• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010019 พร ตต บร การล างรถฟร กลางป #พ คตอนจบ part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010019 พร ตต บร การล างรถฟร กลางป #พ คตอนจบ part2

เรื่องเสียงรบกวนนี่ Mazda โดนด่าเละในรุ่นปี 2014 เพราะเสียงยางก็ดัง เสียงจากใต้ท้องรถก็ดัง เสียงลมยิ่งดังเข้ามาในระดับที่โคตรน่าอาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองตามจริงว่ารถเล็กที่เปิดตัวทีหลังอย่าง Mazda 2 กลับเงียบสงบกว่า Mazda จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน และตั้งเป้าให้การเก็บเสียงของ Mazda 3 ใหม่นั้น เทียบได้กับรถยุโรปอย่าง Volkswagen Golf

เริ่มจากการศึกษาเรื่องเสียงรบกวน ว่าหูของมนุษย์รำคาญเสียงแบบไหน Mazda ก็พบว่าเสียงที่มีลักษณะเป็นกราฟความดังขึ้นๆลงๆแบบชัน สั้นและรวดเร็วแต่ถี่คือเสียงแบบหนึ่งที่เรารำคาญมากที่สุด แต่ถ้าหาวิธีทำเสียงให้มันมาแบบค่อยๆเพิ่มและค่อยๆลด แม้ปลายสุดของกราฟจะดังเท่ากัน แต่หูของเราจะปรับตัวได้ และคิดว่ามันไม่ดัง นี่คือจุดที่ทำให้ Mazda ออกแบบตัวถังใหม่ ปรับเปลี่ยนแม้กระทั่งลูกหมากลูกยางเพื่อให้ได้เสียงในลักษณะดังกล่าว

นอกจากนี้ ก็ยังไปสำรวจรูต่างๆบนโครงสร้างรถ ไม่ว่าจะเป็นช่องสำหรับให้แกนพวงมาลัยเสียบทะลุไปห้องโดยสาร รูสำหรับลอดสายไฟต่างๆ รูระบายอากาศ แม้กระทั่งรูสำหรับลำโพง จากนั้นก็พยายามหาวิธีลบรูที่ไม่จำเป็น ลดขนาดลง หรือตรงไหนที่จำเป็นต้องมี ก็พยายามหายางหาซีลต่างๆไปอุด  จากนั้นก็ใช้วัสดุซับเสียงเพิ่มเติม เปลี่ยนเส้นใยของวัสดุซับเสียงเป็นแบบที่มีมวลหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม แล้วนำไปใช้ เช่นตรงผ้าบุหลังคา พรมที่พื้นรถ

***การทดลองขับ***

เส้นทางการทดสอบคราวนี้ Mazda เลือกเส้นทางที่มีแต่โค้ง สลับกับเนินเขาขึ้นลง ในระดับความเร็วต่างๆ วิ่งจากโรงแรม Renaissance หาดไม้ขาว ไปยังจังหวัดพังงา ผ่านเส้นทางใกล้อำเภอกะปง ไปแวะชมวิวที่เขาเสม็ดนางชี ก่อนวกกลับมาโรงแรม มีการอ้อมเพื่อเพิ่มระยะทางให้ได้ลองกันมากขึ้น รวมแล้วก็ได้ขับกันมากกว่า 250 กิโลเมตร

สภาพถนน ไม่ถือว่าดีเท่าไหร่ เป็นถนนแบบที่เราพบได้บนทางหลวงประเทศไทยส่วนมาก มีรอยปะ ซ่อม และยังมีการปิดถนนทำทางให้ต้องวิ่งผ่านผิวช่วงที่เป็นกรวดลูกรัง โดยรวมแล้ว เป็นถนนสไตล์ถนัดของคนจัดทริป Mazda ซึ่งมันจะดูเหมือนถนนปกติ แต่มันจะเป็นถนนที่อันตรายมากถ้าคุณเริ่มใช้ความเร็ว

แต่ถ้าให้เอา Mazda 3 มาขับบนถนนเรียบๆตรงๆ ผมก็ว่ามันใช่เรื่อง

อัตราเร่ง

ผมทดสอบโดยใช้รถรุ่นแฮทช์แบ็ค โดยนำออกไปวิ่งคนเดียวระหว่างช่วงที่มีเวลา อากาศยังค่อนข้างร้อน และใช้น้ำมัน Gasohol 95 E10 ไม่ทราบว่าปั๊มไหนเหมือนกัน น้ำหนักบรรทุกขณะทดสอบ มีผมคนเดียว ซึ่งก็ทำให้ใกล้เคียงกับน้ำหนักทดสอบตามปกติของ J!MMY เพียงแต่เราทำในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนกว่า

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้เฉลี่ย 10.2 วินาที โหมด Sport หรือ Normal แทบไม่ต่างกัน

อัตราเร่งแซง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้เฉลี่ย 7.03 วินาที โดยโหมด Sport จะลดค่าเฉลี่ยลงเหลือ 6.96 วินาที

สภาพเส้นทางไม่เอื้ออำนวยต่อการจับอัตราเร่ง เนื่องจากไม่มีทางเรียบตรงยาวมากนักต้องอาศัยการลองวิ่งซ้ำเส้นเดิมไป-กลับหลายๆรอบแล้วหาค่าเฉลี่ยเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากความลาดชันของถนน แล้วเลือกตัวเลขที่ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด

สรุปว่า มันก็ใกล้เคียงกับรถรุ่นเดิม ถ้าเร็วกว่าเดิมก็แค่เพียงเล็กน้อย เหมือนกับการทดสอบโดยเปิด/ปิดแอร์..ครับผม ต่างกันแค่นั้น เพราะแรงบิดก็เพิ่มแค่ 3 นิวตันเมตร แรงม้าเท่าเดิม อัตราทดรวมในระบบส่งกำลังก็ต่างแค่นิดเดียว น้ำหนักรถก็มากขึ้น เราคงไม่สามารถคาดหวังให้ Mazda 3 สำแดงเดชในลักษณะที่ต่างไปจากเดิมได้

เมื่อกระแทกคันเร่งออกตัว มันจะดีดออก..เหมือนจะแรง แต่พอจบเกียร์ 1 ต่อเกียร์ 2 รอบเครื่องก็ร่วงและเหมือนมีอาการแรงเหี่ยวไปชั่วครู่ เหมือนรถรุ่นเดิม ช่วงนี้แหละครับที่ Mazda 3 จะโดน Civic 1.5 Turbo ไล่ฆ่าอย่างไร้ความปราณี ลาแล้วลาลับไปเลยยาวๆ Mazda อาจจะบอกว่าเครื่องยนต์ของเขามีตั้ง 165 แรงม้า น้อยกว่า Civic Turbo แค่ 8 แรงม้า แต่พอวิ่งจริง มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ ใน Civic เรากด 0-100 ยังไงก็มีขึ้นต้นด้วยเลข 8 หรืออย่างเลวสุดก็ 9 วิต้นๆ ในขณะที่ Mazda จะเห็นเลข 10 เกือบตลอด

อย่างไรก็ตาม Mazda ยังมีเสน่ห์แบบรถไร้เทอร์โบกำลังอัดสูง ซึ่งมีการตอบสนองของคันเร่งเป็นไปตามคำสั่งจากเท้า คม และไว แค่ไม่แรง เกียร์ 6 จังหวะ ทำงานถวายชีวิต แม้จะไม่ไวแบบคลัตช์คู่ แต่ก็ได้อารมณ์ซิ่งเวลาเล่นเกียร์บนถนนในภูเขา เล่นเกียร์แล้วสนุกดี และเวลาขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ก็เป็นเกียร์ที่เข้าใจง่าย ไม่กระโชกโฮกฮากถ้าไม่กดคันเร่งแผลงๆ แรงบิดรอบต่ำของเครื่องยนต์ก็มากพอ มีความยืดหยุ่นให้ขับแบบประหยัดๆโดยไม่ต้องกดคันเร่งมาก

พวงมาลัยของ Mazda 3 ใหม่ ที่ความเร็วต่ำจะเบากว่ารถรุ่นเดิม แต่ไม่ใช่เบาแบบโหวงไร้สาระเหมือนหมุนอากาศ มันมีแรงขืนพร้อมดีดกลับแฝงอยู่ และนิสัยของพวงมาลัยจะเปลี่ยนตามความโหดในการขับ แม้จะความเร็วต่ำ แต่เมื่อใช้รอบและความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยจะเปลี่ยนไปจนเกือบคล้ายรถสปอร์ตอย่าง Toyota 86/Subaru BRZ ส่วนที่ความเร็วสูงเกิน 100 นั้น ระยะคุมหนืดช่วงถือพวงมาลัยตรง นิ่ง แน่น ระยะฟรีพอเหมาะ และเวลาหักเลี้ยวก็เบี่ยงหน้ารถออกอย่างเป็นธรรมชาติ หักมากได้มาก หักน้อยได้น้อย คาดเดาอาการง่ายกว่า Altis ใหม่แบบคนละเรื่อง และยังคมกว่า Honda Civic

มันคือพวงมาลัยที่ผมถูกใจมากที่สุดในบรรดา C-Segment ทั้งหมด และขับสนุกที่สุดตั้งแต่มีพวงมาลัยไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในรถคลาสนี้

ช่วงล่างล่ะ? พูดง่ายๆว่าเน้นความเป็นสปอร์ตหนึบมากกว่ารุ่นเดิมชัดเจน โช้คอัพนี่ถ้าแข็งกว่านี้ก็จะเป็นโช้คซิ่งไปแล้ว Mazda บอกว่า เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการจูนช่วงล่างให้ขับเร็วแล้วไม่เมาคือ คุณต้องกำกับการสะเทือนของช่วงล่าง บางทีต้องยอมให้สะเทือนแบบสั้นๆ หนักๆ ดอกเดียวแล้วจบ ดีกว่าสะเทือนน้อยแต่มาเป็นลูกๆ 2-3 ดอก เมื่อปรัชญาในการเซ็ตเขาเป็นเช่นนี้ ก็เลยเหมือนได้โช้ค Ohlins เวอร์ชั่นรถบ้านมาอยู่ใน Mazda 3 ใช่ครับ มันเป็นช่วงล่างประเภทหนึบ สะเทือนหนัก แต่แน่น และดิ้นดอกเดียวจบอย่างเขาว่าจริงๆ

ในการเทเข้าโค้งออกโค้ง ผมและน้องพลจาก Pantip ขับโหดพอกัน ยัดเข้าแบบตั้งใจเหวี่ยงพวงมาลัยให้รถเสียอาการ แต่ก็ดูเหมือนจะทำอะไร Mazda 3 ไม่ได้ แม้กระทั่งถึงจุดที่เสียการยึดเกาะ รถก็จะพยายามรักษาทิศทางให้หันหน้าไปหาปลายโค้งมากที่สุด ความรู้สึกไม่เหมือนรถบ้านทั่วไปเลย มันเหมือน Subaru WRX ที่ขับเคลื่อนล้อหน้า (และนุ่มขึ้น) มากกว่า

นอกจากนี้แล้ว ระบบ G-Vectoring Control PLUS แบบใหม่ ก็มีส่วนช่วยให้รถเข้าออกโค้งได้ไว จากระบบ GVC เดิมที่ควบคุมแค่พละกำลังเครื่องยนต์โดยการเพิ่ม/ลดแรงบิดสัมพันธ์กับการหักเลี้ยว ใน GVC PLUS นี้จะเพิ่มการแยกจับเบรกหน้าซ้าย/ขวา เพื่อดึงหน้ารถให้เข้าทิศทางได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในดำย่อมมีขาว และไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบช่วงล่างหนึบซิ่งแบบนี้ คือตอนเราเล่นบทบู๊ มันสนุกมากครับ แต่เวลาต้องขับตามรถช้าๆไปบนถนนที่สภาพไม่เพอร์เฟ็คท์ ความสะเทือนที่เข้ามานั้น ก็จะแล้วแต่ว่าคุณเจอถนนแบบไหน ถ้าเป็นรอยต่อถนน รอยปูดเล็กๆ ช่วงล่าง Mazda 3 ใหม่จะเก็บซับได้ครับ และทำได้ดีกว่ารุ่นเดิมด้วยซ้ำ

แต่ถ้าปูดถนนมันเริ่มใหญ่ หรือเจอคอสะพานชันๆโหดๆ ช่วงล่างมันจะยุบจนถึงจุดที่มันหนืด ที่เหลือก็จะส่งมายังห้องโดยสาร กลายเป็นว่ามันดูจะไม่นุ่มเหมือนรถรุ่นที่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นคอสะพานที่ชัน เป็นสัน และวางแนวแทยงขวางรถ ช่วงล่างหลังแบบทอร์ชั่นบีมก็จะแสดงจุดอ่อนของมันออกมา เพราะความที่ไม่สามารถให้ตัวเวลาถนนด้านล้อซ้าย/ขวาต่างกัน ท้ายรถก็จะโยกไปมา เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะดีกว่าช่วงล่างทอร์ชั่นบีมในรถรุ่นอื่นๆรวมถึง Mazda 2 และ CX-3 แล้วก็ตาม

สนุกนะ..แต่สบายเหรอ..บอกเลยว่าไม่ คนที่บอกว่าสบาย ก็คงมีแต่คนที่ขับรถช่วงล่างซิ่งมาตลอด ชอบรถประเภทสะเทือนจึ้กเดียวจบ ส่วนตาสีตาสาทั่วไป น่าจะพบความสบายมากกว่าในช่วงล่างของ Corolla หรือ Civic

แป้นเบรก มีระยะเหยียบที่สั้นมาก สั้นจนไม่รู้ว่าตั้งใจเลียนแบบแป้นของ McLaren 720S หรือเปล่า แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น น้ำหนักต้านเท้าที่มากกว่ารถบ้านทั่วไปนิดหน่อย กลับทำให้มันเป็นรถที่ควบคุมแรงในการเบรกในง่ายกว่าที่คิด กดเบรกได้แบบไม่ต้องเกร็งเท้าโดยหน้าไม่ทิ่ม แต่ถ้าถึงคราวต้องเบรกแบบให้ ABS ทำงาน ก็ต้องใช้แรงเบรกมาก ถ้าเป็นผู้หญิงขับ แนะนำให้กระทืบเหมือนวันที่คุณจับได้ว่าแฟนมีกิ๊กพร้อมกัน 3 คน แล้วชีวิตจะดีเอง

ส่วนเรื่องการเก็บเสียงรบกวนนั้น ..ต้องบอกเลยว่า ว้าวมาก..ว้าวสุดๆ เพราะในขณะที่รุ่นเดิมปี 2014 การเก็บเสียงห่วยแตกอย่างไม่น่าเชื่อ Mazda 3 รุ่นใหม่กลับสร้างมาตรฐานการเก็บเสียงที่เกินหน้าเกินตา Toyota และ Honda ราวกับไม่ใช่รถคลาสเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงลม เสียงยาง เสียงจากใต้ท้องรถ ถูกเก็บและกันเอาไว้อย่างดี ผมว่ามันเงียบกว่ารถใหญ่อย่าง Toyota Camry เสียอีก ให้ความรู้สึกเหมือนห้องโดยสารถูกซีลมาอย่างดี แม้แต่เสียงและความสั่นของเครื่องยนต์เวลากดคันเร่งเต็มๆ ก็ดังแบบทุ้ม แน่น ผู้ดี ไม่โวยวายสาแหรกซีดมีดบิ่นแผ่นดินไหวแบบรุ่นก่อน

สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองนั้น เราไม่ได้ลองเติมน้ำมันซ้ำ ก็อาศัยจากการอ่านค่าบนหน้าปัดของรถ ช่วงที่วิ่งตามรถชาวบ้าน (ที่อยากจะวิ่งช้าแต่ดันทะลึ่งมาอยู่เลนขวาแล้วขับขนานกับคันข้างๆหาพระแสงอะไรก็มิทราบ) ไปด้วยความเร็ว 80-90 จากนั้นก็ขยับเป็น 110 เมื่อทางโล่ง แต่ยังไม่มีการลงแส้หนักๆ มาตรวัดอ่านค่าได้ 14.1 กิโลเมตรต่อลิตรในช่วงเวลาประมาณ 10-15 นาทีที่ระบบสะสมข้อมูล

แต่พอทางโล่งและกดได้ หรือช่วงที่ต้องเร่งแซงเต่าข้างทางบ่อยๆ ตัวเลขลดลงอย่างรวดเร็ว ผมกับพลซัดตึงกันจน 14 ลงมาเหลือ 10.2 กิโลเมตรต่อลิตร แสดงว่าถ้าวิ่งทางไกล มันก็ประหยัดระดับหนึ่งแม้ว่าความจุจะมากถึง 2.0 ลิตร (สมัยนี้ไม่มีใครให้ 2.0 ลิตรแล้วนอกจาก Mazda) แต่ถ้าซัด มันก็จะกินตามม้า ไม่ประหยัดเท่า Toyota หรือ Honda 1.8 แต่ก็ยังไม่สูบดุเท่า Civic 1.5 Turbo..ก็นั่นล่ะครับ ตามแรง ตามม้าที่ใช้

***สรุปเบื้องต้น***

***ไอ้เรื่องแคบ เข้าใจได้ เรื่องหรู ถือว่าสุด แต่ถ้าได้เครื่องแรงกว่านี้ จะครบความเป็นสปอร์ต***

Mazda 3 ใหม่ มีพัฒนาการที่ไปไกลกว่าเดิม ทั้งในเรื่องรูปลักษณ์ ไปจนถึงภายในรถที่ออกแบบ คิดมาดี ให้สัมผัสที่ดี เป็นรถที่นำบรรยากาศพรีเมียมมาสู่รถระดับราคาล้านบวกลบได้ดีสมคำเล่าลือ เครื่องเสียงของ BOSE ในรุ่นท้อป คุณภาพเสียงเยี่ยมยอดที่สุดในบรรดารถราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท อุปกรณ์ต่างๆมีมากมายล้นเหลือ มีกล้อง 360 องศา และมีระบบ MRCC Radar Cruise Control ที่ปรับความเร็ว และสามารถเข้าโค้งแบบรัศมีกว้างๆตามรถคันหน้าได้ แต่ยังไม่มีฟังก์ชั่น Stop-and-go แบบ Toyota และ Honda

ภายในของรถ แลกความกว้างขวางสบายกับเรื่องดีไซน์ ต้องยอมคับแคบเพื่อให้ได้รูปทรงของรถที่สวย จุดนี้ คุณผู้อ่านต้องเลือกเองว่าคุณจะรับได้หรือไม่ เพราะความชอบของเรา ขนาดตัวของเราไม่เหมือนกัน หรือถ้าคุณใช้รถคันเดียวในบ้าน และต้องคอยรับญาติผู้ใหญ่นั่งเบาะหลังเป็นประจำ แน่นอนว่า Mazda ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องความสบาย เช่นเดียวกับช่วงล่างที่จูนมาเน้นแข็งหนึบแบบสปอร์ตซีดาน ไม่ได้เน้นเรื่องความนิ่มสบายนัก

ช่วงล่างทอร์ชั่นบีม ก็ยังคงมีอาการแบบคานบิดโผล่มาเวลาถนนไม่เรียบ แต่บนถนนทั่วไป ความต่างมันจะน้อยมากจนคุณต้องตั้งใจจับผิด และในเวลาที่ต้องการบู๊ในโค้ง ระบบ GVC PLUS และโช้คอัพที่ปรับความหนืดมาดุกว่าเดิม ก็ช่วยปิดกลบข้อด้อยของคานบิดจนผมมั่นใจที่จะใส่เต็มเหนี่ยว เหวี่ยงเต็มแรง แล้วมันก็จะยังสามารถพาคุณไปได้เร็วกว่ารถรุ่นเดิม หรือเร็วกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ นี่คือความจริง แม้ว่าในใจลึกๆ ผมก็คิดว่าถ้าใช้ช่วงล่างหลังอิสระ มี GVC PLUS และใช้โช้คที่ดีเท่ากัน ยังไงก็น่าจะขับดี และคมกว่าที่เป็นอยู่

อัตราเร่ง..ดีกว่าเดิมนิดหน่อย แต่เวลาเร่งรอบสูง เสียงและความสั่นสะเทือนน้อยลง ช่วงล่างหลังทอร์ชั่นบีม ขับบนทางเรียบและทางขรุขระเล็กน้อย ไม่ใช่ปัญหาเลย ในทางตรงกันข้าม รถรุ่นใหม่นี้สามารถซับแรงกระแทกได้ดี และคนนั่งก็รู้สึกสบายตัวมากกว่ารุ่นเดิมที่ใช้ล้อ 18 ยาง 215/45 เหมือนกันด้วยซ้ำ แต่เรายังต้องรอดูว่าถ้าลองไปขับบนถนนจริง ช่วงความเร็วสูง กับการเข้าโค้งแบบที่มีถนนปูดนูนขึ้นมาตรงกลางโค้ง ซึ่งเป็นจุดที่มักโชว์ให้เห็นความด้อยกว่าของช่วงล่างหลังแบบคานบิดนั้น Mazda 3 จะยังทำได้ดีอยู่หรือไม่

สิ่งที่ผมรู้สึกว่ายังไม่เข้ากับมาดรถ และสิ่งที่ Mazda 3 ยังขาดอยู่ ก็คือคาแร็คเตอร์และพละกำลังของเครื่องยนต์ มันเป็นรถที่ช่วงล่างดีชนะเครื่องยนต์ไปไกล จนทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะได้พลังมากกว่านี้ Mazda คงไม่สามารถนำเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรมาใส่ใน Mazda 3 แล้วทำราคาในระดับที่คนทั่วไปเห็นแล้วรับได้ เพราะเรื่องสรรพสามิตและ CO2 ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลนั้น ก็น่าสน ถ้ากล้ารับประกันว่ามันจะไม่พังแบบที่เจอใน CX-5 ส่วน SKYACTIV-X นั้น เป็นเทคโนโลยีใหม่ และคำว่าเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ใน Mazda นั้น ออกจะทำให้ผมกลัวเรื่องความทนทาน ความน่าไว้เนื้อเชื่อใจอยู่เหมือนกัน

ผมมีความเห็นทำนองเดียวกับพี่เต้ย นิธิ ท้วมประถม (Youtube: autolifethailand) ว่าสิ่งที่ Mazda ยังขาด ก็คือพลังเครื่องนี่ล่ะ ถ้า Mazda สามารถสร้างเครื่องยนต์เทอร์โบบล็อคเล็กที่เอาชนะ L15B7 ใน Civic Turbo ได้เมื่อไหร่ “The Circle will be completed” Mazda จะสร้าง Brand Image ในฐานะสปอร์ตซีดาน สปอร์ตแฮทช์แบ็คที่ทั้งแรง เร็ว สนุก ไม่ว่าจะทางโค้งหรือทางตรง และกำใจวัยรุ่นได้มากกว่านี้ คุณอาจจะได้สติกเกอร์ “น้ำดัน 10 รอบก็ยังมอบใจให้เธอ” (อันนี้ผมพูดเล่น ถ้าดันสิบรอบ เป็นผม ผมเลิกคบ)

แต่ถ้าเราต้องพูดกันในแบบที่รถคันนี้เป็นอยู่ล่ะ

ผมว่า Mazda 3 คือรถที่หากคุณเปรียบเทียบเป็นชีวิตคู่ Mazda 3 จะเหมือนชีวิตช่วงโรแมนติกขั้นพีคที่หนุ่มสาวจะสปาร์คกันได้ง่าย เป็นชีวิตจะมีจังหวะดูดอัดระเบิดคายกันบนเตียงได้ทุกคืน นี่ไม่ได้ด่านะ แล้วก็อย่าโลกสวย ใครผ่านชีวิตช่วงนั้นมาแล้วจะรู้ว่ามันคือช่วงที่สมองคุณเอ็นจอยกับเรื่องเหล่านี้ มีทั้งความสุข และความพอใจขั้นสูงสุด คุณจะเสพย์ติดมัน แต่หลังจากนั้นไป มันจะมีแต่ความเหนื่อย..ถึงขีดสุด..พอใจสุด..แล้วก็เหนื่อย.. Mazda 3 เป็นรถแบบที่ดึงอารมณ์บวกและลบมาให้คุณอย่างสุดกู่ได้พร้อมกัน ขึ้นอยู่กับคุณแหละว่าจะเห็นแสงสว่างฉายไปที่ด้านไหนมากกว่า

ดังนั้น ผมจะแนะนำสำหรับวัยรุ่น วัยสด วัยที่ยังสามารถรักษาร่างกายให้เพรียวสง่า นั่งอยู่ในที่แคบๆแล้วไม่ปวดไม่เมื่อยไม่บ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ชอบขับรถเร็วเป็นนิสัย ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนแบบนี้แล้วเลิกยาก คุณมีโอกาสจะรอดโค้งหน้ามากกว่าถ้าเป็น Mazda หรือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเทคโนโลยี ชอบภายในที่เรียบร้อยสวยงามแต่ทันสมัย หรือเป็นคนแบบที่ซื้อรถเพราะความสวย อย่างอื่นเป็นเรื่องเจรจาได้ จัดเลยครับ คำว่าเซ็กซี่ไม่เคยมีความหมายขนาดนี้ในรถระดับนี้มาก่อน จนกระทั่งมี Mazda 3 รุ่นนี้นี่ล่ะ

ส่วนคนทั่วไป ที่แวะมาอ่าน Headlightmag เฉพาะตอนจะซื้อรถ หรือคนที่ใช้รถแบบคนทั่วไป ขับรถแบบคนทั่วไป ต้องการห้องโดยสารที่กว้าง รองรับการใช้งานได้หลากหลาย คุณอาจจะเหมาะกับ Corolla Altis ใหม่ หรือ Honda Civic มากกว่า ส่วนสิงห์นักซิ่งขนานแท้ เราไม่ต้องพูดกันเยอะ Civic Turbo ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับคนรักการโมดิฟายข้ามขอบฟ้า เพราะแม้รถเดิมจะช่วงล่างแย่กว่า Mazda แต่คุณสามารถเปลี่ยนช่วงล่าง ทำเครื่องยนต์ รีแมพ หรืออะไรต่อมิอะไรได้มากกว่า ต่อยอดความแรงได้ง่ายกว่า Mazda เยอะในงบที่ถูกกว่า แต่คุณภาพการประกอบ คุณภาพวัสดุ ขอให้ทำใจ เพราะมันไม่ใช่จุดเด่นของ Honda

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมเชื่อว่าลูกค้าตัวจริงจะเป็นกังวลมากกว่าเรื่องคู่แข่ง มันคือเรื่องของความทนทาน การทำงานของศูนย์บริการ และมองเรื่องการใช้งานในระยะยาวด้วย ลูกค้าที่สนใจ Mazda 3 ผมว่าส่วนมาก ก็กำเงินมาโชว์รูมด้วยความแน่วแน่ ว่าเขาจะซื้อ Mazda เพราะชอบในรูปทรง ชอบในความเป็น Mazda อยู่แล้ว ยิ่งรถใหม่ออกมา หรูขึ้น ดีขึ้น ขับมันส์ขึ้น เราไม่ต้องอธิบายให้ลูกค้าฟังมาก รถมันก็ขายของมันเองได้ จุดที่ผมว่า Mazda ต้องกระโดดให้ไกลกว่านี้ คือสิ่งที่บอกไปในต้นย่อหน้ามากกว่า

รถที่ดี จะทำให้คุณได้ลูกค้าหนึ่งคน แต่ประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ระยะยาว จะพาลูกค้าคนเดิมนั่นล่ะ กลับมาซื้อคันต่อๆไป ความผูกพันธ์ที่ดีในระยะยาวจะทำให้วันหนึ่งคุณขายของได้ โดยไม่ต้องเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว

ก็แค่ทำให้ได้ตามนั้น..ครับ

—-/////—–

ขอขอบคุณ / Special Thanks to :

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท Mazda Sales (Thailand) จำกัด สำหรับการเชิญร่วมทดลองขับ

Pan Paitoonpong
สงวนลิขสิทธิ์ตัวบทความเป็นผลงานของผู้เขียน ภาพถ่ายโดยช่างภาพของ Mazda Thailand และผู้เขียน

ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เผยแพร่ครั้งแรกใน www.headlightmag.com
1 ตุลาคม 2019

Copyright (c) 2019 Text and Pictures. Use of such content either in part or in whole without permission is prohibited. First published in www.Headlightmag.com 1 OCTOBER 2019

Previous Post

N2010022 รถไฟชนก part2

Next Post

N2010021 ยใกล วว กค าแอบเปล ยนค วอาร โค เพ อหลอกจ ายเง #ต องด part2

Next Post
N2010021 ยใกล วว กค าแอบเปล ยนค วอาร โค เพ อหลอกจ ายเง #ต องด part2

N2010021 ยใกล วว กค าแอบเปล ยนค วอาร โค เพ อหลอกจ ายเง #ต องด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.