันทั้ง Elantra N และ IONIQ 5
ฮุนไดยังมอบพ็กเกจบริการหลังการขาย สำหรับลูกค้า IONIQ รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กม., การรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม., ฟรีค่าแรงเช็กระยะตามตารางบำรุงรักษา 10 ปี หรือ 150,000 กม., สิทธิประโยชน์รับบริการ Charge anywhere service, สิทธิประโยชน์รับบริการ Pick up and Delivery, บริการยก/ลากไม่จำกัดจำนวนครั้ง และ ฟรีโฮมชาร์จเจอร์ รับประกันนานถึง 3 ปี พร้อมฟรีค่าแรงติดตั้งโฮมชาร์จเจอร์ พิเศษสุด ฮุนไดยังมอบเครดิตชาร์จฟรีจาก Shell Recharge มูลค่า 5,000 บาท จำนวนจำกัด
เพื่อแสดงความขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยที่ให้การสนับสนุน ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย และเฉลิมฉลองในโอกาสที่ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นทางการครบ 1 ปี บริษัทฯ ขอมอบส่วนลดเงินสดสูงสุดมูลค่า 150,000 บาท หรือ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2567
พบกับ PONY รถยนต์รุ่นแรกของฮุนไดในโลกเสมือนจริงผ่าน ZEPETO เครือข่ายโซเชียลโลกอวตารสามมิติซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก ในธีมของ ‘กรุงโซลเหนือกาลเวลา’ ซึ่งจะพาผู้เล่นย้อนเวลา กลับไปสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคของกรุงโซลในปี 1970 – 1980 และดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมของเกาหลีในอดีต ทั้งหมดนี้พร้อมให้ทุกท่านสัมผัสที่บูธหมายเลข A03 ของงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567
ด้านขนาดตัวรถ
- XPENG G6 ยาว 4,753 มม. x กว้าง 1,920 มม. x สูง 1,650 มม. ระยะฐานล้อ 2,890 มม.
- Deepal S07 ยาว 4,750 มม. x กว้าง 1,930 มม. x สูง 1,625 มม. ระยะฐานล้อ 2,900 มม.
- KIA EV5 ยาว 4,615 มม. x กว้าง 1,875 มม. x สูง 1,715 มม. ระยะฐานล้อ 2,750 มม.

เมื่อเทียบทั้งสามรุ่นนี้ถ้าใครชื่นชอบรถคันใหญ่คงต้องยกให้ XPENG G6 เพราะมีทั้งความยาวและสูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ส่วน Deepal S07 รองลงมา และเล็กที่สุดคือ KIA EV5 แต่จะชนะไปในเรื่องความสูงของตัวรถที่มีมากกว่าคู่แข่ง
ด้านพื้นที่เก็บสัมภาระ
- XPENG G6 พื้นที่เก็บสัมภาระ 1,374 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
- Deepal S07 พื้นที่เก็บสัมภาระ 1,374 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
- KIA EV5 พื้นที่เก็บสัมภาระ 1,340 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)

สำหรับใครที่ชอบเดินทางและขนสัมภาระมากๆ ซึ่งความแตกต่างของทั้งสามรุ่นนี้ถือว่าต่างกันไม่มาก ซึ่ง XPENG G6 และ Deepal S07 มีพื้นที่เท่ากัน ส่วน KIA EV5 น้อยกว่าคู่แข่งอยู่ที่ 34 ลิตร
ด้านสเปค
- XPENG G6 มอเตอร์เดี่ยว พละกำลัง 296 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.6 วิ ความเร็วสูงสุด 202 กม./ชม. ขับเคลื่อน 2 ล้อ
- Deepal S07 มอเตอร์เดี่ยว พละกำลัง 218 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วิ ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. ขับเคลื่อน 2 ล้อ
- KIA EV5 รุ่น Earth Long Range มอเตอร์เดี่ยว พละกำลัง 217 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.9 วิ ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. ขับเคลื่อน 2 ล้อ
ซึ่งทั้งสามรุ่นนี้ทั้ง KIA EV5 และอีกสองรุ่นอย่าง XPENG G6 และ Deepal S07 ใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้อเหมือนกัน แต่ส่วนในเรื่องแรงม้าและแรงบิด ถือว่า XPENG G6 ชนะขาดลอยในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น อัตราเร่ง, ความเร็วสูงสุดที่ทำได้
ด้านระยะทาง
- XPENG G6 รุ่น Standard ระยะทางที่วิ่งได้ 580 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน CLTC)
- Deepal S07 รุ่น Long Range ระยะทางที่วิ่งได้ 560 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
- KIA EV5 รุ่น Earth Long Range ระยะทางที่วิ่งได้ 665 กม./ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC)
ด้านระยะทางถึงแม้จะเปรียบเทียบไม่ได้มากด้วยมาตรฐานที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม XPENG G6 ยังไม่ได้ประกาศสเปคอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่เชื่อว่าเมื่อสเปคออกมาอย่างเป็นทางการ มีแนวโน้มว่าจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าเทียบกันในตอนนี้ KIA EV5 ถือว่าน่าสนใจที่สุดในเรื่องระยะทาง
ด้านแบตเตอรี่
- XPENG G6 ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 66kWh
- Deepal S07 ใช้แบตเตอรี่ NMC ขนาด 79.97kWh
- KIA EV5 ใช้แบตเตอรี่ NMC ขนาด 88.1kWh

ความแตกต่างของการเลือกใช้แบตเตอรี่อาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะจริงแล้วแบตเตอรี่ LFP เหมาะกับประเทศไทยมากกว่าแบตเตอรี่ NMC แต่อย่างไรก็ตามทั้ง Deepal S07 และ KIA EV5 เชื่อว่าทั้งสองรุ่นได้พัฒนาระบบระบายความร้อนมาแล้ว ซึ่งถ้าเทียบกัน KIA EV5 ใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุมากที่สุด
ด้านการชาร์จแบตเตอรี่
- XPENG G6 รองรับการชาร์จ AC 11kW , DC 280kW (ชาร์จ 10-80% ใน 20 นาที)
- Deepal S07 รองรับการชาร์จ AC 7kW , DC 87kW (ชาร์จ 30-80% ใน 35 นาที)
- KIA EV5 รองรับการชาร์จ AC 11kW , DC 141kW (ชาร์จ 10-80% ใน 38 นาที)

หากนับในเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่เป็นหลัก XPENG G6 สามารถชาร์จได้เร็วที่สุดเนื่องจากมีเทคโนโลยี 800V ทำให้รถรุ่นนี้สามารถชาร์จได้เร็วกว่าคู่แข่ง ส่วนรองลงมาเป็น Deepal S07 และชาร์จช้าที่สุดคือ KIA EV5
ด้านราคา
- XPENG G6 ราคา 1,500,000 บาท (ยังไม่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ)
- Deepal S07 รุ่น Long Range ราคา 1,499,000 บาท
- KIA EV5 รุ่น Earth Long Range ราคา 1,549,000 บาท
สรุปแล้วว่ารถทั้ง 3 รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น XPENG G6 , Deepal S07 หรือ KIA EV5 ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้
- XPENG G6 ขึ้นชื่อในด้านเทคโนโลยีการชาร์จ 800V ซึ่งทำให้มีจุดเด่นเรื่องการชาร์จเร็ว และยังมีขนาดตัวรถที่ใหญ่สุดในคู่แข่ง
- Deepal S07 ถือว่ายังมีพละกำลังมากกว่าคู่แข่งอย่าง KIA EV5 และด้วยขนาดตัวรถที่ใกล้เคียงกับ XPENG G6 และยังประกอบด้วยแพลตฟอร์ม EPA1 ขับสนุกและเกาะถนนดี
- KIA EV5 โดดเด่นและได้การยอมรับในด้านดีไซน์ที่สวยงาม ระยะทางที่วิ่งได้ก็ถือว่ามากที่สุดในคู่แข่งสามรุ่นนี้ อีกทั้งยังมีออปชั่นอื่นๆ เช่น ตู้เย็นในรถ, โต๊ะพับ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี

