• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010055 าคนน กำล งพ จน อะไรบางอย างจากล กๆของเขา part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010055 าคนน กำล งพ จน อะไรบางอย างจากล กๆของเขา part2

มาสด้าปรับโฉม NEW MAZDA MX-5 เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตหรูไปอีกขั้น เพิ่มสีใหม่ น้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ เปิดให้จองแล้ววันนี้ทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า Mazda MX-5 คือรถสปอร์ตเปิดประทุนแบรนด์ไอคอนที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวมาสด้าและลูกค้าทั่วโลกมายาวนาน โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1989 ที่ Chicago Auto Show ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สามารถครองใจลูกค้าและแฟนๆ นักสะสมทั่วโลก จนกระทั่งได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่ง ที่ขายดีที่สุดในโลก และได้รับรางวัลการันตีความเป็นเลิศมากมายจากหลายประเทศ อาทิ รางวัล Japan Car of the Year ในปี 2015-2016, รางวัล UK Car of the Year ในปี 2016, รางวัล World Car of the Year 2016 และรางวัล World Car Design of the Year 2016 จนถึงปัจจุบัน กระแสความนิยมในรถสปอร์ตเปิดประทุน Mazda MX-5 ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างยอดขายสะสมจากทั่วโลกกว่า 1,200,000 คัน ขณะที่ในประเทศไทยมีลูกค้าที่ได้ครอบครองรถสปอร์ตรุ่นนี้ไปแล้วมากกว่า 600 คัน

วันนี้ มาสด้ามีความยินดีที่จะแนะนำ New Mazda MX-5 พร้อมสีภายนอกใหม่ล่าสุด สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ ซึ่งเป็นสีที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ถูกพัฒนาขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจากสีโทนธรรมชาติ หรือเอิร์ธโทน และได้นำมาผสมผสานกับเอกลักษณ์การออกแบบของรถยนต์มาสด้าตามแนวทาง โคโดะ ดีไซน์ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ความหรูหราพรีเมี่ยมให้กับรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน Mazda MX-5 มากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังแสดงออกถึงความรู้สึกผ่อนคลายและสงบไปพร้อมๆ กัน ด้วยเหตุนี้ รถสปอร์ตรุ่นนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย แต่สง่างาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแนวทางการออกแบบของมาสด้าอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้รับการยกระดับให้โดดเด่นยิ่งขึ้นตามแนวทางการออกแบบ โคโดะ ดีไซน์ แล้ว เมื่อนำมาผนวกเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนที่ขับสนุกที่สุด และให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม มาสด้าจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า New Mazda MX-5 จะสามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ขับขี่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และมาสด้าพร้อมที่จะส่งมอบรถให้กับลูกค้า ภายในเดือนพฤษภาคม 2566”

แนวทางการพัฒนา New Mazda MX-5 ยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์ที่ขับสนุก เร้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มอบความสบายให้กับผู้ขับขี่ด้วยการถ่ายทอดความรู้สึกความเป็นหนึ่งอันเดียวกันระหว่างคนกับรถ ตามปรัชญา จินบะ-อิไต (Jinba-Ittai) ที่นำเอาท่วงท่าการเดินที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา และยังคงโดดเด่นหรูหราด้วยรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ทั้งสง่างาม และให้สมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะรถยนต์จากมาสด้าเท่านั้น

การแนะนำ New Mazda MX-5 ที่มาพร้อม สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ ซึ่งเป็นสีภายนอกใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดตัวใน New Mazda MX-5 เป็นรุ่นแรก โดยเป็นสีที่แสดงออกถึงความหรูหราพรีเมี่ยม มีกลิ่นอายความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับสีซิกเนเจอร์อื่นๆ ของมาสด้า โดยบ่งบอกถึงความทรงพลังและความงดงามอันเป็นธรรมชาติที่เกิดจากการสะท้อนของแสงและเงาที่ตกกระทบบนตัวรถ โดยสีจะดูโดดเด่นมองออกเป็นสีโทนน้ำตาลทองในบางมุม และจะเห็นเป็นสีโทนเขียว เมื่อสะท้อนกับบรรยากาศของท้องฟ้าโดยรอบ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมือนแสงแดดตกกระทบลงบนต้นไม้ บ่งบอกถึงความสงบเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่อยู่กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่มาสด้าตั้งใจถ่ายทอดไปยังผู้พบเห็น ตามความมุ่งหวังในการสร้างสรรค์ให้รถยนต์เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เติมเต็มการใช้ชีวิต เป็นพลังที่สร้างความสุข และความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้ขับขี่ทุกคน

นอกจากสีภายนอกใหม่แล้ว New Mazda MX-5 ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความโดดเด่นในด้านสมรรถนะการขับขี่ ตามแบบฉบับรถ Mazda MX-5 เจเนอเรชั่นที่ 4 ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการทรงตัวขณะเข้าโค้ง KPC (Kinematic Posture Control) ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุดภายใต้ชุดเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamics เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะในการทรงตัวขณะขับขี่ในทางโค้งในทุกสภาวะถนน โดยการเพิ่มแรงเบรกเล็กน้อยที่ล้อหลังด้านใน เพื่อลดการยกตัวของรถขณะเข้าโค้ง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน จึงช่วยมอบความสบายในห้องโดยสารและความปลอดภัยในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

New Mazda MX-5 ยังคงเอกลักษณ์ความสง่างามโฉบเฉี่ยว ด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำเมทัลลิค และคิ้วบันไดกันรอยสเตนเลส พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีความสะดวกสบายและความปลอดภัย อาทิ หลังคาแข็งที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ LED Projector และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน Daytime Running Lamp ภายในห้องโดยสารเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูงและประณีตทุกจุดสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น เบาะหนัง Perforated และเดินตะเข็บด้วยด้ายเย็บสีเทา พร้อมรองรับการใช้งาน Apple CarPlay(R) และ Mazda Connect โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display ขนาด 7 นิ้ว พร้อมมอบสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบเสียงคุณภาพ Bose(R) รอบทิศทาง พร้อมลำโพงถึง 9 ตำแหน่ง

New Mazda MX-5 มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน Skyactiv-G 2.0 ให้สมรรถนะความแรงสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และยังมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมี่ยม อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านข้างและคู่หน้า ระบบสัญญานเตือนกันขโมย และระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด พร้อมอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ อาทิ

  • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced SCBS : Advanced Smart City Brake Support)
  • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R (Smart City Brake Support-Reverse)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
  • ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps)

New Mazda MX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ประกอบด้วย

  • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
  • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
  • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)
  • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
  • สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)
  • สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz)
  • สีน้ำตาล เซอร์คอน แซนด์ (Zircon Sand)

New Mazda MX-5 มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น และมีราคาจำหน่ายเท่ากัน

  • New Mazda MX-5 2.0 RF 6MT เกียร์ธรรมดา ราคา 2,912,000 บาท
  • New Mazda MX-5 2.0 RF เกียร์อัตโนมัติ ราคา 2,912,000 บาท

เป็นความท้าท้ายของแบรนด์รองอย่าง Mazda ไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี Skyactiv เป็นถนนหลักในการสร้าง Branding และยอดขาย จนต้องพบเจอ “โค้งหักศอก” ล่าสุดเมื่อภาครัฐ มีนโยบายที่หลากหลายและชัดเจนในการผลักดันให้รถพลังงานไฟฟ้า EV ใหกลายเป็น Mass car บนถนนเมืองไทยอย่างสมบรูณ์แบบ

แม้ ณ เวลานี้แผนการณ์ของรัฐบาลยังอยู่ในช่วง “ตั้งไข่” ยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่อย่าลืมว่าในช่วงที่ผ่านมา Mazda ได้ลงทุนไปมหาศาลเพื่อให้ลูกค้าคนไทยรู้จักและเชื่อว่าเทคโนโลยี Skyactiv ประหยัดน้ำมัน ขับขี่สนุกด้วยการออกรถรุ่นใหม่ในเทคโนโลยีดังกล่าว อาทิเช่น Mazda CX5 และ CX3 หรือจะเป็น Mazda 3. และ Mazda 2,

Mazda ยังสตาร์ทรถ EV ในญี่ปุ่นไม่ติด

และไม่ใช่แค่การออกรถรุ่นใหม่ แต่ในช่วงเวลาขับเคลื่อนเทคโนโลยี Skyactiv ต้องบอกว่า Mazda ควักงบการตลาดมหาศาลโดยในปี 2015 ที่ผ่านมาใช้งบการตลาด 810 ล้านบาทและในครึ่งปี 2016 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 404 ล้านบาท จนทำให้ในเวลานี้ Mazda ติดชาร์ตขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ค่ายรถที่ใช้งบการตลาดสูงสุด (ที่มา : บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด)

และหากรถไฟฟ้า EV เกิดขึ้นจริงเร็วๆ นี้ Mazda คงต้องคิดหนักไม่ใช่น้อยว่าเกมนี้ตัวเองจะไปในทิศทางไหน ? เพราะตัวเองก็เพิ่งลงทุนไปมหาศาลกับเทคโนโลยี Skyactiv

“ยอมรับว่า Mazda สนใจไอเดียเรื่องรถไฟฟ้า EV อย่างมาก แต่หากมองในภาพความเป็นจริง แม้รัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนเรื่องนี้ออกมาแต่ก็ยังไม่ชัดเจน ทั้งเรื่องสถานีการชาร์จไฟฟ้าจะเป็นจริงอย่างที่ที่ตั้งเป้าหมาย หรือเรื่องภาษีในการนำเข้าและการผลิตจะลดลงเท่าไร เพราะแน่นอนรถไฟฟ้า EV ในช่วงเริ่มต้นยังไม่ Mass ชิ้นส่วนอะไหล่ในการประกอบรถจะมีราคาสูง”

“และในญี่ปุ่นเองแม้รัฐบาลจะสนับสนุนในเรื่องภาษีทั้งในเรื่องอะไหล่และกระบวนการผลิตให้แก่ทุกค่ายรถ แต่ก็ดูไม่ได้มีผลตอบรับที่ดีจากประชากรคนญี่ปุ่นสักเท่าไร” ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงความท้าท้ายใน Project รถพลังงานไฟฟ้า EV

เหตุผลที่ Mazda สามารถอธิบายสภาวะตลาดรถไฟฟ้าญี่ปุ่นได้ชัดเจน นั้นเพราะในช่วงปี 2012 เคยพัฒนารถ Mazda 2 หรือ Demio เวอร์ชั่นขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นโดยทดลองตลาดจำนวน 100 คันที่จะเป็นรูปแบบให้เช่า โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและลูกค้าองค์กรในเขต Chugoku ทางตะวันตกของญี่ปุ่น

โดยเวลานั้น Mazda สามารถทำให้รถไฟฟ้าตัวเองชาร์จไฟหนึ่งครั้งขับได้ไกลถึง 200 กม. และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 120 กม./ชม. โดยการชาร์จไฟจนเต็มแบตเตอรี่ตามปกติใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้การชาร์จแบบเร็วจะเสียเวลาเพียง 40 -50 นาทีซึ่งจะได้กำลังไฟในแบตเตอรี่ราว 80%

แม้จะมีข่าวในเวลานั้นว่ามีความเป็นไปได้สูงว่า Mazda จะผลิตรถพลังงานไฟฟ้าคันนี้และรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ วางขายในญี่ปุ่นปี 2018 แต่เวลานี้กลับไร้ซึ่งข่าวความคืนหน้าของ Project นี้ซึ่งเหตุผลน่าจะเป็นเรื่องของกระแสตอบรับจากการทดลองเช่าไม่ดี

“เวลานี้เราบอกได้เพียงว่าขอโฟกัสทำตลาดเทคโนโลยี Skyactiv ทั้งตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศก่อน ส่วนรถพลังงานไฟฟ้าหากรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนชัดเจนเป็นรูปธรรม เราคงนำมาพิจารณาอีกครั้ง อย่างละเอียดรอบคอบ”

อธิบายง่ายๆ คือ Mazda ยังคงรอประเมินสถานการณ์ว่าควรจะใส่เกียร์เร่งความเร็วในตลาดรถพลังงานไฟฟ้าเมืองไทยเวลาไหน ในขณะที่ปัจจุบันขอโฟกัสให้ความสำคัญในอุตสหกรรมรถยนต์เมืองไทยที่ยังอยู่ในสภาวะ Knock Down มียอดขายตกต่ำต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน

โดยล่าสุดในครึ่งปีแรก 2016 เมื่อนับเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งตลาดรวมมียอดขาย 128,310 คัน ลดลง 12.6% หากเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2015

Mazda ขอเบอร์ 3 ในตลาดรถที่นั่งแบบถาวร

และอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นช่วง 1 -2 ปีที่ผ่านมา Mazda ออกทั้งรถรุ่นใหม่และใช้งบการตลาดมหาศาลเพื่อเร่งสปีดยอดขายจนได้ถึง 13,500 คันในครึ่งปีแรก 2016 เติบโตถึง 22.9% มีส่วนแบ่งตลาด 10% ขึ้นเป็นอันดับ 3 ในตลาดรถยนต์นั่งในช่วงครึ่งปีแรก

“เป้าหมายของ Mazda ต้องการเป็นเบอร์ 3 ในตลาดรถยนต์ที่นั่งในแบบถาวร ก็ต้องยอมรับว่าการจะขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ยังเป็นเรื่องยากเพราะส่วนแบ่งตลาดเรายังห่างไกลกับเบอร์ 2 พอสมควร”

การสร้างยอดขายเติบโตถึง 22.9% ของ Mazda ต้องบอกว่ามีนัยยะแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ เพราะในช่วง 1 -2 ปีที่ผ่านมากลุ่มรถ SUV สามารถสร้าง “จุดเปลี่ยน” กลายเป็นรถที่นั่งเพียง Segment เดียวที่เติบโตสวนกระแสความตกต่ำในอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทย

Mazda เลือกที่จะตามกระแสการเติบโตใน Segment นี้ด้วยการขับเคลื่อนรถ SUV ของตัวเองทั้ง Mazda CX 5 และ CX 3 จนทำให้ในครึ่งปีแรก Mazda สร้างยอดขายรถในกลุ่ม SUV ได้ถึง 4,512 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 160% หากเทียบกับปี 2015 ที่ครึ่งปีแรกขายได้ 1,734 คัน

“สิ่งที่ทำให้รถ SUV เติบโตต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นั้นเพราะ SUV ในยุคนี้นอกจากประหยัดน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม ยังมีการทำรถรุ่นใหม่ๆ มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวขนาดเครื่องยนต์เล็กลงที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

เพียงแต่สิ่งที่ Mazda ยังไม่มีนั้นคือการมีรถ SUV ขนาดเล็กเหมือนอย่าง Honda BRV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรที่มีราคาขายเริ่มต้น 750,000 บาท

“Mazda จะทำรถ SUV ขนาดเล็กหรือไม่คงเป็นเรื่องของอนาคต เพราเราเพิ่งเปิดตัว Mazda Cx 3 ได้ไม่ถึง 1 ปี ซึ่งเป็นรถ Suv ที่เจาะตลาดกลางราคาเริ่มต้น 835,000 บาท ซึ่งการจะออกรถ SUV ที่เจาะตลาดล่างเราคงต้องประเมินการตั้งราคาไม่ให้ใกล้เคียงกับ Mazda Cx 3 ที่เพิ่งออกมา”

ถึงอย่างไรก็ตามแม้ Mazda จะสามารถสร้างปรากฎการณ์ยอดขายเติบโตสวนสภาวะตลาดรถที่ตกต่ำ แต่อย่าลืมว่า Mazda เองก็ปรับเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2016 จาก 44,000 คันมาอยู่ที่ 42,000 คัน

เพราะทีมผู้บริหาร Mazda รู้ดีว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยในปีนี้ยังไม่หลุดพ้นยุคแห่งความตกต่ำโดยมีการประเมินว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ในปีนี้จะมีมูลค่า 740,000 คัน การปรับยอดขายลดลงมาก็เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ยังซบเซา

เบื้องหลัง Mazda ต้องยืมมือ Isuzu ผลิตรถกระบะ”]หากยังจำกันได้ในอดีต Isuzu เองเคยรับหน้าที่เป็นผู้ผลิตรถกระบะให้แก่ Chevrolet ที่เป็นในรูปแบบ Isuzu ผลิตทั้งเครื่องยนต์และชิ้นส่วนต่างๆ จากนั้นก็นำไปติดตราแบรนด์ Chevrolet ขายในโชว์รูม (ปัจจุบัน Chevrolet ผลิตกระบะด้วยตัวเอง)

จนมาถึงดีลครั้งใหม่ของ Isuzu ที่ Mazda ตัดสินใจให้ Isuzu ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตรถกระบะให้แก่ตัวเองใน Generation ใหม่ ที่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นช่วงเวลาใด เพราะอย่าลืมว่ารถกระบะ BT 50 Pro เพิ่งออกมาสู่ตลาดได้เพียง 2 -3 ปีเท่านั้น

เพราะอย่างที่รู้ Life cycle ของรถกระบะมีอายุ 8 -10 ปี เบื้องหลังที่ Mazda ต้องยืมมือ Isuzu ในการผลิตรถกระบะ นั้นเพราะในโรงงาน ATT ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากการร่วมทุนระหว่าง Ford กับ Mazda นั้นมีกำลังการผลิต 270,000 คัน/ปี โดยต้องแบ่งกัน 50/50

ซึ่งนั้นหมายความว่า Mazda จะมีกำลังการผลิตรถอยู่ที่ 135,000 คัน/ปี ทำให้ปัจจุบัน Mazda ต้องแบ่งกำลังการผลิตต่อปีเป็นรถที่นั่ง 95,000 คันและรถกระบะ 40,000 คัน แต่ด้วยนโยบายการตลาดของ Mazda ที่ต้องการผลักดันรถที่นั่งอย่างหลากหลายโมเดล จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โรงงานแห่งนี้ Mazda ต้องการใช้เป็นฐานการผลิตรถที่นั่งแบบเต็มสูบ ส่วนรถกระบะในอนาคตจะเป็นหน้าที่ของ Isuzu ในการผลิต

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2559 มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ออกมาเปิดเผยตัวเลขยอดการจำหน่ายรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของตลาดยานยนต์ แต่สำหรับมาสด้านั้นมียอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง สูงถึง 3,522 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 23%
          นายฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์​ ประเทศไทย แสดงความเห็นว่า เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายอดขายรถยนต์มาสด้าสูงถึง 3,522 คัน หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 23% ทะลุเกิน 3,500 คัน เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ในขณะที่ยอดขายโดยรวมของตลาดก็เช่นเดียวกันเริ่มมีทิศทางที่สดใสเช่นเดียวกัน

mazda

          เริ่มเห็นทิศทางการเติบโตของตลาดที่เริ่มกระเตื้องขึ้น เพราะตลาดยังมีความต้องการสูง รวมทั้งความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณที่ดี อีกหนึ่งปัจจัยที่มองเห็นได้ชัดเจน คือ ความมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ของมาสด้าให้เกิดความแข็งแกร่ง ให้เกิดความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

          ยอดขายล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ฤดูกาลแห่งการขายสำหรับตลาดรถยนต์ แต่มาสด้าก็ยังสามารถสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยมียอดขายสูงถึง 3,522 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 23% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

mazda

          หากเจาะลึกลงรายละเอียดในแต่ละรุ่นจะพบว่ารถยนต์นั่งขนาดซิตี้คาร์ยังคงเป็นตัวกระตุ้นให้ยอดขายทะลุเป้า โดยมาสด้า​ 2 ปี 2016 (Mazda 2 ปี 2016) กระแสตอบรับนั้นยังคงแรงมาตลอดนับตั้งแต่การเปิดตัว มียอดขายถึง 1,889 คัน เพิ่มขึ้น 43%

mazda

          มาสด้า 3 ปี 2016 (Mazda 3 ปี 2016) ถึงแม้คู่แข่งจะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา แต่กลับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ยังคงมียอดขายแบบทรงตัวอยู่ที่ 337 คัน

          ส่วนรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์เทรนด์ใหม่ของผู้บริโภคชาวไทย อย่าง Mazda CX-3 ปี 2016 ยังคงเป็นรุ่นที่สร้างแรงดึงดูด ยอดขายอยู่ที่ 423 คัน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

mazda

          ด้านครอสโอเวอร์ที่มาแรงหลังเปิดโฉมใหม่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้กับ Mazda CX-5 ปี 2016 มียอดขาย 353 คัน ถือเป็นรุ่นที่เติบโตสูงสุดถึง 45%

          ส่วนตลาดรถปิกอัพ Mazda BT-50 Pro ปี 2016 มียอดยอดขาย 516 คัน ปิดท้ายด้วยรถสปอร์ตโรดสเตอร์ Mazda MX-5 ปี 2016 อีกจำนวน 4 คัน

mazda

          ยอดขายมาสด้ารวม 5 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2559 มาสด้า คือ ค่ายรถยนต์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด สามารถทำยอดขายทะลุเป้าถึง 17,869 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2558

​รวมยอดขายตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา

          Mazda 2 ปี 2106 มียอดขายรวมทั้งสิ้น 9,556 คัน เติบโต 67%
          Mazda 3 ปี 2016 จำนวน 1,871 คัน
          Mazda CX-3 ปี 2016 จำนวน 2,489 คัน
          Mazda CX-5 ปี 2016 จำนวน 1,353 คัน
          Mazda MX-5 ปี 2016 จำนวน 18 คัน
          Mazda BT-50 Pro ปี 2016  – (ไม่ได้แจ้งยอดรวมไว้)

          จากยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนั้นส่งผลให้มาสด้าสามารถรักษาตำแหน่งอันดับ 3 ตลาดรถยนต์นั่งไว้อย่างเหนียวแน่น

          ดังนั้นจะเห็นว่ามีปริมาณรถยนต์มาสด้าวิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนมาก สิ่งสำคัญที่มาสด้าต้องเร่งวางแผนรับมือดังกล่าว คืองานการบริการหลังการขาย และในปีนี้มาสด้าได้บรรจุแผนงานดังกล่าว คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่มาสด้าจะเดินหน้าพัฒนาอย่างเต็มกำลัง คือการพัฒนาบริการหลังการขายทั้งโชว์รูม มุ่งมั่นในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย ก้าวสู่การเป็นแบรนด์พรีเมียม

mazda

          รวมถึงการจัดกิจกรรมแคมเปญเพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองกับยอดผลิต Mazda 3 อีกขั้นความสำเร็จ ผลิตครบ 5 ล้านคัน จัดแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าที่หลงใหลความสปอร์ตของ Mazda 3 ให้ได้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และฟรี!! ประกันภัยชั้น 1 ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายนนี้ครับ

Previous Post

N2010032 เด กขอทานถ กเศรษฐ เก บไปเล ยง แถมเศรษฐ งมอบสมบ ของเขาท งหมดให part2

Next Post

N2010051 พาแฟนตาบอดไปเท ยวสวนส ตว พย แต ทำไมม ตว วน งแปลกๆ part2

Next Post
N2010051 พาแฟนตาบอดไปเท ยวสวนส ตว พย แต ทำไมม ตว วน งแปลกๆ part2

N2010051 พาแฟนตาบอดไปเท ยวสวนส ตว พย แต ทำไมม ตว วน งแปลกๆ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.