เชอรี ออโตโมบิล: สยายปีกสู่ตลาดอาเซียน ลงทุนมหาศาล สร้างโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม
ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ผู้ผลิตรถยนต์ต่างมุ่งมั่นที่จะขยายอาณาเขตการผลิตและเครือข่ายการจัดจำหน่ายไปสู่ตลาดที่มีศักยภาพและกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตาอย่างยิ่งคือ Chery Automobile (เชอรี ออโตโมบิล) บริษัทรถยนต์ชั้นนำจากประเทศจีน ที่ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเวียดนาม
จากรายงานข่าวของ Nikkei Asia ระบุว่า Chery เตรียมจะเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ ประเทศเวียดนาม โดยคาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาทไทย การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างโรงงาน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อันแข็งแกร่งของ Chery ในการที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ของภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตที่ตั้งเป้าไว้สูงสุดถึง 200,000 คันต่อปี
เป้าหมายทะเยอทะยาน: ขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 3 ในเวียดนามภายใน 5 ปี
ทีมผู้บริหารของ Chery ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์อันดับ 3 ในตลาดเวียดนามภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ซึ่งนับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายแต่ก็สะท้อนถึงความมั่นใจในศักยภาพของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่จะนำเสนอ การก้าวสู่เป้าหมายนี้จะอาศัยการนำเข้ารถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดยุโรปมาทำตลาดในเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน
ภายใต้แบรนด์ต่างประเทศของ Chery อย่าง Omoda & Jaecoo (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ได้มีการวางแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 16 รุ่นในปีหน้า ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ไปจนถึงรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) เป้าหมายยอดขายขั้นต่ำที่ตั้งไว้คือ 10,000 คันต่อปี โดยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณการผลิตและการจำหน่ายเมื่อโรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดฮึงเอียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม เริ่มเดินสายการผลิตในช่วงกลางปี 2026 พื้นที่ดังกล่าวนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
กลยุทธ์การผลิตและการกระจายสินค้า: จากนำเข้าสู่การผลิตในท้องถิ่น
ปัจจุบัน รถยนต์ของ Chery ที่วางจำหน่ายในตลาดเวียดนามนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็นรถยนต์ที่นำเข้าทั้งหมด อย่างไรก็ตาม Chery มีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งอยู่แล้วในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่ใช้พวงมาลัยขวา การตั้งโรงงานผลิตใหม่ในเวียดนาม จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้จะถูกจำหน่ายทั้งในตลาดภายในประเทศเวียดนามเอง และจะถูกส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้พวงมาลัยซ้าย รวมถึงมีศักยภาพในการส่งออกไปยังตลาดยุโรปในอนาคต
คุณหลิว ผู้บริหารของ Chery ได้กล่าวถึงความสำคัญของตลาดเวียดนามว่า “ผมอยากขายรถยนต์ทั้งหมดในประเทศนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามด้วย” ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในพลวัตของตลาดและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
สำหรับกำลังการผลิตของโรงงานแห่งใหม่นี้ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 – 60,000 คันต่อปีในช่วงแรก และมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตให้ได้ถึง 200,000 คันต่อปีภายในปี 2030 หากความต้องการของตลาดเอื้ออำนวย การขยายตัวนี้จะเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Chery ในการเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์แห่งนี้
ตลาดรถยนต์เวียดนาม: การแข่งขันที่ดุเดือดและการเติบโตของ EV
ตลาดรถยนต์เวียดนามมีการแข่งขันที่เข้มข้นและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตนี้มาจากแรงสนับสนุนจากผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศอย่าง VinFast (วินฟาสต์) ที่ได้ผลักดันตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างแข็งขัน ประกอบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วท่ามกลางประชากรที่มีมากถึง 100 ล้านคน ทำให้ Chery เลือกที่จะนำแบรนด์ Omoda & Jaecoo เข้าสู่ตลาดเวียดนามตั้งแต่ปี 2024
นอกจาก Chery แล้ว ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อีกรายอย่าง BYD (บีวายดี) และ Geely (จีลี่) ก็กำลังเข้ามาทำตลาดในเวียดนามเช่นกัน แม้ว่า Geely จะมีแผนการสร้างโรงงานในเวียดนามเช่นกัน แต่สถานการณ์ยังคงไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากบริษัทฯ มีนโยบายชะลอการลงทุนโรงงานทั่วโลก ขณะที่ BYD ก็มีรายงานว่าได้ระงับแผนการตั้งโรงงานในเวียดนามเช่นกัน
จุดแข็งของ Omoda & Jaecoo: นวัตกรรม เทคโนโลยี และความเชื่อมั่น
คุณหลิว ได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งสำคัญของแบรนด์ Omoda & Jaecoo ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพิชิตใจผู้บริโภคเวียดนาม ได้แก่:
ระยะทางวิ่งที่ยาวนาน: รถยนต์ของ Omoda & Jaecoo สามารถวิ่งได้สูงสุดถึง 1,500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ในรุ่น EV) หรือต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ในรุ่น ICE) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ตอบโจทย์ความกังวลเรื่องระยะทางวิ่ง (Range Anxiety) ของผู้บริโภค
มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง: Chery ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
การรับประกันที่เหนือกว่า: การรับประกันระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 1 ล้านกิโลเมตร (สำหรับบางรุ่น) แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในคุณภาพและความทนทานของผลิตภัณฑ์
คุณหลิว กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดเวียดนามว่า “ผมรู้ดีว่าแบรนด์จีนยังไม่ได้รับความไว้วางใจมากนักจากผู้บริโภคหรือสื่อ ดังนั้นเราจำเป็นต้องรักษาคำพูดและทำตามที่สัญญาไว้” ซึ่งแสดงถึงความเข้าใจในความท้าทายในการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์จากจีนในตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบัน Omoda & Jaecoo มีรถยนต์วางจำหน่ายในเวียดนาม 2 รุ่น โดยมีราคาอยู่ในช่วง 729 – 879 ล้านดอง เวียดนาม เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Toyota ที่มีช่วงราคากว้างกว่ามาก ตั้งแต่ 405 – 4,600 ล้านดอง และ VinFast ที่มีราคาอยู่ในช่วง 302 – 1,700 ล้านดอง
การเติบโตอย่างก้าวกระโดด: เป้าหมายยอดขายและกลยุทธ์การขยายเครือข่าย
Chery วางเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ในเวียดนามในปีหน้า และเป็นแบรนด์ที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 3 ของตลาดโดยรวมภายในปี 2030 ปัจจุบัน VinFast คือผู้นำตลาด โดยมี Toyota รั้งอันดับ 2
ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 VinFast สามารถจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามได้เกือบ 150,000 คัน ขณะที่ Toyota สามารถจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในและไฮบริดได้ประมาณ 65,000 คัน ตัวเลขเหล่านี้สูงกว่าเป้าหมายยอดขาย 10,000 คันของ Omoda & Jaecoo อย่างชัดเจน แต่ Chery มองว่านี่เป็นเพียงการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว
เพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้ Chery จะเร่งขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 40 แห่งในปีนี้ เป็น 75 แห่งภายในปี 2026 นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบนิเวศของสถานีชาร์จทั่วประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง Geleximco ซึ่งมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งในหลากหลายภาคธุรกิจ ทั้งธนาคาร โครงการอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และสนามกอล์ฟ Chery ยังเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีชาร์จรายอื่นๆ และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน
ในปัจจุบัน VinFast เป็นเจ้าของเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุมที่สุดในเวียดนาม แต่เป็นระบบที่ใช้เฉพาะแบรนด์ของตนเอง ขณะที่สถานะของ BYD และ Geely ในการเปิดให้แบรนด์อื่นใช้งานสถานีชาร์จของตนยังไม่ชัดเจน
ความท้าทายและโอกาส: นโยบายภาครัฐและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน
แม้ว่าการลงทุนจากประเทศจีนในเวียดนามจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลเวียดนามก็เริ่มมีนโยบายคัดเลือกโครงการลงทุนอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่สามารถสร้างงานในประเทศ และช่วยพัฒนาห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น (Local Supply Chain) ซึ่ง Chery จะต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
การเข้ามาของ Chery สู่ตลาดอาเซียน: ผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรม
การลงทุนครั้งใหญ่ของ Chery ในเวียดนาม ไม่เพียงแต่เป็นการขยายธุรกิจของบริษัทเอง แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค: ผู้บริโภคในเวียดนามและประเทศใกล้เคียงจะได้ประโยชน์จากการมีตัวเลือกของรถยนต์ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในด้านประเภทของรถยนต์ เทคโนโลยี และราคา
การแข่งขันที่สูงขึ้น: การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ที่แข็งแกร่งอย่าง Chery จะกระตุ้นให้ผู้ผลิตรายเดิมต้องปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว
การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม: การลงทุนในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง จะช่วยผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของเวียดนามและภูมิภาคให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
การสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ: การตั้งโรงงานผลิตขนาดใหญ่จะสร้างโอกาสในการจ้างงานจำนวนมาก และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม
การมองไปข้างหน้า: บทบาทของ Chery ในอนาคตยานยนต์ของอาเซียน
ด้วยการลงทุนมหาศาล การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน และความมุ่งมั่นที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค Chery Automobile กำลังวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์แห่งอาเซียน การเข้ามาของ Chery ในเวียดนาม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคนี้ ตอกย้ำถึงศักยภาพของตลาดอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต
หากคุณกำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และราคาที่เข้าถึงได้ การติดตามความเคลื่อนไหวของ Chery และแบรนด์ในเครืออย่าง Omoda & Jaecoo จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปีต่อๆ ไป ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอนาคตของยานยนต์ในอาเซียนกำลังจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางของเราไปตลอดกาล
เตรียมพร้อมรับประสบการณ์ใหม่ในโลกยานยนต์! ตรวจสอบรุ่นรถยนต์ที่น่าสนใจและค้นหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้ เพื่อสัมผัสกับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่เหนือกว่าใคร ที่จะพาคุณไปสู่อนาคตของการเดินทางอย่างแท้จริง
![N2101118 งหร อท [ตอนจบ] part2](https://filmth.huongrung.net/wp-content/uploads/2026/01/image-296.png)
