• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010045 คบก นมาต งนาน งร าแฟนเราม กม เม ยแล แถมย งจะย ายเข ามาอย วยก นอ part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010045 คบก นมาต งนาน งร าแฟนเราม กม เม ยแล แถมย งจะย ายเข ามาอย วยก นอ part2

นับเป็นเป็นยานยนต์ที่สาวก Zoom-Zoom รอคอยสำหรับ Mazda CX-5 เจนใหม่ ที่มาสานต่อยอดขายดีเยี่ยม จากเจนแรก และพร้อมแล้วที่จะให้สาวกไม่ว่า ทั้งญี่ปุ่น ไทย และทั่วโลกได้สัมผัสกัน

Mazda CX-5

ล่าสุดนักออกแบบอิสระประจำเวป Carscoops อย่าง Josh Byrnes รังสรรค์ผลงานเรนเดอร์ สำหรับ ว่าที่ C-SUV เจนใหม่ อย่างสมาร์ทและสวยท้ากาลเวลา มาให้ชมกันก่อนที่จะเผยตัวจริงในอีกไม่ช้า

ด้านข้อมูลคร่าวๆของ Mazda CX-5 เจนสอง ถูกพัฒนาขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ด้วยดีไซน์ ที่จะนำแรงบันดาลใจจาก Mazda CX-9 SUV รุ่นพี่ และ CX-4 มาพัฒนา ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแต่ยังคงยึดหลัก Kodo Design เช่นเดิม ขุมพลังของเจ้า SUV รายนี้ ยังเหนียวแน่นกับ SKYACTIV ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 ลิตร ที่พัฒนาใหม่ ทั้งความแรงและประหยัดมากขึ้น

ตามด้วยเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร ส่วนเครื่องยนต์เบนซินใหญ่ SKYACTIV-G 2.5 ลิตร มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นแครื่องใหม่ SKYACTIV-G เทอร์โบ 2.5 ลิตร บล็อคเดียวกับรุ่น CX-9 และยังติดตั้ง ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control ที่จะช่วยให้ควบคุมแรงบิดเครื่องยนต์รวมถึงให้ความแม่นยำในการถ่ายทอดกำลังลงล้อ ส่งผลให้การขับขี่ทางโค้งราบรื่น ติดตั้งเป็นออฟชั่นมาตรฐานด้วยเช่นกัน

Mazda CX-5 เจนใหม่เตรียมเผยเจนสอง ในช่วงปี 2017 นี้ สาวก Zoom-Zoom ไม่ควรพลาด

หลังการเปิดข้อมูลว่าปี 2017 ค่ายรถหัวใจ Zoom-Zoom อย่าง Mazda เตรียมนำรถใหม่ 6 รุ่น จ่อคิวเข้าเมืองไทยทำให้สาวกสนใจมากขึ้นว่าจะมีรุ่นไหนเข้าทำตลาดบ้าง

Mazda MX-5 RF

ประเดิมด้วย Mazda 3 รุ่นปรับโฉม ที่จะเปิดในวันที่ 24 มกราคม รวมถึง Crossover ระดับหรูอย่าง CX-9 เจนล่าสุด กับกระบะคันแกร่ง BT-50 PRO คาดว่าจะปรับโฉมในช่วงปลายปี และยังมีหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับที่สุดโรสเตอร์ขายดีทั่วโลก นั่นคือ Mazda MX-5 RF รุ่นหลังคาแข็ง โดยคำว่า RF ย่อมาจากคำว่า Retractable Fastback มาพร้อมกับกลไกการทำงานที่ด้านบนหลังคาถอดได้และส่วนด้านหลังสามารถพับเก็บได้ ด้วยระบบที่มีความคล้ายคลึงกับรถ Porsche 911 Targa ใช้การสั่งการผ่านปุ่มเพียงสัมผัสเดียวเปิด-ปิด ในเวลา 12 วินาที กับความเร็วไม่เกินที่ 10 กม./ชม. การทำงานส่วนหลังคาด้านหลังจะยกตัวขึ้น และหลังคาส่วนกลางจะพับเก็บลอดเข้าข้างใต้ ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายยังคงจุได้เท่ารุ่นเปิดประทุน (soft top)

Mazda MX-5 RF

หลังคาถูกตกแต่งมาอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสีดำ Piano Black ตัดกับสีของตัวรถ หรือจะเป็นสีเดียวกัน อีกที่สุดความพิเศษเฉพาะตัวของสีพร้อมได้รับการปรับแต่งช่วงล่าง และระบบพวงมาลัย ขุมพลังมีให้เลือกตามความต้องการทั้งเครื่องนต์เบนซิน SKYACTIV-G 1.5 ลิตร และ 2.0 ลิตร เช่นเดียวกับรุ่นเปิดประทุน (soft top)

แต่สำหรับเวอร์ชั่นไทยมีโอกาสที่จะนำเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G  ขนาด 2.0 ลิตร 160 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 200 นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบ/นาที รองรับพลังงานทางเลือก E20 ได้ มาจำหน่าย พร้อมระบบเกียร์ออโต้ Activematic 6 สปีด และ Paddle Shift หลังพวงมาลัย และระบบ i stop (idling stop system) และระบบช่วยประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ i ELOOP หรือระบบเปลี่ยนรูปพลังงานที่สูญเสียจากการชะลอหยุดรถกลับมาใช้

Mazda MX-5 RF

Mazda MX-5 RF นำเข้าจากโรงงาน Ujina Plant 1 เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น พร้อมจำหน่ายที่เมืองไทย เร็วๆนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะทันงาน Bangkok Motor Show 2017 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม

ผมรู้จักเพลงนี้เป็นครั้งแรก พร้อมๆกับ การรู้จักกับ “พุฒิยศ ผลชีวิน” นักร้องนำ
คนแต่งเพลง และหัวหน้าวงภูมิจิต ในยามบ่ายวันหนึ่ง ที่ร้านกาแฟเล็กๆ เมื่อ
เดือนมีนาคม 2002 จาการนัดพบปะกันของกลุ่มสมาชิก Webboard คลื่นวิทยุ
Fat radio 104.5 MHz. ในเวลานั้น

ครั้งแรกที่เพลงนี้ลอยเข้าหู ผมชอบทันที ทั้งที่ปกติแล้ว ไม่ใช่คนฟังเพลงแนว
Brit Pop Rock เอาเสียเลย แต่ด้วยเนื้อเพลงที่ฟังง่าย เข้าใจง่าย ติดหู แต่
โคตรลึกซึ่ง ทำให้ผมกลายเป็นแฟนคลับเจ้าพุฒิ และวงของเขา มาจนถึงวันนี้

เชื่อไหมว่า ตอนที่เพลงนี้ ยังเป็นแค่ซิงเกิลแรก ของวงน้องเขาในปี 2002 ซึ่ง
ทำออกมาเป็น CD Single 5 Track 1 ในนั้น มีเวอร์ชันที่ผม ไปร้องเพลงนี้ให้
เจ้าพุฒิด้วย ยังจำได้เลยว่า ตอนนั้น ทำงานกันแบบ Bedroom Studio จริงๆ
คือบันทึกเสียงในห้องนอน หอพักนักศึกษา ย่าน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน ช่วงบ่ายวันหนึ่งที่อากาศร้อนอบอ้าวมากๆ…

และน่าแปลกคือ ท้ั้งๆที่ผมเคยทำงานเพลงกับวง Monotone Group แต่เพลง
ที่ผมทำกับพวกเขา ไม่เคยถูกเปิดออกอากาศทางวิทยุ ทว่า เพลงนี้ของเจ้าพุฒิ
เวอร์ชันที่ผมร้องไว้ กลับมี D.J. คนหนึ่ง ของ Fat Radio 104.5 MHz. เปิดมัน
ออกอากาศ…บังเอิญวันนั้น ผมเปิดคลื่นทิ้งไว้พอดี เลยได้ฟังเสียงตัวเองทาง
วิทยุครั้งแรก…ในชีวิต นั่นคือ ปี 2002….

“แม่ง…เสียงโคตรเป็นเป็ดเลยหวะกรู!”

วันที่ เพลงนี้ ลอยกลับเข้ามาวนเวียนอยู้ในหัวผมอีกครั้ง ในระหว่างที่เขียนถึง
ผลผลิตใหม่ล่าสุดของ Nissan สำหรับตลาดบ้านเรา…

เจ้ารถเล็ก ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว “มากมายก่ายกอง” พอๆกับขนาดตัวของมัน!

2017_03_Nissan_Note_01

ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับ Nissan Note รุ่นปัจจุบัน ตัวเป็นๆ ต้องย้อนกลับไป
ในวันที่ผมเดินทางไปเยี่ยมชมงาน Nismo Festival ซึ่งเป็นงานรวมญาติกลุ่ม
คนรักความแรงของรถยนต์และรถแข่งของ Nissan จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เมื่อ
30 พฤศจิกายน 2014 ก่อนจะได้ทดลองขับ บรรดาตัวแรงจากตระกูล Nismo
ทั้ง Nissan GT-R Nismo 600 แรงม้า (PS) , Nissan Fairlady Z Nismo ,
Nissan Juke Nismo S , น้องเล็ก Nissan March Nismo และแน่นอนครับ
“Nissan Note Nismo S” ตัวแรงสุดของตระกูล รถเล็ก V-Platform ที่แปะ
แบรนด์ Nismo ไว้บนตัวรถ

พบกันครั้งแรก ก็เจอของดี เข้าให้แล้ว ผมชื่นชอบ Note Nismo S มากๆ
จนตอนนั้น ถึงขั้นเปรยๆ กับคุณชนกนันท์ เตชะภัทราพร (คุณตาเล็ก) PR
ของ Nissan ที่ร่วมเดินทางไปด้วยในตอนนั้นว่า “อยากได้” แต่ก็ต้องยอม
ทำใจเสียดาย ว่ามันไม่มีโอกาสมาโลกแล่นในเมืองไทย เพราะ March
ถูกนำเข้ามาประกอบขายบ้านเรา ภายใต้ข้อกำหนด ECO Car Phase 1
ของทาง BOI ต้องผลิตรถรุ่นนั้นๆ ออกมาตามสเป็กที่ยื่นข้อกำหนดไว้
เราจึงไม่ได้มีโอกาสเห็นตัวแรง อย่าง March Nismo

ใครอยากรู้ว่าผมคิดเห็นอย่างไร ลองคลิกเข้าไปอ่านดูได้ในบทความรีวิว
Exclusive First Impression ของทั้ง 2 รุ่นดังกล่าวได้ โดย คลิกที่นี่!

แต่…เดี๋ยวก่อนสิ ในตอนนั้น Note ยังไม่มีแผนจะถูกนำเข้ามาประกอบขาย
ในเมืองไทยเลยนี่นา ตอนนั้น ทุกสิ่ง ยังลอยเป็นวิมานในอากาศ อะไรๆมันก็
เป็นไปได้ทั้งนั้น Note อาจจะมา หรือไม่มาเมืองไทยก็ได้ หรือถ้ามันจะต้อง
มาผลิตขายจริง มันก็อาจจะถูกจับวางเครื่องยนต์ HR15DE หรือ HR16DE
จากพี่น้องร่วมตระกูล ก็ได้ หรืออาจจะถูกจับวางขุมพลัง HR12DDR แบบ
Supercharge 98 แรงม้า (PS) ก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ผมก็ฟ้นเฟื่องฟุ้งจนฟั่นเฟือนไปเรื่อยแหละ…แล้วจู่ๆ ผมก็ได้ยินเรื่องที่ผม
เคยคิดเอาไว้เล่นๆ ว่ามันจะกลายเป็นความจริง ในอีก 1 ปีถัดมา

2015 เป็นปีที่เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นใน Nissan ปีนั้น พี่ตาเล็ก ได้
ลาออก มี PR คนใหม่ เข้ามา คือ “ป้าจู” พิมพร ศิริวรรณ (จาก Honda ยุค
ก่อนปี 2000) ตามด้วย พี่ซู สุรีย์ทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี อดีตผู้บริหาร
ใหญ่ค่าย Mazda ที่ตัดใจลาออกมาจากค่ายเดิมอันแสนรัก เพื่อรับตำแหน่ง
ใหม่ “รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด” ของ Nissan ในบ้านเรา
เมื่อ เดือนสิงหาคม 2015

และปีนั้น การตัดสินใจบางอย่าง ก็ได้เกิดขึ้น…

ใครคนหนึ่ง (ซึ่งไม่ใช่ทั้ง 2 คนที่ผมเอ่ยชื่อในย่อหน้าข้างต้นอย่างแน่นอน)
เคยบอกกับผมว่า Nissan คิดจะนำ Note เข้ามาประกอบขายในเมืองไทย
ระหว่างเดินเล่นอยู่ในงาน Tokyo Motor Show 2015 ตอนนั้นได้แต่ลุ้นว่า
Note ควรจะวางเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เพื่อเปิดตลาดในฐานะของรถยนต์นั่ง
B-Segment Hatchback ซึ่ง Nissan ยังไม่มีผู้เล่นในกลุ่มนี้มานานมาก
เกินกว่า 20 ปี แล้ว และมันควรเป็นไปตามนี้…

ทว่า ในปี 2016 เมื่อทุกอย่างชัดเจนขึ้น ผมถึงขั้น เซ็งเป็ด และตามด้วย ปลง

2017_03_Nissan_Note_02

ตอนแรกที่ผมคิดไว้คือ Note รุ่นที่ 2 เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว ตามวงจร
อายุการทำตลาดของรถยนต์รุ่นหนึ่ง ก็ถึงเวลาจะเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันในปี
2016 ได้แล้ว ผมจึงหวังใจว่า Note ที่ควรจะถูกส่งเข้ามาประกอบขายในไทย
น่าจะเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคัน หรือ Note Full Modelchange

แต่ที่ไหนได้ พวกผู้บริหารฝรั่งและญี่ปุ่น ที่ สำนักงานใหญ่ Yokohama กลับ
มองว่า Note ยังทำกำไรได้ไม่มากเท่าที่ควร จึงตัดสินใจยืดอายุตลาด Note
ออกไปอีก อย่างน้อยๆ ก็ 2-3 ปี ขึ้นไป กลายเป็นว่า Nissan นำรถรุ่นเดิมมา
ปรับโฉม Minorchange แล้วเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์รุ่น Hybrid e-Power
มาติดตั้งให้เฉพาะตลาดญี่ปุ่น ก่อนจะเปิดตัวออกขายอีกครั้งในช่วงปลายปี
2016

ดังนั้น เมื่อ “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” เสร็จสิ้นแล้ว Note ที่จะถูกส่งมาประกอบ
ขายในเมืองไทย มันจะเป็นรุ่นใดไปไม่ได้ นอกจาก เจ้า Note Minorchange
แน่ๆเป็นแช่แป้ง!

ทำไมกรูไม่ซื้อหวยฟะ?

แต่สิ่งที่บ้ายิ่งกว่า ก็คือ “อย่าเพิ่งดีใจไปนะ J!MMY เพราะ Note ใหม่จะยังคง
ใช้เครื่องยนต์และเกียร์ลูกเดิม จาก March และ Almera!”

โอ้ยยยย ไอ้ชิบหายยยย!!! จบกัน! เวรละ! อืดแน่ๆ แบบนี้

ผมแทบหมดความตื่นเต้นกับการมาถึงของ Note ในตลาดบ้านเราไปเลย หมด
และไร้ซึ่งความกระตือรือล้นที่จะยุ่งเกี่ยวกับรถคันนี้ เนื่องด้วยเพราะเดาได้เลย
ว่า ยังไงๆ มันก็คงเป็นได้แค่ Almera เปลี่ยนเปลือกตัวถังให้โตขึ้น หนักขึ้น แต่
เร่งไม่ขึ้นแหงๆ ก็โหงวเฮ้งรถ มันออกมาชัดเจนแจ่มแจ้งแดงแจ๋ขนาดนี้ ถ้าคุณ
ยังวางเครื่องยนต์เดิมจาก March และ Almera ก็จงอย่าหวังว่าอัตราเร่งจะแรง
เท่าๆกับ Nissan GT-R อย่างที่ใครบางคนกำลังนั่งมโน ไปตามประสาคนซึ่ง
ไม่เข้าใจในเรื่องพื้นฐานของรถยนต์เลยหวะ!

ผมก็เลย “ปล่อยยย” ให้บรรดา สื่อมวลชนสายรถยนต์ ทั้งหลาย ลองขับกันให้
หนำใจ เอาให้เต็มที่ เขียนบทความ ถ่ายคลิป Youtube กับ Facebook Live
กันให้หนำใจไปเลย ไม่รีบไม่ร้อน ให้คนอื่น สื่ออื่น หัวอื่น เขาได้ภาคภูมิใจ
กับการนำเสนอข้อมูลเป็นรายแรกก่อนใครกันเสียบ้าง

ก็ดีนะ เพราะเว็บเราก็ปล่อยบทความรีวิวรถยนต์ รายแรกในเมืองไทย ไปเยอะ
มากตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมา อยู่แล้วนี่ แค่เฉพาะ Nissan ก็มีทั้ง Teana J32
ในวันเปิดเว็บ 26 กุมภาพันธ์ 2009 , Nissan March เมื่อ 13 มีนาคม 2010
(รีวิวแรกในโลกเชียวนะเออ!) , Nissan Sylphy B17  (2012) Nissan Pulsar
(2013) , Nissan Teana L33 (2013) , Nissan X-Trail ไปขับถึง Fukuoka
(2014) Nissan Navara (2015)

นั่งนับไปนับมา โห เว็บเรานี่ ทำรีวิวรถ Nissan ก่อนชาวบ้านเขาเยอะมาก
แทบทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2009 เลยนะเนี่ย เพียงแต่ว่า มีแค่ Pulsar , X-Trail
และ Navara เท่านั้น ที่เราได้รับโอกาสจาก Nissan ไปร่วมทริป เหมือน
สื่ออื่นๆ นอกนั้น Nissan ไม่ได้ช่วยเหลือเราเลย เราต้องใช้ความพยายาม
ของเว็บเราเองล้วนๆ บวกกับได้รับความช่วยเหลือ จากคุณ Pocky แห่ง
Nissan Krungthai ที่เปิดทางให้เราได้ทำรีวิว First Impression ก่อน

ดังนั้น ให้คนอื่นเขาดี๊ด๊าดีใจกันบ้าง แบบนี้ละดีแล้ว!

ปาเข้าไปเดือนมีนาคม หลังเปิดตัว PR ของ Nissan เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า
J!MMY มันยังไม่ได้ลองขับเลยนี่หว่า เลยติดต่อมาว่า จะส่งรถให้ทำรีวิว
กันเสียที

ใจเย็นๆคร้าบ ตามธรรมเนียม เราก็ต้องย้อนอดีตเพื่อเกริ่นกันถึงที่มาที่ไปใน
การถือกำเนิดของ B-Segment Sub-Compact Hatchback รุ่นนี้กันเล็กน้อย

ย้อนไปไม่ไกลครับ แค่ราวๆ 12 ปีมานี้เอง!

2004_03_Nissan_Tone_Concept_EDIT2

ย้อนกลับไปในทศวรรษ 2000 ความร้อนแรงของ Honda Fit / Jazz รุ่นแรก
ที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2001 จุดชนวนทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นเกือบ
ทุกค่าย ต่างคัดสินใจพัฒนารถยนต์ B-Segment Sub-Compact Hatchback
รูปทรงแบบ Minivan ออกมาขายแข่งกับ Honda ด้วย

Nissan ก็เป็นอีกค่ายหนึ่ง ที่กระโจนเข้าร่วมทำศึกในครั้งนี้ หลังจากประสบ
ปัญหาเกือบล้มละลาย จน Carlos Ghosn จากกลุ่ม Renault ฝรั่งเศส เข้ามา
ฟื้นฟูกิจการจนกลายเป็น Renault-Nissan Alliance ในปี 1999 และทำกำไร
ได้ภายใน 2-3 ปี

Nissan ใช้เวลาในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ราวๆ 3 ปีเศษๆ บนพื้นตัวถังร่วมกับ
Renault Modus Sub-Compact หลังคาสูง ที่ขายดีในยุโรป จากนั้นอีกไม่นาน
สาธารณชนทั่วโลกจึงได้รับรู้ว่า พวกเขา เอาจริงกับตลาดรถยนต์ B-Segment
Minivan Hatchback ผ่านการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Nissan TONE Concept
เป็นครั้งแรกในงาน Paris Motor Show เมื่อ 1 ตุลาคม 2004 แสดงให้เห็นถึง
แนวคิดที่จะสร้างรถยนต์ขนาดเล็ก แต่มีพื้นที่ใช้สอยภายในอเนกประสงค์ ซึ่ง
ในตอนแรก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เหมือนกันว่า Nissan กำลังคิดจะทำ
Honda Fit / Jazz ในเวอร์ชันของตนเอง เพื่อหวังบุกตลากญี่ปุ่นและยุโรป
เป็นหลัก

2005_01_Nissan_Note

หลังจากนั้นไม่นาน Nissan ก็เปิดตัว เวอร์ชันจำหน่ายจริงของรถยนต์ต้นแบบ
คันดังกล่าวออกขายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยเปลี่ยนชื่อจาก Tone เป็น Note
รหัสรุ่น E11 เมื่อ 19 มกราคม 2005 และได้รับความนิยมอย่างสูงมากในตลาด
แดนปลาดิบ

Note รุ่นแรก มีตัวถังยาว 4,020 มิลลิเมตร กว้าง 1,690 มิลลิเมตร สูง 1,535
มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร เวอร์ชันญี่ปุ่น มีเฉพาะเครื่องยนต์
HR15DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,498 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
78 x 78.4 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.5 : 1 หัวฉีดอีเล็กโทรนิคส์ EGI (ECCS)
109 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.1 กก.-ม.ที่ 4,400
รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า ด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ส่วน
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ e-4WD จะเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
E-ATx

พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS ส่วน
ระบบกันสะเทือนหน้า เป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม
ระบบห้ามล้อ เป็นแบบหน้าดิสก์เบรกมีรูระบาความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก
เสริมตัว่วยทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบ
เพิ่มแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน Break Assist ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์
มาตรฐาน ฯลฯ

ส่วนเวอร์ชันยุโรป เปิดตัวครั้งแรกในงาน Frankfurt Motor Show 2005
เมื่อ 18 กันยายน 2005 แต่กว่าจะพร้อมจำหน่ายจริง ต้องรอข้ามปีจนถึง
งาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม 2006 แต่ สหราชอาณาจักร
คือประเทศแรกในยุโรป ที่ เปิดตัว Note ในวันที่ 1 มีนาคม 2006

Note รุ่นแรก เวอร์ชันยุโรป มีการตกแต่งภายนอกและภายในบางรายการ
ที่จะแตกต่างปจากเวอร์ชันญี่ปุ่น เช่น การเสริมคิวกันกระแทกที่ด้านข้าง
ของประตูทั้ง 4 บาน และคิ้วสีดำขนาดใหญ่ที่เปลือกกันชนหน้า – หลัง กับ
ชุดมาตรวัดพื้นสีขาวและชุดเครื่องเสียง ที่เหมาะกับการทำตลาดในยุโรป

เครื่องยนต์ มีให้เลือก 3 แบบ เป็นเบนซิน 2 รุ่น และ Diesel 1 รุ่น ดังนี้

–  CR14DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,386 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
73.0 x 82.8 มิลลิเมตร กำลังอัด 9.8:1 หัวฉีด EGI ECCS 88 แรงม้า (PS)
ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร (14.0 กก.-ม.) ที่ 3,200
รอบ/นาที มีเฉพาะระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พ่วงเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

– HR16DE เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,598 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก
78.0 x 83.6 มิลลิเมตร กำลังอัด 11.2 : 1 หัวฉีด EGI ECCS 110 แรงม้า (PS)
ที่  6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 153 นิวตันเมตร (15.5 กก.-ม.) ที่ 4,400
รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ 4 จังหวะ

– K9K 764 / 832 Diesel 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,461 ซีซี กระบอกสูบ x
ช่วงชัก 76 x 80.5 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.2 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดผ่าน
รางแรงดันสูง dCi (diesel Common-rail injection) พ่วงระบบอัดอากาศ
Turbocharger 88 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 200
นิวตันเมตร (20.38 กก.-ม.) ที่ 2,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้า พ่วง
เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ จาก RENAULT มาให้เลือกด้วย

2005_10_Nissan_Note_Adidas_Concept

จากนั้น ในงาน Tokyo Motor Show เดือนตุลาคม 2005 Nissan จับมือกับ
ผู้ผลิตรองเท้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังจากเยอรมนี อย่าง Adidas ทำรถยนต์
ต้นแบบ เวอร์ชันพิเศษออกมา ในชื่อ Nissan Note Adidas Concept เพื่อ
หวังจะหาแนวทางการทำตลาดร่วมกันในลักษณะ Collaboration Partner
แต่น่าเสียดายว่า หลังจากงานดังกล่าว ก็ไม่มีการสานต่อโครงการนี้จากทั้ง
Nissan และ Adidas อีก ทำให้รถต้นแบบคันนี้ ไม่อาจนำมาผลิตขายได้จริง

การปรับปรุงอุปกรณ์มีขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง เริ่มจาก 21 ธันวาคม 2005 เพิ่ม
รุ่นย่อยใหม่ 15S V Package และ 15S FOUR V Package รวมทั้งเพิ่ม
อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เบาะผ้าและผ้าบุแผงประตูลายใหม่ ทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น
15RX) เพิ่มพนักวางแขนสำหรับคนขับเป็นอุปกรณ์มาตรฐานครบทุกรุ่น
(ยกเว้นรุ่นล่าง 15S, 15S FOUR) เพิ่ม Trim ประดับสีเงิน ที่ชุดมาตรวัด
สวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า และคันเกียร์ (เฉพาะ รุ่น  15S V package,
15S FOUR V package, 15E, 15E FOUR) เพิ่มวงแหวนสีเงิน ประดับที่
สวิตช์เครื่องปรับอากาศสีดำ (เฉพาะ 15RX) สวิตช์กระจกหน้าต่างไฟฟ้า
เปลี่ยนเป็นสีดำ (เฉพาะ 15RX) เพิ่มภายในสี salsa green interior เป็น
Option ใหม่ให้เลือก (เฉพาะ 15S V package, 15S FOUR V package,
15E, 15E FOUR) เพิ่มระบบนำทาง Simple DVD navigation system
ให้เลือกเป็น option, เพิ่ม 2 สีตัวถัง (sherry silver, bright kappa) กับ
ชุดไฟหน้า brilliant type halogen (เฉพาะรุ่น 15S V package, 15S
FOUR V package, 15E, 15E FOUR)

2010_Nissan_Note_Lineup

เว้นว่างมาจนถึง 8 มกราคม 2008 Note รุ่นปรับโฉม Minorchange จึง
พร้อมออกสู่ตลาด เปลี่ยนชุดไฟหน้า ฝากระโปรงหน้า และเปลือกกันชน
ด้านหน้าใหม่ แถมยังเปลี่ยนกระจังหน้าลายใหม่ ประดับแถบโครเมียม
โดยเลือกได้ตามรุ่นย่อย ทั้งสีเดียวกับตัวถัง หรือสี Gun Metallic และ
เพิ่มสีตัวถังใหม่ 3 สี ได้แก่Titanium Pearl Metallic Blue Turquoise,
Titanium Metallic Frosty Green กับ Pearl Metallic Amethyst Gray
ส่วนภายในห้องโดยสาร ก็ปรับการตกแต่งใหม่ เพิ่มรุ่น Plus Navi HDD
ซึ่งจะติดตั้งชุดเครื่องเสียงพร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่
จากฮาร์ดดิสก์ขนาด 30GB พร้อมจอมอนิเตอร์สี 7 นิ้ว รองรับ TV , VICS
Music Stocker รวมทั้งกระจกสีเขียว แบบกันรังสี UV ฯลฯ ตั้งเป้ายอด
ขายในญี่ปุ่น เดือนละ 4,000 คัน ราคา 1,354,500 – 1,865,850 เยน

นอกจากนี้ Autech Japan ยังเพิ่มรุ่นย่อยพิเศษ Note Rider ตกแต่งใน
สไตล์ American VIP Sports สีขาว เพิ่มชุด AeroPart รอบคัน ช่วงล่าง
Euro Suspension ล้ออัลลอยปัดเงา 15 นิ้ว พร้อมยาง 175/60R15 81H
พวงมาลัยหุ้มหนัง ท่อไอเสียแบบพิเศษจาก Fujitsubo ชุดเครื่องเสียง 4
ลำโพง

รวมทั้งเพิ่มรุ่น Note Rider Performance Spec ที่จะถูกอัพเกรดสมรรถนะ
เครื่องยนต์ให้แรงขึ้นอีก 7 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้น 0.8 กก.-ม.เพิ่ม
เหล็กค้ำช็อกอัพคู่หน้า เปลี่ยนช่วงล่างแบบ Exclusive tuned Suspension
พร้อมช็อกอัพแบบ Performance Damper จาก YAMAHA (ผู้ผลิตเปียโน
และมอเตอร์ไซค์นี่แหละ อ่านไม่ผิดหรอก) เปลี่ยนยางเป็น Bridgestone
Potenza RE-01R 185/55R15 81V ท่อไอเสียแบบสปอร์ตจาก Fujitsubo
แป้นคันเร่ง/เบรกและแป้นคลัตช์อะลูมีเนียม รวมทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
ปรับน้ำหนักตามความเร็วของรถ

7 ตุลาคม 2008 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Brownie Interior ตกแต่งภายในและ
ภายนอก ด้วยสีน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ ยังเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ 16X และรุ่น
16RZ มาพร้อมขุมพลัง HR16DE จากเวอร์ชันยุโรป และเกียร์ธรรมดา
5 จังหวะ

16 ธันวาคม 2009 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ Note AeroStyle ตกแต่งพิเศษด้วย
กระจังหน้าแบบโครเมียม ไฟหน้า Halogen แบบ Multi Reflector ชุด
ตกแต่งสเกิร์ตรอบคัน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง Sculp Plate
ที่ธรณีประตูทั้ง 4 ตำแหน่ง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ 1.5 X AeroStyle
และ 1.5 RS AeroStyle เกียร์ CVT ทั้งคู่ มี 4 รุ่นย่อย

6 มกราคม 2010 เพิ่มทางเลือก Note Rider + Navi HDD ติดตั้งระบบ
นำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่จากแผ่น DVD ให้รุ่น Rider เปิดตัวใน
งาน Tokyo Auto Salon 2010

22 เมษายน 2010 เพิ่มทางเลือก รุ่น 1.5RS AeroStyle + Navi HDD
ติดตั้งระบบนำทางผ่านดาวเทียม อ่านแผนที่จากแผ่น DVD ให้เฉพาะ
รุ่น 1.5 RS Aero Style เป็นอีกรุ่นย่อยใหม่

30 พฤศจิกายน 2010 ปรับอุปกรณ์กันอีกครั้ง เพิ่มสวิตช์ ECO Drive เพื่อ
ช่วยหน่วงการทำงานของลิ้นเร่งไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ เพิ่มความ
ประหยัดน้ำมันขณะขับขี่ทางไกล รวมทั้งปรับอุปกรณ์ในรุ่นตกแต่งพิเศษ
ทั้ง AeroStyle Series , Rider Series และ รุ่นสำหรับผู้ทุพลภาพ Life
Care Vehicle Series อีกนิดๆหน่อย

30 มิถุนายน 2011 เพิ่มเครื่องปรับอากาศแบบมีระบบฟอกอากาศด้วย
ปะจุไฟฟ้า PlasmaCluster ให้กับรุ่นย่อยใหม่ 15X SV + Plasma กับ
15X FOUR SV + Plasma

5 ตุลาคม 2011 เพิ่มรุ่นย่อยพิเศษ Note Rider Black Line นำเอารุ่น
Rider ปกติ มาพ่นสีดำ รอบคัน เปลี่ยนกระจังหน้าลายโครเมียมเป็น
แบบรมดำ นอกนั้น อุปกรณ์คล้ายๆรุ่น Rider เดิม รวมทั้งท่อไอเสีย
จาก Fujitsubo ด้วย และถือเป็นรุ่นปิดท้าย สำหรับการทำตลาดของ
Note รุ่นแรก ในญี่ปุ่น

นับตั้งแต่เปิดตัวในตลาดญี่ปุ่น รวมทั้งยุโรป เมื่อปี 2005 จนสิ้นสุดอายุ
การทำตลาด Nissan ผลิต Note รุ่นแรกออกขายทั่วโลกมากถึงระดับ
940,000 คัน!! (ตัวเลขเมื่อ 16 กรกฎาคม 2012) เฉพาะในยุโรป ตั้งแต่
ปี 2006 – 2013 Note ทำยอดขายไปได้ถึง 394,018 คัน

นับว่า ไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจตลาด
ยุโรปเป็นหลัก แต่ต้องทำตลาดในหลายๆประเทศด้วย

2012_Nissan_Note_Design_Sketch

ความสำเร็จของ Note รุ่นแรกในตลาดญี่ปุ่น และยุโรป ทำให้ผู้บริหารของ
Nissan ตัดสินใจเดินหน้า เปิดไฟเขียว เริ่มโครงการพัฒนา Note รุ่นที่ 2
ภายใต้รหัสโครงการ J02C หรือ X02C ตามออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น

เพียงแต่ว่า ด้วยแนวคิดในการพยายามลดต้นทุนระดับโลก Nissan จึงได้
พัฒนาพื้นตัวถังแบบใหม่ สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ในชื่อว่า V-Platform
ซึ่งเน้นหนักไปที่การพัฒนาให้รถยนต์ B-Segment ของพวกเขา สามารถ
ต่อสู้กับคู่แข่งในระดับโลกได้ ด้วยต้นทุนที่ถูก จาการแชร์ชิ้นส่วนอะไหล่
ร่วมกัน ในรถยนต์ 3-4 รุ่นหลัก จนทำให้ตั้งราคาเหมาะสมกับความคิดของ
ผู้บริโภค ได้ไม่ยาก แต่ยังคงพอมีกำไรอยู่ในระดับที่ยอมรับได้

Nissan เริ่มปล่อยรถยนต์รุ่นแรกที่สร้างขึ้นจากพื้นตัวถัง V-Platform หรือ
Nissan March / Micra K13 ออกมาเป็นครั้งแรก ที่เมืองไทย เมื่อวันที่
13 มีนาคม 2010 จากนั้น ตามด้วยเวอร์ชัน Sedan ในชื่อ Nissan Sunny/
Almera ในงาน Guangzhou Motor Show เมื่อ 20 ธันวาคม 2010 ก่อน
ส่งมาเปิดตัวในเมืองไทยด้วยชื่อ Nissan Almera เมื่อ 7 ตุลาคม 2011

คิวต่อไปของ รถยนต์จากพื้นตัวถัง V-Platform ก็คือ Note รุ่นที่ 2 นี่แหละ!

2012_Nissan_Invitation_Concept_Car

ความเคลื่อนไหวในการัฒนา Note รุ่นที่ 2 เริ่มปรากฎสู่สายตาสาธารณชน
เมื่อ Nissan เปิดผ้าคลุมรถยนต์ต้นแบบ Nissan INVITATION Concept
เป็นครั้งแรก ในงาน Geneva Motor Show เดือนมีนาคม 2012

ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายแบบเฉพาะตัวด้วยเส้นตวัด ‘Squash Line’ ดูมีพลัง
ด้านหน้ามีสไตล์โดดเด่น ได้รับแรงบันดาลใจจากด้านหน้าของรถตู้ Nissan
Quest สำหรับอเมริกาเหนือ และบั้นท้ายที่มีเส้นสายสไตล์ Nissan ยุคใหม่
ส่วนภายในห้องโดยสารมีความสดชื่น สามารถใช้งานได้จริงผสมกับความ
ทันสมัย สร้างความประทับใจ ด้วยคุณภาพ และความอเนกประสงค์

Mr. François Bancon รองผู้จัดการทั่วไปแผนก Product Strategies &
Product Planning (ในขณะนั้น) กล่าวว่า “ชื่อ Invitation เป็นชื่อที่สื่อถึง
รถคันนี้อย่างถ่องแท้ คุณสมบัติของรถทั้งหมดจะเป็นตัวดึงดูดใจ ไม่ว่าจะ
เป็นงานออกแบบภายนอกรถอันรัญจวนใจ, พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้าง
สะดวกสบาย, การจัดสรร Pacakging ของตัวรถ อย่างชาญฉลาด ภายใต้
ขนาดตัวถังแบบ Compact นี่จึงเป็นคำเชิญชวน (invitation = เชิญชวน)
จาก Nissan สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา Compact Hatchback อยู่”

2012_07_Nissan_Note_JPN

เมื่อการพัฒนาเสร็จสิ้นลง Nissan จึงจัดงานเปิดตัว Note รุ่นที่ 2 เมื่อว้นที่
16 กรกฎาคม 2012 ที่ย่าน Osanbashi ใน Yokohama ประเทศญี่ปุ่น เป็น
การเปิดตัวแบบ World Premier ก่อนจะประกาศตามมาอีกครั้งเมื่อวันที่
27 สิงหาคม 2012 ว่า จะเริ่มส่ง Note ใหม่ จากโรงงาน Nissan Kyushu
ไปขึ้นโชว์รูมทั่ว ญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2012 เป็นต้นไป

มิติตัวถังยาว 4,100 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร สูง 1,520 มิลลิเมตร ระยะ
ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร ในช่วงเปิดตัว มีเครื่องยนต์ให้เลือกในเบื้องต้น เพียง
2 แบบ คือ HR12DE เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 1.2 ลิตร 79 แรงม้า (PS)
ที่ยกมาจาก March และ Almera มีทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า และ 4 ล้อ e-4WD
เชื่อมด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT กับ HR12DDR บล็อกเดียวกัน ความจุ
เท่ากันแต่เปลี่ยนมาใช้ระบบจุดระเบิด Nissan-Di และ พ่วง Supercharger
98 แรงม้า (PS) มีเฉพาะรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ Xtronic
CVT เท่านั้น (รายละเอียด เลื่อนลงไปอ่านได้ใน “รายละเอียดด้านวิศวกรรม”)
รวมทั้งมีระบบ idling stop ดับและติดเครื่องนต์เองขณะจอดติดไฟแดงเพื่อ
ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

พวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ แม็คเฟอรสันสตรัต ด้านหลังแบบทอร์ชันบีม ส่วน
ระบบห้ามล้อ เป็นแบบดิสก์เบรกคู่หน้า มีรูระบายความร้อน ด้านหลังเป็นแบบ
ดรัมเบรก เสริมด้วยตัวช่วยทั้งระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกระทันหัน ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน Break Assist และ
เสริมด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพ VDC และติดตั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง
Around View Monitor (AVM) มาให้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ขนาดเล็กของ
ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย

2013_Nissan_Note_AXIS_AeroStyle

ทันทีที่เปิดตัว Note ก็ได้รับรางวัล RJC Car of the Year 2013 จากสมาคม
ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ญี่ปุ่น เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2012 ขณะเดียวกัน ลูกค้า
ชาวญี่ปุ่นให้การตอบรับกับ Note ดีมากในช่วงแรกๆ จากนั้น การปรับทัพก็
เริ่มทะยอยตามมา ด้วยการเพิ่มรุ่นย่อย Note Axis ตกแต่งสไตล์หรูหราโดย
Autech Japan บริษัทลูกของ Nissan ที่เน้นนำรถยนต์ที่ขายอยู่มาตกแต่ง
เป็นพิเศษ เมื่อ 16 มกราคม 2013

จากนั้น 1 กรกฎาคม 2013 Note AeroStyle ตกแต่งด้วยชุด AeroPart รอบ
ทั้งคัน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า ล้ออัลลอย 15 นิ้ว สวมยาง 185/65R15 และ
พวงมาลัยแบบ 3 ก้านลายสปอร์ต พร้อมแถวสีเงิน แบบ March / Almera
ในบ้านเรา ก็ตามออกมา

24 ธันวาคม 2013 มีการปรับโฉม Minorchange ครั้งแรก ซึ่งอันที่จริงก็คือ
การปรับอุปกรณ์ เพิ่มสารพัดตัวช่วยด้านความปลอดภัยเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น
ระบบเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน Lane Departure Warning (LDW) ระบบเบรก
เองโดยอัตโนมติ ในกรณีฉุกเฉิน Emergency Braking System เพิ่มระบบ
Around View Monitor ให้รุ่นย่อยตั้งแต่ X แะ X-DIG-S ขึ้นไป รวมทั้งรุ่น
AeroStyle ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านั้นด้วย และปรับปรุงรุ่น Medalist ให้มีชุด
อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยครบครันเช่นเดียวกัน

2014_09_Nissan_Note_Nismo_S

22 กรกฎาคม 2014 Nissan เปิดตัว Note Nismo เพิ่มเสริมทัพเปิดตลาด
ให้กับแบรนด์ Nismo ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์และชุดแต่งสมรรถนะสูงให้กับ
ทีมแข่งของ Nissan และบรรดาผู้รักความแรงทั่วไป ตัวรถเริ่มออกสูตลาด
ในวันที่ 9 ตุลาคม 2014 มีให้เลือกทั้งรุ่น Nismo ธรรมดา วางเครื่องยนต์
HR12DDR และ รุ่นแรงสุด Nismo S วางขุมพลัง HR16DE จูนพิเศษโดย
Nismo รายละเอียด และการทดลองขับ สามารถคลิกอ่าน ได้ที่บทความ
ทดลองขับจากญี่ปุ่น คลิกที่นี่ (CLICK HERE!)

พร้อมกันนั้น ในวันเดียวกัน Nissan ก็ประกาศปรับโฉม Note กันอีกรอบ
โดยเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ V-Selection + Safety ให้กับรุ่น X และ X DIG-S
เพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัย และปรับอุปกรณ์เล็กน้อย รวมทั้งเพิ่มรุ่นแต่ง
พิเศษ สไตล์ American VIP ในชื่อ Nissan Note Rider และเวอร์ชัน
หรู ภาค 2 อย่าง Nissan Note AXIS ซึ่งถูกจับลงขุมพลัง HR12DDR
ทั้งคู่ ออกขายพร้อมกัน เมื่อ 9 ตุลาคม 2014

2015_Nissan_Note_Japan

6 กรกฎาคม 2015 ปรับโฉม Minorchange อีกครั้ง ซึ่งก็ควรเรียกว่าการปรับ
อุปกรณ์อีกอยู่ดี เพราะคราวนี้ Nissan เพิ่มระบบเตือนเปลี่ยนเลน LDW ให้
รวมทั้งระบบ Emergency Brake System ให้เลือกเป็น Option ได้ทุกรุ่น
สามารถเลือกสั่งติดตั้งเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

11 พฤศจิกายน 2015 เพิ่มภายในห้องโดยสารสีน้ำตาล Brown Natural
Interior และเพิ่มสีตัวถังใหม่ ทั้ง แดงสด สีมะกอก และปรับทางเลือกรุ่น
ย่อยใหม่ ให้ทุกขุมพลัง สามารถเลือกระับการตกแต่ง Medalist ได้ทุกรุ่น
ก่อนจะกระตุ้นตลาดกันอีกครั้ง ด้วยรุ่น V-Package + Safety II เมื่อวันที่
11 พฤษภาคม 2016 เป็นครั้งสุดท้าย ของรุ่นก่อนปรับโฉมใหญ่

Previous Post

N2010036 เม ยต งท อง แต วเป นหม แบบน จะไปต อย งไง part2

Next Post

N2010052 สาวท งแฟนจนไปคบก บคนรวยข บเบนซ แต คร งน คงเป นบทเร ยนราคาแพงในช ตไปตลอด part2

Next Post
N2010052 สาวท งแฟนจนไปคบก บคนรวยข บเบนซ แต คร งน คงเป นบทเร ยนราคาแพงในช ตไปตลอด part2

N2010052 สาวท งแฟนจนไปคบก บคนรวยข บเบนซ แต คร งน คงเป นบทเร ยนราคาแพงในช ตไปตลอด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.