BYD รุกตลาดรถหรูผ่านแบรนด์ Yangwang
เบื้องต้น BYD จะทำตลาดแบรนด์ Yangwang ผ่านรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นประกอบด้วย U8 รถยนต์ไฟฟ้า Plug-in Hybrid แบบ SUV และ U9 รถยนต์ไฟฟ้าระดับ Supercar โดย U8 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ควบคุมแต่ละล้ออย่างอิสระ ผ่านมอเตอร์ขับเคลื่อนในแต่ละล้อ ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามยังไม่มีการประกาศราคา รวมถึงวันจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์หรูทั้งสองรุ่น แต่ก่อนหน้านี้ BYD เคยแจ้งว่า Yangwang จะมีราคาตั้งแต่ 8 แสนหยวน จนถึง 1.5 ล้านหยวน หรือราว 3.9-7.4 ล้านบาท และจะเปิดเผยรายละเอียดอื่น ๆ ภายในปีนี้

BYD เตรียมเปิดตัวโชว์รูมสำหรับจำหน่ายรถหรูโดยเฉพาะที่ 6 เมืองใหญ่ในประเทศจีน เช่น ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ ในทางกลับกัน รถยนต์ไฟฟ้าที่ BYD ทำตลาดอยู่ในปัจจุบันมีราคาอยู่ราว 1-2 แสนหยวน หรือราว 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท และเป็นที่นิยมในกลุ่มชนชั้นกลางผ่านราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย
Wang Chuanfu ประธาน BYD แจ้งว่า Yangwang จะเข้ามาเป็นผู้นำในตลาดนี้ผ่านการติดตั้งเทคโนโลยีระดับสูง และจะมอบประสบการณ์การขับขี่ทั้งในมุมสมรรถนะ และความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ในระดับที่สูงกว่ารถยนต์รุ่นอื่นในตลาด
สรุป
จากแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์เพื่อคนหมู่มาก และสร้างแรงกระเพื่อมให้กับคู่แข่งในตลาดดังกล่าว ล่าสุด BYD บุกตลาดรถหรูอย่างเป็นทางการ ซึ่งในอนาคตน่าจะเขย่าตลาดรถหรูที่ครองด้วยแบรนด์ยุโรปไม่น้อย โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งต้องจับตาให้ดีกว่า BYD จะเข้ามาสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดนี้แค่ไหน
ในปี 2023 ขณะที่หลาย ๆ ค่ายส่งรถยนต์ส่งรถพลังงานไฟฟ้าออกมาเป็นตัวเลือกอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีค่ายรถหลายแห่งที่ส่งรถประหยัดน้ำมันออกมาเป็นทางเลือก ที่สำคัญยังมีการพัฒนารูปแบบของเครื่องยนต์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดน้ำมันอีกด้วย มีรถรุ่นไหนที่ได้ชื่อว่าประหยัดน้ำมันได้มาก รู้ใจขอรวบรวมเอาไว้ให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกันดังต่อไปนี้

1. Suzuki Swift
เรียกว่าปาดหน้ามาแรงแซงทางโค้งกันเลยก็ว่าได้กับค่ายรถยนต์ซูซูกิที่เป็นเพียงแค่ค่ายรถทางเลือกในอดีต อีกทั้งได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มแคบ ๆ เท่านั้น แต่นับจากที่ซูซูกิได้ส่งเจ้านกนางแอ่นพันธุ์จิ๋ว หรือ Swift ออกมา เรียกว่าครองใจนักขับรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยรูปโฉมที่โฉบเฉี่ยว งดงาม แถมมีขนาดกะทัดรัดเหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ที่มีตรอกซอกซอยเยอะแยะไปทั่ว ที่สำคัญอัตราการประหยัดเชื้อเพลิงของเจ้านกนางแอ่นตัวน้อยขึ้นชื่อว่า ประหยัดพลังงานและคุ้มค่ามากที่สุดจนทุกสำนักยกให้เป็นเบอร์หนึ่งของรถยนต์พลังงานน้ำมันที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้ โดยอัตราการประหยัดพลังงานของ Suzuki Swift นั้นประหยัดน้ำมันได้ถึง 23 กม./ลิตร แถมยังสามารถใช้น้ำมัน E20 ที่มีราคาถูกได้อีกด้วย

2. Honda City e:HEV
อีกหนึ่งค่ายรถยักษ์ใหญ่ที่ครองใจนักขับชาวไทยมาอย่างยาวนาน กับค่ายรถยนต์ฮอนด้าที่เป็นผู้นำนวัตกรรมการออกแบบยานยนต์มาทุกยุคทุกสมัย แม้ว่าฮอนด้าจะไม่ได้ลงสนามของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจังสำหรับปี 2023 แต่ฮอนด้าก็ยังออกแบบรถยนต์ทางเลือกที่เป็นมิตรและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่าง Honda City e:HEV ที่ถือเป็นการผสานความเป็นตำนานของรถในซีรีส์ City ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยอย่าง e:HEV ที่เป็นการใช้พลังงานน้ำมันควบคู่ไปกับพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการแปลงพลังงานขณะที่รถวิ่งให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า
การมาของ City โฉมนี้จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีระดับสุดยอดที่ตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน โดยอัตราการใช้น้ำมันของ Honda City e:HEV อยู่ที่ 27.8 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น

3. Toyota Yaris Ativ
เมื่อมีฮอนด้าก็ต้องมีโตโยต้า สองสิงห์แห่งวงการยานยนต์ที่ต่างไม่มีใครยอมใครกันเลย เมื่อฮอนด้าส่ง City e:HEV ลงสนาม ทางโตโยต้าเองก็ไม่รอช้าส่ง Toyota Yaris Ativ มาเป็นตัวเรื่องในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน การรักษาสิ่งแวดล้อมพร้อมกับดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยด้วย
มากับเครื่องยนต์ 1.2L จึงทำให้อัตราการใช้พลังงานน้ำมันน้อยนิด รวมไปถึงระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ช่วยให้ทุกจังหวะการเร่งไม่ผลาญน้ำมันมากจนเกินไป ยิ่งขับทางไกลยิ่งประหยัดกันไปได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องถอยรถยนต์ไฟฟ้าออกมาใช้งานหรือเลือกรถแบบ e:HEV ที่มีมูลค่าการดูแลรักษาที่สูง Toyota Yaris Ativ สามารถตอบโจทย์เรื่องการประหยัดพลังงานให้คุณได้อย่างครบถ้วน ด้วยการใช้พลังงานเพียง 26 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น

4. Nissan Kicks e-POWER
เป็นรถยนต์พลังงานน้ำมันพร้อมกับพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่ออกมาสู่สายตาและอยู่ในการควบคุมของนักขับ Nissan Kicks e-POWER นับเป็นนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมที่เป็นแบบอย่างของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในรูปแบบปัจจุบันทั้งหมด สำหรับ Nissan Kicks e-POWER เป็นรถขนาดกะทัดรัดขนาดเครื่องยนต์เพียง 1.2 ลิตร แถมมีอัตราประหยัดน้ำมันที่สูงมากถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร เรียกว่าประหยัดการใช้พลังงานน้ำมันมากกว่ารถยนต์ E-power ในรูปแบบอื่น ๆ ทำให้ Kicks กลายเป็นรถที่ครองใจนักขับรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วมาก แม้ว่านิสสันจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดของทางฝั่งรถยนต์ไปอยู่นาน แต่เพราะ Kicks นี่แหละที่ตอบโจทย์ในทุกเรื่องของความคุ้มค่าได้อย่างครบถ้วน

5. BMW 330e M Sport
ขึ้นชื่อว่า BMW ทุกคนก็คงขยาดกันแล้วกับรถยนต์พลังแรงแห่งแดนยุโรปที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการซดน้ำมันเป็นอย่างมาก แต่นั่นคือเรื่องราวในอดีตที่เป็นเพียงตำนานที่เล่าขาน เพราะประเทศเยอรมนีคือประเทศแห่งนวัตกรรมที่สร้างสรรค์เครื่องยนต์รุ่นใหม่จนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ BMW 330e M Sport รถยนต์สุดหรูแต่ใช้ประหยัดพลังงานสุด ๆ
BMW 330e M Sport มาด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ใครหลายคนพอมองเห็นขนาดเครื่องแล้วแอบปาดเหงื่อเล็ก ๆ ว่าจะกินน้ำมันมากหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเจ้า BMW 330e M Sport มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่สูงมาก โดยข้อมูลจากโรงงานระบุว่า รถรุ่นนี้ใช้น้ำมันเพียงแค่ 41 กิโลเมตร/ลิตร เท่านั้น เรียกว่าทั้งหรู ทั้งประหยัด กันแบบสุด ๆ ไปเลย
เคล็ดลับประหยัดน้ำมัน จ่ายเท่าเดิม ไปได้ไกลกว่า
หากเรามีรถอยู่และอยากประหยัดน้ำมัน การซื้อรถใหม่คงเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะสิ่งสำคัญนอกจากตัวรถแล้วสิ่งที่จะช่วยให้การขับรถทุกประเภทประหยัดน้ำมันมากที่สุดคืออุปนิสัยการขับขี่นั่นเอง มาดูกันว่าเราจะขับรถให้ประหยัดพลังงาน ประหยัดน้ำมันกันอย่างเต็มที่ได้ยังไงบ้าง
- ตรวจสภาพรถให้พร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ เพราะรถที่สมบูรณ์ อัตราการเผาผลาญดี ก็จะประหยัดพลังงานน้ำมันได้มาก
- ไม่บรรทุกของหนักจนเกินไป อะไรที่ไม่จำเป็นก็เอาออกไว้ที่บ้าน อีกทั้งอย่าปล่อยให้ลมยางอ่อนตัว หรือแข็งมากเกินไปจะทำให้เกิดแรงต้านและรถกินน้ำมันมากขึ้น
- ขับรถในอัตราเร็วเดินทาง รถทุกประเภทจะมีการออกแบบอัตราเร็วเดินทางเอาไว้ที่ 70 – 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดังนั้นการรักษาความเร็วในการเดินทางนี้ไว้ แม้อาจไปถึงเป้าหมายช้าบ้าง แต่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันไปได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ไม่ว่าคุณจะได้จับจองเป็นเจ้าของ 5 รถประหยัดน้ำมันในปี 2023 หรือจะเป็นรถรุ่นเก่าก็ตาม การขับขี่ตามเคล็ดลับขับยังไงให้ประหยัดน้ำมันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครหลายคนที่อยากประหยัดเงินในกระเป๋า นอกจากนั้นการมองหาประกันภัยรถยนต์ยังเป็นทางเลือกที่ช่วยคุ้มครองครองคุณจากความเสี่ยงทางการเงิน เมื่อเกิดอุบัติเหตุ เงินเก็บของเราจะได้ไม่หมดไปกับค่าซ่อมรถ รวมถึงค่ารักษาพยาบาล ที่รู้ใจ ช่วยคุณประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 30% ปรับแต่งแผนได้ตามใจ เคลมง่าย สมัครออนไลน์ได้ทันทีไม่ต้องโทร นอกจากประหยัดเงินแล้วยังประหยัดเวลาให้คุณได้ไปทำในสิ่งที่ตนเองรัก ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง อุ่นใจได้ให้รู้ใจช่วยคุ้มครอง

