• Sample Page
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result
No Result
View All Result
filmth.huongrung.net
No Result
View All Result

N2010041 กธ รก จคนน จะขอซ อเด กสาวคนน ไปทำอะไร แล วแม เขาทำไมยอมขายล กต วเอง part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N2010041 กธ รก จคนน จะขอซ อเด กสาวคนน ไปทำอะไร แล วแม เขาทำไมยอมขายล กต วเอง part2

Chevrolet_Colorado_HC_VG

อันดับที่ 10 Chevrolet Colorado 2.5 VGT High Country RWD

นี่คือรถเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ที่ดูเหมือนทีมงานปรับปรุงลงแรงไปอย่างมาก
และมันเห็นผลอย่างชัดเจนเพราะเราไม่เคยคาดมาก่อนว่ารถกระบะจากค่าย
Chevrolet จะมาอยู่อันดับที่ 10 ได้…อันที่จริงสำหรับเว็บที่ไม่ได้เน้นรถกระบะ
การอยู่อันดับนี้ได้ถือว่าดีมากแล้วด้วยซ้ำไป ความจุเครื่องลดถอยลงจาก 2.8
เหลือ 2.5 ลิตร เรี่ยวแรงน้อยลงจากรุ่นก่อน แต่ก็ยังถือว่าพอๆกับ Colorado
ล็อตแรก 2.8 Series 1 ทำอัตราเร่งได้ดีพอกัน เร่งแซงได้เร็วกว่าและประหยัด
เชื้อเพลิงขึ้นเล็กน้อย ช่วงล่างได้รับการปรับแต่งใหม่ ขจัดบุคลิกดีดดิ้นอันน่า
รำคาญออกไปได้เกือบหมด เป็นกระบะที่บาลานซ์มาตรงกลางพอดีระหว่าง
ความนุ่มนวลกับความมั่นใจ อุปกรณ์ติดรถมามาให้เยอะ หน้าตาแดชบอร์ด
ของจริงดูทันสมัย ระบบความปลอดภัยมีครบ แต่ระบบควบคุมการทรงตัว
จะมาในแนวทำงานไวแบบขี้กลัว ลดความเร็วค่อนข้างเยอะ

โดยรวมแล้ว Colorado ไม่มีคุณสมบัติข้อไหนที่แย่ (ทุกข้อได้คะแนน
7 จาก 10 หรือมากกว่า) เบาะนั่งและพื้นที่ในการโดยสารอาจจะไม่ได้
เด่นกว่าเพื่อนมากนักเพราะกระบะเจ้าอื่นเขาก็มีตัวใหญ่ๆเบาะดีๆกันหลายรุ่น
ระบบเบรกไว้ใจได้แต่อาจจะต้องเซ็ตการทำงานของแป้นให้เป็นธรรมชาติ
กว่านี้สักนิด เพราะถ้าวัดกันที่น้ำหนักแป้น HiLux Revo จะมีความค่อยเป็น
ค่อยไปมากกว่า นอกเหนือจากนี้ไม่มีข้อใดที่แย่ ต้องบอกว่าในที่สุด Chevrolet
ก็ทำ Colorado ให้กลายเป็นกระบะที่ดีรอบด้านเสียที จากเดิมที่เคยเน้นแรง
เป็นหลัก

Lexus_RX200tFsport

อันดับที่ 9 Lexus RX200t F-Sport AWD

เราไม่เคยคิดมาก่อนว่า Lexus จะกลายเป็นค่ายแรกที่สามารถออกแบบรถ
ครอสโอเวอร์คันใหญ่ครึ่งบ้านให้ดูเฉียบคมและปราดเปรียวได้แบบนี้ กรรมการ
ทุกคนชูป้ายไฟดีไซน์ภายนอกให้ 8-9 จาก 10 คะแนนหมด ส่วนภายในนั้น
แม้ว่าดีไซน์บางส่วนจะดูขัดตา เช่นช่องแอร์กลางที่ดูโบราณผิดกับรูปลักษณ์
ภายนอกของรถ แต่บรรยากาศโดยรวมยังดูอบอุ่นไฮโซโอโมะเตนาชิแบบที่
Lexus สายสันติควรเป็น มีระบบ จอ ปุ่ม และฟังก์ชั่นต่างๆให้ใช้สมกับเป็นรถ
ระดับพรีเมียม เบาะนั่งสบายแม้ว่าพนักพิงศีรษะจะดันอยู่นิดๆ พื้นที่ภายในรถ
กว้างขวาง เบาะรองรับทั้งส่วนหัวและส่วนขาได้ดี

เมื่อสตาร์ทเครื่องแล้วขับออกไป ความประทับใจยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ ช่วงล่างนี่
อยากถามว่าใครเป็นคนเซ็ต แม้จะไม่มี Adaptive Variable Suspension แต่
ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อโช้คสปริงเหล็กธรรมดายังเซ็ตมาได้นุ่มนวล เก็บอาการดี
แต่พอโยนโค้งปุ๊บกลับมั่นคงราวกับรถเล็กๆทั้งที่นี่คือรถหนักสองตัน ยิ่งถ้าเป็น
ถนนแคบๆมันจะคล่องตัวและมั่นใจยิ่งกว่า X5, X6 หรือคู่แข่งจากยุโรปเสียอีก
การเก็บเสียงทำได้ดี ทุกอย่างดีหมดยกเว้น ข้อ 1 การตอบสนองคันเร่ง ที่เจอกับ
โรคระบาดป๊อดพลังแบบเดียวกันกับ RC กดไปแล้วรอบูสท์นานจนเหมือนกับ
ขับรถเทอร์โบหม้อหุงข้าว (ทั้งๆที่จริงลูกกะปิ๊ดนึง) และข้อ 2 ราคา 5,090,000
บาท ดูแล้วแพงชนิดระห่ำ แพงจนคู่แข่งจากยุโรปกลายเป็นของราคาถูกไป
นั่นล่ะคือจุดที่มันยังทำคะแนนได้ไม่ดีเท่าที่ควร

Mazda_CX3_15D

อันดับที่ 8 Mazda CX-3 1.5XD 6AT

ความรู้สึกส่วนตัวที่ผมมีกับรถคันนี้ในช่วงแรกที่เจอคือหมั่นไส้ ไม่เข้าใจว่าทำไม
คนทั้งเมืองดูจะหลงรักมันนักหนา จริงอยู่ว่าดีไซน์เฉียบ ดูแล้วสปอร์ตกร้าวกว่า
HR-V แต่ใครจะอยากได้ครอสโอเวอร์ที่ภายในแคบกว่าอีโคคาร์บางรุ่นเสียอีก
แต่พอได้ขับ..เริ่มเข้าใจว่ายังไง Mazda ก็ยังคงเป็น Mazda คุณสามารถคาดหวัง
ความสนุกได้จากทุกโค้งที่กำลังจะเข้ามา ที่สำคัญคือความเกาะถนนก็ไม่ได้มา
พร้อมความกระเด้งกระเด้ง มันอาจจะไม่ได้นุ่มแบบ Camry แต่แม่ยายคุณน่าจะ
พอรับได้อยู่ ออพชั่นครบ ระบบ City Brake, Lane Keeping, Blind spot พร้อม
TCS, VSC ถุงลม 6 ใบ..จะขาดก็แต่ Cruise Control

เครื่องยนต์ดีเซล ทำงานได้เงียบเสียงคนละเรื่องกับดีเซลรถกระบะ แต่ข้อดีจริงๆ
มันก็จบแค่นั้น เพราะอัตราเร่งไม่ได้หวือหวาอะไร จะโดน HR-V เขาทิ้งหายเอา
ด้วยซ้ำไป อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เคยดีใน Mazda 2 พอมาเป็น CX-3 ดีเซล
กลับลงเหลือ 17.65 กิโลเมตรต่อลิตร ก็ต้องมองว่ามันประหยัดที่สุดแล้วในคลาส
นั่นล่ะ การตอบสนองของเกียร์ยังมีจังหวะหน่วงแบบเดียวกับ Mazda 2 เช่นกัน
ท้ายสุดพอมาดูราคาที่แพงกว่ารุ่นเบนซิน 2.0SP อยู่ 100,000 บาท เราก็เกิด
คำถามว่า แล้วจะเล่นตัวดีเซลทำไมถ้าไม่ใช่ว่าคุณอยากจะประหยัดค่าเชื้อเพลิง
แต่สูญเสียความมันส์ในชีวิตเพื่อแลกกับสิ่งนั้น ก็คงมีแค่เรื่องนี้กับเบาะหลังที่
แคบ มีบรรยากาศสุดแสนอึดอัดนั่นล่ะที่ทอนคะแนนของมันลงมา

Toyota_Camry25g

อันดับที่ 7 Toyota Camry 2.5G 6AT

เรากลับไม่แปลกใจที่เห็น Camry อยู่ในอันดับที่ 7 เพราะปีที่แล้วรุ่น 2.0G ทำได้
อันดับที่ 5 ด้วยซ้ำ มันเป็นรถที่ไม่มีจุดใดแย่ แต่มีหลายจุดที่ดี ยกตัวอย่างเช่น
เรื่องความสบาย เบาะหน้าก็สบาย เบาะหลังก็สบายกว่าคู่แข่งในภาพรวม การเก็บ
เสียงเกาะกลุ่ม การออกแบบภายในไม่ดูอลังการแบบ Accord 2.4 แต่วัสดุ
ต่างๆรวมถึงการประกอบดูเรียบร้อยดี เป็นรถที่มีบุคลิกผู้ใหญ่เต็ม 100% ทั้งนอก
และใน

การขับขี่ มีจุดเด่นที่อัตราเร่งออกตัว ถ้าจะชนะมันได้ก็ต้องคบกับพวกไฮบริด
พลังสูงเท่านั้น แต่อัตราเร่งช่วงแซงอาจจะแพ้ Teana 2.5 ซึ่งใช้เกียร์ CVT
ช่วงล่างยังห่างชั้นกับ Nissan แต่ก็มีเสถียรภาพปานกลางของกลุ่ม พวงมาลัย
ไม่ไวมากเกินไป ทำให้ขับเอาคล่องพอได้และวิ่งทางไกลไม่ต้องปวดเกร็งที่มือ
ราคาของรถ 1,599,000 อาจจะดูเหมือนแพง (ซึ่งก็แพงจริง) แต่ถ้าเทียบกับ
ความสามารถอันรอบด้านของมันแล้ว คะแนนแบบนี้ก็ดูเหมาะกับ Camry ดี
และเป็นตัวช่วยยืนยันว่า Camry สเป็คไทยมีความคุ้มค่าน่าซื้อมากกว่า
สเป็คออสเตรเลียเยอะ

Lexus_NX200t

อันดับที่ 6 Lexus NX200t F-Sport AWD

ถ้ามันเป็นเครื่องมือ รถคันนี้น่าจะเป็นมีด Swiss Army Knife ที่บรรจุเอาความ
สามารถนับสิบอย่างไว้ในแพ็คเกจที่ชวนให้เป็นเจ้าของ มีพลัง ขับสนุกเหมือน
Hot hatch เร่งดี แซงไว ช่วงล่าง Adaptive Variable Suspension แปรผัน
ความหนืดได้ จะเอานุ่ม..ได้นุ่ม..จะโยนโค้ง..ก็หนึบเป็นตีนตุ๊กแก พวงมาลัยไว
น้ำหนักกำลังดี และที่น่าดีใจที่สุดคือไม่เจอโรคระบาดคันเร่งป๊อด กดแล้วรอบูสท์
เหมือนสิ่งพิซซ่าอย่างที่เราพบในรถเครื่องยนต์ 8AR-FTS คันอื่นๆ แม้ความเร็ว
สูงสุดจะล็อคแค่ 205 แต่มันก็ไต่ไปถึงจุดนั้นได้เร็วมาก

เบาะหน้านั่งสบาย ขึ้นลงไม่ยาก ออพชั่นมาเต็ม หลังคากระจก ระบบนำทาง
ฝาท้ายไฟฟ้า มันคือจุดนัดพบที่ลงตัวระหว่างภรรยาที่อยากได้ RX200t กับ
สามีที่อยากได้ Golf GTi มือสองแต่ที่บ้านมีช่องว่างจอดรถคันเดียว แต่ทั้งนี้
มันก็ไม่ใช่รถที่ปราศจากข้อเสีย วัสดุต่างๆภายในดูเหมือนพยายามเซฟต้นทุน
มากกว่า Lexus รุ่นอื่นๆที่เราเคยเจอมา เบาะหน้านั่งสบาย แต่เบาะหลังพนักพิง
ศีรษะแข็งมากจนไม่น่ามาอยู่ในรถพรีเมียมแบบนี้ Touchpad/Haptic ที่เคยใช้
แล้วรู้สึกล้ำยุค พอมาใช้กับระบบนำทางแล้วยุ่งยากกว่าจอทัชสกรีนมาก ท้ายสุด
ก็เรื่องราคา 4,290,000 บาท งบขนาดนี้คุณสามารถซื้อ GLC250d ตัวท้อปๆ
แล้วยังเหลือเงินซื้ออีโคคาร์อีก 1 คัน แต่อย่างน้อยนี่ยังเป็นราคาที่พอทำใจได้
มากกว่าค่าตัวของ RX200t F-Sport และ RC200t F-Sport
 

Lexus_RX200tLuxo2

อันดับที่ 5 Lexus RX200t Luxury

นี่คือ RX200t F-Sport ที่ถูกตัดของหรูๆออกไป ดังนั้นอย่าแปลกใจถ้า
มาดของรถจะดูเรียบไปนิด ไฟหน้าดูไม่ทันสมัยเท่า กระจังหน้าดูแก่กว่า
ล้ออัลลอยขนาดเล็กว่า แม้แต่ไฟเลี้ยวข้างนอกรถ เวลาเปิดก็ไม่ได้กระพริบ
ไล่จากในออกนอกเหมือนรถป้ายกันเวลาซ่อมถนนบนทางด่วนอย่างที่
รุ่น F-Sport มี ยิ่งไปกว่านั้น กับรถราคา 3,990,000 บาท แต่ไม่มีระบบ
นำทางนี่คือจุดที่พีคสุดแล้วว่าจะเหนียวกันไปถึงไหน

แต่ถ้าไม่นับสิ่งเหล่านี้ คุณได้รถที่เหมือนกับเจ้า F-Sport 95% เบาะนั่ง
แม้จะทรงต่างกันเล็กน้อยแต่นั่งสบายไม่แพ้กันมากนัก หน้าปัดและสีสัน
ภายในยังให้ความหรูหราสมกับระดับรถ ช่วงล่างนุ่มกว่าและย้วยกว่ากัน
น้อยมากจนแทบไม่รู้สึก ให้ความคล่องตัวเกินคาดสำหรับรถใหญ่และหนัก
แบบนี้ พอของเล่นน้อย น้ำหนักตัวก็เบาลง อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองก็
ดีขึ้นกว่าตัว F-Sport เสียอีก เมื่อลงท้าย เราพิจารณาจากส่วนต่างราคา
1,100,000 บาท ผลที่ได้ออกมาก็คือ RX200t รุ่น Luxury ตัวถูกสุดนี่ล่ะ
คือรถที่มีประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่าเงินที่จ่ายมากกว่าในภาพรวม

HondaCivicRS

อันดับที่ 4 Honda Civic Turbo RS

นี่คือหน้าตาของแชมป์ที่ได้รับโหวตจากผู้อ่าน Headlightmag มากที่สุด
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะหลังจากที่ไม่มีอะไรใหม่ๆมากระตุกต่อมว้าวผู้บริโภค
นับตั้งแต่ FD 2.0 ปี 2005 ในวันนี้ Civic กลับมาผงาดพร้อมหลายสิ่งที่เปลี่ยน
จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่เอามาจาก Accord
ดีไซน์ตัวรถที่เน้นความแบนเตี้ย กระจกลาด มาดสปอร์ต ซึ่งถูกจริตวัยรุ่นไทย
ยิ่งนัก นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ Turbo RS กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญคือการ
นำเครื่องยนต์เทอร์โบ L15B7 มาใช้ กลายเป็น Honda เก๋งรุ่นแรกในไทยที่ใช้
เครื่องยนต์มีระบบอัดอากาศ และพลังของมันก็ไม่เลวเลย ทำอัตราเร่งอยู่หัวแถว
ของกลุ่ม ตีค่ายอื่นแตกกระเจิงยกเว้นแค่ Sylphy/Pulsar Turbo เท่านั้น
แถมพอขับแบบเลี้ยงความเร็วนิ่งๆ ก็ประหยัดถึง 16.72 กิโลเมตรต่อลิตร
ถ้าจะกินน้ำมันน้อยกว่านี้..Prius เถอะครับ

แรง ประหยัด ห้องโดยสารสบายแม้ว่าเบาะจะค่อนข้างเตี้ยจม ออพชั่นที่ให้มา
ก็ถือว่าครบพอสมควร ใช้คำว่า “พอสมควร” เพราะยังขาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ
ด้านความปลอดภัยไปนิด แต่ชดเชยด้วยลูกเล่นอย่าง Engine Remote Start
และ Auto Brake Hold ซึ่งในรถระดับนี้ มีแต่ Civic กับ MG6 เท่านั้นที่ให้มา
การเก็บเสียงดีกว่าตัว 1.8EL ซึ่งอาจเกี่ยวกับเกรดยางที่เลือกใช้ด้วยส่วนหนึ่ง
การบังคับควบคุมรถ ดีกว่าตัว 1.8 เช่นกันเพราะยางและล้อขอบ 17 กับแก้มที่
หนากำลังดี ช่วงล่างหลังคุมตัวบนทางโค้งขรุขระได้นิ่งกว่าตัว 1.8 แต่มันยัง
ไม่ใช่รถที่ช่วงล่างดีน่าชื่นชมอย่าง Ford Focus และความแม่นยำในการหัก
เลี้ยว ก็ยังไม่ดีเท่า Mazda 3 ส่วนราคา 1,199,000 นั้นก็แพงกว่า C-Segment
รุ่นอื่น ถ้าสมมติว่ามันราคาเท่า Ford ไม่แน่ RS อาจติดอันดับ Top Three

Mazda_CX5_22FWD

อันดับที่ 3 Mazda CX-5 2.2XD FWD

CX-5 รุ่น 2.5 ลิตรเคยเป็นแชมป์ Best DRIVE ปี 2014 มาแล้วดังนั้นการเริ่มต้น
จึงมาจากจุดที่มีความดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง ปีที่ผ่านมา Mazda จึงอัปเดตเพิ่ม

การไมเนอร์เชนจ์ของCX-5 มาพร้อมคอนโซลและการตกแต่งที่สวยขึ้น
คันเกียร์หรูวัสดุฐานเกียร์ไม่โยกคลอน หน้าปัดถ้าไม่ใช่รุ่นขับสี่จะดูคล้ายเดิม
เบาะนั่งหน้าเหมือนเดิม เบาะหลังรองต้นขายาวขึ้น เบาะรองนั่งนุ่มขึ้นแต่หลังพิงชัน
และเอนไม่ได้เหมือนเดิม ภายนอกหล่อขึ้นนิดๆ การเก็บเสียงขอบประตูดีขึ้นจริง
แต่ท่อนล่างกับซุ้มล้อดังเหมือนเดิม ภาพรวมออกมาเลยแค่เกาะกลุ่มไม่ได้เงียบ
กว่า CR-V อุปกรณ์ติดรถมีมาให้ไม่น่าเกลียด ระบบเตือนรถในจุดบอด ถุงลม 6 ใบ
เบาะไฟฟ้าข้างคนขับ ล้อวงโต19 นิ้ว แต่ไม่มีระบบนำทาง ไม่มีฝาท้ายไฟฟ้า

คุณได้ความประหยัดมากขึ้นจากเครื่องยนต์ดีเซล แต่การตอบสนองของเกียร์
จะช้าลงกว่ารุ่นเบนซิน 2.5 ลิตร ความสนุกจึงลดลงแม้ว่าแรงดึงจะมากขึ้นกว่า
แตก่อนก็ตาม กระนั้นต้องเข้าใจว่าบุคลิกของรถมันมีความเป็นวัยรุ่นสูงมาก
วิธีการจูนช่วงล่างก็ยังเน้นขับสนุกอยู่เหมือนเดิม คะแนนเรื่องความนุ่มนวลของ
ช่วงล่างสู้คู่แข่งคันอื่นไม่ได้ ก็มีเรื่องนี้ กับเรื่องเบาะหลังที่พัฒนายังไม่สุดเสียที
ที่เป็นตัวถ่วงคะแนนของ CX-5 2.2 ดีเซลคันนี้นี่คือสัญญาณที่ค่อนข้างน่ากลัว
สำหรับคู่แข่งคันอื่น เพราะถ้า CX-5 เจนเนอเรชั่นต่อไปสามารถปรับช่วงล่างให้
นุ่มขึ้นสัก 15% โดยยังเกาะถนนเท่าเดิมได้นั้น มันก็จะกลายเป็นรถที่ดีรอบด้าน
อย่างน้อยเรื่องเบาะหลังตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วว่านั่งสบายกว่ารุ่นเก่าแน่นอน

Mazda_CX3_20

อันดับที่ 2 Mazda CX-3 2.0SP 6AT

นี่คือรถที่เกือบได้เข้ามาอยู่ในโรงรถเจ้าของเว็บจริงๆ ถ้าไม่ใช่ว่าเบาะหลังมันแคบ
จนพ่อแม่ไม่น่านั่งสะดวก แถมมีบรรยากาศเบาะหลังอึดอัด เซฟที่ตรงนั้นไว้
สำหรับสตรีและเด็กนั่งจะดีกว่า นอกจากนี้ รถราคาล้านนิดๆ แต่ไม่มี Cruise
Control นี่จะเหนียวไปไหน ต้นทุนการทำ Cruise Control ในรถยุคคันเร่ง
ไฟฟ้าอย่างสมัยนี้มันไม่ได้ซับซ้อนหรือแพงมากแบบสมัยก่อนด้วยซ้ำ ภายใน
ของรถก็ดูเหมือน Mazda 2 ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เพียงแต่ว่าเมื่อราคาของตัวรถ
อยู่คนละโลกกันกับเจ้า 2 ก็ควรจะมีวิธีทำให้มันดูแตกต่างกันขึ้นมาบ้าง

แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆ CX-3 2.0SP ทำคะแนนได้ดีมาก ภายในแม้จะคับแคบ
แต่เบาะหน้าก็ให้ความรู้สึกรัดกุมเวลานั่ง ถ้าคุณเพิ่งลงจาก MX-5 ก็คงไม่บ่น
ว่ามันแคบหรอก ตำแหน่งที่อยู่ของพวงมาลัย เบาะ สวิตช์ คันเกียร์ คันเร่ง
เบรก ดูเหมือนเอาคนที่ทำรถสปอร์ตดีๆมาช่วยคิด ทำให้ได้อารมณ์เหมือน
ขับรถซิ่งดีๆ ที่ไม่ต้องคอยเลื้อยเป็นงูเมื่อขึ้นทางชันหรือหลบลูกระนาด อุปกรณ์
ด้านความปลอดภัยมีพร้อมเหมือนกับรุ่น 1.5XD ดีเซล แต่สิ่งที่ทำให้คะแนน
ของเวอร์ชั่นเบนซินดีกว่ามากคือเครื่องยนต์กับเกียร์ซึ่งยกของ Mazda 3 2.0
มาบวกกับเกียร์ที่ทดเฟืองท้ายให้จัดขึ้น แต่น้ำหนักรวมเบาลง บุคลิกของรถ
เวลาซิ่งในเมืองจึงดุดันกว่า Mazda 3 เสียอีก อุปกรณ์ความปลอดภัยก็มีมาให้
ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ B-SUV ระดับราคาใกล้เคียงกัน นอกจากนี้การ
เก็บเสียงก็ทำได้ดี ดีจน Mazda 3 (ก่อนไมเนอร์เชนจ์) ยังอาย

และนั่น..ก็หมายความว่า

Best DRIVE ประจำปี 2016 ได้แก่

VolvoXC90_1

อันดับที่ 1 Volvo XC90 T8 Momentum AWD

Volvo ไม่เคยได้ติดอันดับ Top 5 ของ Best DRIVE เลยมาตั้งแต่ปี 2011
ครั้งนั้น สูตรสำเร็จของ S80 D3 ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความมันส์ในการขับ
แต่อยู่ที่ความสบายในการโดยสาร ความประหยัดน้ำมัน อุปกรณ์ความ
ปลอดภัย และราคาที่ถูกกว่ารถใหญ่ด้วยกันมาก

ในช่วงเวลาที่หายไป พวกเขาซุ่มพัฒนารถใหม่ โครงสร้างใหม่ ขุมพลังใหม่
และระบบความปลอดภัยแบบใหม่ แล้วกลับมาพร้อมกับ SUV หน้าตา
เหมือนเฟอร์นิเจอร์ไวกิ้งสไตล์โมเดิร์น..เจ้า XC90 T8 Momentum คันนี้
ใครเลยจะไปคาดคิดว่าเว็บที่เต็มไปด้วยคนชอบรถขับสนุก ขนาดตัวไม่ใหญ่
จะลงคะแนนให้รถตัวเท่าตึก ยาวเกือบ 5 เมตร น้ำหนักตัวพอๆกับ Ford
Everest ทั้งๆที่ดูแล้ว..ไม่น่ามีอะไรในกอไผ่ แต่หลังจากได้สัมผัสของจริง
ต้องขอบอกเลยว่า เหมือนตั้งใจจะซดแกงจืด แต่พอเข้าปากไปแล้วกลาย
เป็นต้มยำ คงต้องเปรียบด้วยวิธีนั้นจริงๆ

VolvoXC90_3

ภายในของ XC90 ให้บรรยากาศที่เหมือนอยู่ในห้องฟังเพลง มีจุดที่ดูโบราณ
มีจุดที่ดูทันสมัยปะปนกันไป มันไม่ได้ให้บรรยากาศห้องนักบินขับไล่แบบ X5
และไม่ได้เต็มไปด้วยเส้นสายซับซ้อนแบบ Lexus RX เบาะนั่งแต่ละตำแหน่ง
มีความสบาย ฟองน้ำหุ้มเบาะนุ่มกำลังดี Volvo เป็นค่ายที่จริงจังเรื่องการออก
แบบเบาะมากถึงขั้นทำวิจัยร่วมกับทีมแพทย์สวีเดนเพื่อหารูปแบบของเบาะที่
นั่งแล้วมีเปอร์เซ็นต์ปวดหลังน้อยที่สุด และส่งผลกระทบในการขับขี่น้อยที่สุด
เบาะหลังก็สบายดี พนักพิงศีรษะไม่แข็งเกินไป ในรถคันนี้คุณจะเลือกเป็นขับ
หรือเป็นเจ้านายเบาะหลังก็ได้ความสุขใกล้เคียงกัน

จอกลางขนาดใหญ่ รวมฟังก์ชั่นมากมายเอาไว้ชนิดที่สาธยายแทบไม่หมด
แต่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัย 3 โหมด  และปรับการตอบสนองของเบรกได้
อีก 2 โหมด พร้อมทั้งสามารถเปิด/ปิด และเซ็ตค่าของระบบส่องแสงภายใน
และภายนอกรถ ตั้งค่าการเปิด/ปิดล็อค และระบบความปลอดภัยเกือบทุกอย่าง
ที่รถมีให้ ถ้าเทียบกับคู่แข่งรายอื่นแล้ว Volvo XC90 คือรถยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี
จอผสานกับระบบสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆในรถแล้วนำมาประยุกต์เพื่อให้
คนขับสามารถเลือกปรับรับสิ่งที่ตัวเองถนัดได้มากที่สุด ไม่มีคู่แข่งรายไหนที่
สามารถเทียบได้ในเรื่องนี้

ระบบความปลอดภัยต่างๆคงไม่ต้องพูดถึง ทุกระบบที่โลกของ Production Car
รู้จัก มีอยู่ในรถคันนี้หมด ถ้าใครบอกว่ารถคันนี้ออพชั่นความปลอดภัยไม่พอกรุณา
ไปซื้อเรือดำน้ำขี่เถอะครับ รถคันนี้สามารถขับคาอยู่ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากนั้น
เบรกเองเมื่อมีรถขวาง-เบรกจนเหลือ 0 เมื่อรถหยุด หรือถ้ารถหยุดไม่เกิน 2 วินาที
มันก็สามารถเลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อได้เอง คลานตามรถคันอื่นได้เองโดยมีคุณคุม
แค่พวงมาลัย ไม่ต้องพูดถึงระบบแจ้งเตือนรถในจุดบอดท้างด้านข้างและด้านหลัง
ระบบตรวจจับคนริมถนน คนขี่จักรยาน คนเดิน คนขายล็อตเตอรี่อะไรมากมากที่
สามารถทำได้ด้วยชุดกล้องที่อยู่บนกระจกหน้า ระบบไฟสูงอัตโนมัติ ระบบรักษา
ช่องทางวิ่งอัตโนมัติ ระบบเตือนก่อนชน เบรกก่อนฉะ ตัดก่อนตาย เตือนก่อน
วายวอด ไม่มี SUV ระดับพรีเมียมในงบเท่านี้คันอื่นใดจะให้มากกว่านี้อีกแล้ว

อุปกรณ์ต่างๆมีมาให้เพียบ ลูกเล่นเยอะจนเทียบเท่ารถหรูระดับลิโม่ 5 เมตรขึ้นอย่าง
พวก 730Ld, S-Class แล้ว เพียงแต่เครื่องเสียงของรุ่น Momentum นี้ยังแค่ระดับ
พอใช้ได้ จะให้ดีเลยต้องเอารุ่น Inscription ที่เครื่องเสียงจัดเต็มกว่า

VolvoXC90_4

เห็นหน้าตาเหมือนพอบ้านง่วงแบบนี้ก็เถอะ หรือเวลาไปจอดข้างแก๊งซิ่งแล้ว
โดนเด็กถามว่าพี่ เครื่องอะไร พอคุณตอบไปว่า 4 สูบเทอร์โบ เด็กพวกนั้นจะ
หัวเราะจนเสียงดังถึงดวงอาทิตย์ก็ปล่อยเขาไป เพราะถึงจะเป็น 4 สูบพ่วงหอย
แต่เฉพาะตัวเครื่องยนต์นี่ก็มี 320 แรงม้า/440 นิวตัน-เมตรแล้ว ไม่ธรรมดา

และพระเจ้ากับ Thor จะให้อภัยคุณ ที่ไม่ยอมบอกเด็กพวกนั้นว่าข้างหลัง
ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าระดับ 87 แรงม้า ที่มีแรงถีบระดับ Super-instant
240 นิวตัน-เมตรอยู่อีกด้วย เมื่อรวมพลังกันทั้ง 2 ระบบ ต่อให้นี่เป็น SUV หนัก
2 ตัน แต่คุณมีพลัง 407 แรงม้า กับแรงบิด 640 นิวตัน-เมตร นั่นคือพลังระดับ
เครื่อง V12 สูบ 5.6-6.0ลิตรได้แล้วนะครับ ตบคันเร่งแล้วเตรียมเกร็งนมเกร็งพุง
ไว้ให้ดี เพราะแรงดึงที่เกิดขึ้นจะมากมหาศาลจนทำให้ล้อฟรีทิ้งนิดๆก่อนพุ่ง
ออกไปราวกับพิตบูลไล่งับเหยื่อ มันจะเร่งแตะ 100 ได้ภายใน 6.96 วินาที
80-120 ได้ภายใน 5.42 วินาที ความเร็วสูงสุด 236 กิโลเมตร/ชั่วโมง

นั่นมันคือตัวเลขที่ปกติเราจะพบได้จากรถอย่าง WRX Lineartronic, Legacy GT,
Golf GTi หรือรถคันเบาๆ 1.3-1.4 ตันเท่านั้น แถมเวลาขับแบบโหมด
Hybrid Auto ปล่อยให้สมองกลเลือกการบริหารระบบไฟฟ้า/เครื่องยนต์เอง
ก็ยังได้อัตราสิ้นเปลืองกว่า 19 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งชนะอีโคคาร์ทุกรุ่นยกเว้น
Mazda 2 1.3 เบนซิน

What a powertrain! ขุมพลังอะไรแซ่บและประหยัดได้ขนาดนี้ไม่เคยพบเคยเห็น!

อย่างไรก็ตาม เราก็ยังพบว่ามีบางจุดที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้

น้ำหนักพวงมาลัยคืออย่างแรก ต่อให้ปรับ setting เป็นค่าหนักหน่วงมือที่สุดแล้ว
ก็ยังมีน้ำหนักเบาไป ไม่ให้ความรู้สึกหนักแน่น ดีดกลับดีแบบเป็นธรรมชาติอย่าง
Lexus RX หรือ BMW X5 ประการต่อมาคือช่วงล่าง ถ้าคุณไม่คิดจะวิ่งเกิน 170
กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็คงไม่รู้ว่าจุดอ่อนของมันจะเริ่มตรงนั้น ยังมีความรู้สึกหวิว
มากกว่ารถของคู่แข่งที่กล่าวมา ยิ่งถ้าเป็นการหักเปลี่ยนทิศทางแบบสลาลอม
รู้สึกได้เลยว่าช่วงล่างทำมาเพื่อการหลบหลีกที่ปลอดภัย และแค่นั้น ไม่สามารถ
มอบความมั่นใจให้คุณทำอะไรแผลงๆอย่างที่ RX ทำได้

ระบบเบรกสามารถปรับการตอบสนองได้ 2 แบบ แต่ดูเหมือนไร้สาระ เพราะโหมด
Dynamic เป็นเบรกแบบชั่วร้าย (ในความคิดของผม)ที่กะน้ำหนักเบรกยาก กดแรกๆ
เบรกไม่ค่อยจับ พอกดต่ออีกนิดเดียวกลายเป็นหน้าทิ่ม พอปรับเป็นโหมด Normal
ชีวิตจะดีขึ้น กะน้ำหนักแล้วเบรกรถหยุดแบบนุ่มๆได้ง่ายกว่า

เรื่องระบบไฟฟ้าของมันคงไม่ขอพูดมาก เพราะมันก็คือระบบ Plug-in แบบที่รถหรู
กำลังฮิต แต่สายเสียบของ Volvo ต้องใช้กับไฟบ้านแบบที่มีสายกราวนด์ อาจจะ
เป็นอุปสรรคสำหรับบ้านเก่าๆหลายบ้าน ในขณะที่ BMW เสียบสายไฟปกติได้
เวลาจะปลดปลั๊กชาร์จต้องกด Unlock ที่รีโมตก่อน

Volvo_XC90_2

และเช่นเดียวกันกับรถ Plug-in Hybrid ทั้งหลายคือ คุณจะได้ความประหยัด
คุ้มค่าด้านเชื้อเพลิงจริงๆก็ต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มหรือเกือบเต็มไว้เสมอ
เพราะถ้าไม่เช่นนั้น หากรถต้องวิ่งไปด้วยพร้อมชาร์จแบตเตอรี่กลับหม้อไปด้วย
ช่วงนั้นรถจะกินน้ำมันมาก หากเป็นการเดินทางไกลที่เจ้าของขยันกดคันเร่งมากๆ
XC90 ก็จะบริโภคเชื้อเพลิงเหมือนปิศาจมากกว่านางฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
X-5 xDrive40e ก็มีนิสัยคล้ายกัน

แต่ในการชาร์จไฟนี่สิครับ BMW เขาสามารถชาร์จกับไฟแบบธรรมดาได้ แต่ของ
XC90 คุณต้องชาร์จกับปลั๊กที่มีช่องเสียบกราวนด์เท่านั้น แล้วประเทศไทยก็
ไม่ได้หาปลั๊กแบบนี้เจอกันง่ายๆเสียด้วยสิ

เห็นไหมครับ แม้ว่า XC90 T8 จะมีข้อดีหลายด้าน ทำตัวเป็นเด็กเกรด A ใน
หลายเรื่องทั้งด้านอัตราเร่ง ความประหยัด ความสะดวกสบายตัวของผู้โดยสาร
การเก็บเสียง อุปกรณ์ที่มีให้ ความปลอดภัยที่ให้มา และมีความนุ่มนวลของ
ช่วงล่างที่เหมาะกับรูปแบบรถ แต่ในท้ายสุด เราก็พบว่ามันยังสามารถปรับปรุง
ช่วงล่าง พวงมาลัย และปรับเปลี่ยนปลั๊กสำหรับการชาร์จไฟได้อีก

สำหรับทุกอย่างที่คุณได้ ในราคา 4,490,000 บาท เรามองว่านี่คือราคาที่
คุ้มค่า ในขณะที่ 4,699,000 บาท (ราคาเวอร์ชั่นประกอบใน เดือน 11/2016)
นั้น ต่อให้ถูกลงกว่าตัวนอกแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าแพงไปนิด ส่วน Lexus RX200t
F-Sport นั้นไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงล่างกับหน้าตาที่คมคาย เรานึก
ไม่ออกเลยว่าทำไมคุณต้องจ่ายเพิ่ม 600,000 บาทเพื่อรถที่วิ่งช้ากว่า กินน้ำมัน
มากกว่า และอุปกรณ์ความปลอดภัยน้อยกว่า ทั้งที่ได้ความสบายเท่ากัน
(เว้นเสียแต่ว่าคุณแอนตี้ระบบไฮบริด)

Volvo XC90 T8 Momentum นี่ล่ะครับ คือ Best DRIVE 2016 ตัวจริง
เป็นรถที่ให้ประสิทธิภาพคุ้มค่าเม็ดเงิน และมีความปลอดภัย มีความสะดวก
สบาย ที่มากับความทันสมัยจนหาจุดที่จะตัดคะแนนได้ยาก

นี่คือ Best DRIVE ของเรา

แต่มันจะเป็น Best DRIVE ของคุณหรือเปล่านั้น เราขอแนะนำว่า อย่าลืมค้นหา
ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่เราไม่ได้นำมาคิดในการให้คะแนนด้วย เช่นเรื่องศูนย์
บริการ เรื่องความทนทาน/หรือแนวโน้มอายุการใช้งานของระบบต่างๆ โดย
เฉพาะเมื่อคุณคิดจะซื้อรถไฮบริด สิ่งเหล่านี้ เราไม่สามารถจัดทำการทดสอบ
เพื่อตอบคำถามให้กับคุณได้ ครั้นจะสรุปว่าดีหรือแย่ ก็ไม่สามารถทำบนพื้นฐาน
ของข้อมูลจากการสัมผัสด้วยประสบการณ์ตรงได้ ไม่เหมือนกับประสิทธิภาพ
ตัวรถ ซึ่งเราใช้เวลาทดสอบ 5-7 วันก็สามารถหาข้อมูลมาให้คุณได้

โดยเฉพาะแบรนด์พรีเมียมแบบ Volvo ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าบางครั้งยังพบ
รถมีปัญหา พบวิธีการแก้ไขที่ยังไม่เฉียบขาด หรือบางครั้งก็เกิดเรื่องที่สร้างความ
ไม่พอใจให้ลูกค้า พยายามเก็บสะสมข้อมูลเหล่านี้เอาไว้ แล้วรอดูว่า Volvo
ประเทศไทยภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารคนใหม่ จะสามารถทำให้
Best DRIVE 2016 ของ Headlightmag กลายเป็น Best DRIVE ของครอบครัว
คุณได้ด้วยหรือเปล่า

Previous Post

N2010039 ใครท ชอบไปก นข าวร านอาหารต องเช ลราคาให part2

Next Post

N2010038 แอบตามผ วไปหาช แต ตอนหล งเกมส พล กเม อไปเจอแฟนเก part2

Next Post
N2010038 แอบตามผ วไปหาช แต ตอนหล งเกมส พล กเม อไปเจอแฟนเก part2

N2010038 แอบตามผ วไปหาช แต ตอนหล งเกมส พล กเม อไปเจอแฟนเก part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2501077 สาม วยไรไม ได แล วย งเห นแก part2
  • N2501070 แม สอนล กผ ดๆ ทำให คนอ นเด อดร อน part2
  • N2501071 เม ยล บอยากม วตน เม ยหลวงอย างเราจะไม ทนให เส ยเวลา part2
  • N2501069 จากคนร กก นตอนน เหม อนไม กก part2
  • N2501073 อย านหล งเด ยวก นแต กเหม อนอย คนเด ยว part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • January 2026
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.