ม้าเหล็กพันธุ์ดุ: รถยนต์ผลิตจำนวนมากที่ทรงพลังที่สุดในโลก
ในวงการยานยนต์ มักจะให้ความสนใจกับรถยนต์รุ่นพิเศษ หายาก หรือมีจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบ วันนี้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมรถยนต์มานานกว่าสิบปี ผมขอนำเสนออีกมุมมองที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม เราจะพลิกบทบาทจากการมองหารถยนต์ที่ผลิตน้อย หันมาเจาะลึก รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก หรือที่เรียกกันติดปากในภาษาอังกฤษว่า “mass-produced performance cars” รถยนต์เหล่านี้ยังคงไว้ซึ่งพละกำลังอันมหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็มีตัวเลขยอดขายที่น่าประทับใจ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
ความพิเศษของบทความนี้คือการคัดสรรรถยนต์ที่ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะที่น่าเกรงขาม แต่ยังต้องมี “ปริมาณการผลิตจำนวนมาก” ซึ่งเราได้กำหนดเกณฑ์ไว้ที่ “มากกว่า 34,000 คันต่อหนึ่งรุ่น (generation)” และแน่นอนว่าต้องมี “กำลังมากกว่า 400 แรงม้าจากโรงงาน” คุณอาจจะคิดว่า 34,000 คันนั้นดูน้อยไปสำหรับนิยาม “จำนวนมาก” แต่เชื่อเถอะว่าในโลกของรถยนต์สมรรถนะสูง การจะมียอดขายทะลุหลักหมื่นคันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะได้พบกับตัวเลขแรงม้าที่สูงกว่า 400 แรงม้าอย่างแน่นอน
การศึกษาข้อมูลปริมาณการผลิตในบทความนี้ได้รวบรวมมาจากผู้ผลิตรถยนต์โดยตรง หรือจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการติดตามยอดขายยานยนต์ รวมถึงตัวเลขกำลังจากโรงงานที่ได้ยืนยันจากผู้ผลิตรถยนต์แต่ละแบรนด์โดยตรง
Ford Mustang GT (S550): ไอคอนอเมริกันที่ตอบสนองต่อยุคสมัย
เราจะเริ่มต้นด้วยรถยนต์ที่อาจจะก่อให้เกิดการถกเถียงเล็กน้อยในหมู่นักเลงรถ นั่นคือ Ford Mustang GT ในเจเนอเรชั่น S550 การประมาณการตัวเลขการผลิตของรุ่น GT นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจาก Ford เปิดเผยยอดขายตามรุ่นรถ แต่ไม่ได้แยกย่อยตามรุ่นย่อย (trim) ที่เฉพาะเจาะจง
อย่างไรก็ตาม เราทราบว่า Mustang S550 ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 2015 ถึง 2023 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 672,677 คัน การประมาณการยอดขาย Mustang GT นั้นมาจากการอ้างอิงข้อมูลจากฟอรั่มของผู้ที่ชื่นชอบ Mustang ซึ่งระบุว่าในปีแรกของการผลิต S550 (2015) มียอดขาย GT ประมาณ 43,862 คัน คิดเป็น 35% ของยอดขาย Mustang ทั้งหมดในปีนั้น (122,349 คัน) หากเราใช้ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์คร่าวๆ สำหรับสัดส่วน GT ในแต่ละปีของการผลิต (2015-2023) เราจะประเมินยอดขาย Mustang GT ได้ประมาณ 236,000 คัน ซึ่งตัวเลขนี้ แม้จะมีการประมาณการ แต่ก็เพียงพอที่จะยืนยันว่า Ford Mustang GT S550 นั้นก้าวข้ามเกณฑ์ 34,000 คันได้อย่างสบายๆ และอาจกล่าวได้ว่าเป็น “ราชาแห่งรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมาก” แต่ด้วยข้อจำกัดด้านตัวเลขที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ทำให้เรายังไม่สามารถฟันธงได้เต็มที่
Ford Mustang GT เจเนอเรชั่น S550 ที่เปิดตัวในปี 2015 นั้นถือเป็นการยกระดับ Mustang เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ Mustang เกือบทุกรุ่น (ยกเว้น Cobra SVT ในเจเนอเรชั่นที่ 4) ใช้ระบบเพลาท้ายแบบ Live Rear Axle ซึ่งแม้จะทนทานและรองรับกำลังได้สูง แต่ในการควบคุมและการขับขี่นั้นด้อยกว่าระบบ Independent Rear Suspension (IRS) อย่างมาก
แต่ในปี 2015 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป Mustang ได้รับการติดตั้งระบบ IRS พร้อมกับการปรับปรุงส่วนหน้าของช่วงล่าง แชสซีส์ที่กว้างและต่ำลง รวมถึงการออกแบบตัวถังใหม่ทั้งหมด สิ่งที่ยังคงสืบทอดมาจากเจเนอเรชั่นก่อนหน้ามีเพียงโครงสร้างอุโมงค์เกียร์และพื้นรถบางส่วน ชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เล็กน้อย และสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์ Coyote พื้นฐาน
ในช่วงสามปีแรกของการผลิต เครื่องยนต์ 5.0 ลิตร V8 ใน Mustang GT ให้กำลัง 435 แรงม้า และแรงบิด 400 ปอนด์-ฟุต ในปี 2018 Ford ได้อัปเกรดพละกำลังให้มากขึ้น โดยมีกำลัง 460 แรงม้า และแรงบิด 420 ปอนด์-ฟุต อย่างไรก็ตาม ในปี 2022 และ 2023 กำลังของ Coyote ได้ลดลงเล็กน้อย (450 แรงม้า และ 420 ปอนด์-ฟุต) อันเนื่องมาจากเป้าหมายด้านมลพิษและปัจจัยอื่นๆ
ในช่วงปี 2015-2017 Mustang GT มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แต่ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา เกียร์อัตโนมัติได้รับการอัปเกรดเป็นแบบ 10 สปีด ซึ่งเป็นผลจากการร่วมมือระหว่าง Ford และ General Motors โดยยังคงมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้ใช้งาน
BMW M3 (F80): มาตรฐานของซีดานสปอร์ต
รถยนต์รุ่นต่อไปที่เราจะกล่าวถึงคือ BMW M3 ในรหัสตัวถัง F80 ซึ่งผลิตขึ้นระหว่างปี 2014 ถึง 2018 เช่นเดียวกับ Ford Mustang GT, BMW ก็ไม่ได้เปิดเผยยอดขายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับรุ่น M3 แต่ตัวเลขที่เรามีนั้นมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า
ด้วยข้อมูลจากผู้ใช้ในฟอรั่ม BimmerPost ที่สามารถเข้าถึงบันทึกการจดทะเบียนรถยนต์ทั่วโลกของ BMW ได้ ทำให้เราสามารถยืนยันได้ว่า BMW ผลิต BMW M3 F80 ทั้งหมด 34,677 คันตลอดอายุการผลิต หากไม่นับตัวเลขประมาณการของ Mustang GT แล้ว F80 ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีกำลังมากกว่า 400 แรงม้าที่มียอดการผลิตที่ได้รับการยืนยันสูงสุด ย้อนกลับไปในยุค 80s แผนก M ของ BMW คงไม่อาจจินตนาการถึงยอดขายระดับนี้ได้
จากยอดการผลิตทั้งหมด 33,414 คันเป็น M3 รุ่นมาตรฐาน ในขณะที่มีเพียง 1,263 คันที่เป็นสเปก M3 Competition ซึ่งหมายความว่า M3 Competition คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 4% ของ F80 ทั้งหมด
เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นก่อนหน้าอย่าง E90/E92 M3 ซึ่งมียอดขายประมาณ 10,000 คัน F80 สามารถทำยอดขายได้มากกว่าสามเท่า และ M3 เจเนอเรชั่นปัจจุบัน (G80) ก็มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จเช่นกัน โดย ณ ฤดูใบไม้ผลิปี 2023 BMW มียอดขาย M3 แล้วประมาณ 25,000 คัน
BMW M3 F80 ได้รับการยกย่องให้เป็น “มาตรฐาน” ของซีดานสปอร์ตตลอดช่วงชีวิตของมัน รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง Cadillac CTS-V, Mercedes-AMG E63 sedan และ Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio อาจมีกำลังมากกว่า M3 แต่ไม่มีคันไหน (อาจยกเว้น Giulia) ที่สามารถเทียบเคียง M3 ได้ในเรื่องของความสนุกในการขับขี่และความสมดุลของสมรรถนะ
ภายใต้ฝากระโปรงของ F80 คือเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร Twin-Turbo Inline-6 ที่ให้กำลัง 425 แรงม้า และแรงบิด 406 ปอนด์-ฟุต ส่งตรงไปยังล้อหลัง ลูกค้ามีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ซึ่งส่วนใหญ่เลือกเกียร์อัตโนมัติ ดังนั้นหากคุณกำลังมองหา M3 คันเกียร์ธรรมดา ควรคว้าคันแรกที่คุณพบ!
BMW ยังได้นำเสนอ M3 Competition ที่เพิ่มกำลังจาก 425 เป็น 444 แรงม้า โดยแรงบิดยังคงอยู่ที่ 406 ปอนด์-ฟุต
Chevrolet Corvette (C7): ตำนานสปอร์ตอเมริกันในร่างหน้าเครื่องยนต์
Chevrolet Corvette เจเนอเรชั่นที่เจ็ด (C7) คือการบอกลาการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้าของรถสปอร์ตสัญชาติอเมริกันตลอดกาล ในช่วงที่ผลิตระหว่างปี 2015 ถึง 2019 โรงงาน Corvette ใน Bowling Green, Kentucky ได้ผลิต C7 ทุกรุ่นรวมเกือบ 190,000 คัน
เราได้เลือกรวมทั้งรุ่น Stingray, Grand Sport, และ Z06 ไว้ในหัวข้อนี้ เนื่องจากทุกรุ่นมีกำลังมากกว่า 400 แรงม้า และมียอดการผลิตสูงกว่า 34,000 คัน
แหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการส่วนใหญ่ระบุว่า Corvette Z06 ถูกผลิตขึ้นตลอดเจเนอเรชั่น C7 เป็นจำนวน 39,940 คัน สำหรับรุ่น Stingray และ Grand Sport จากข้อมูลยอดขายรายปีของ National Corvette Museum พบว่าโดยทั่วไปแล้ว Stingray และ Grand Sport คิดเป็นประมาณ 70% หรือมากกว่าของยอดขายทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ยอดการผลิตรวมของสองรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 145,000 คัน
รุ่นท็อปอย่าง Corvette ZR1 ซึ่งเป็นรุ่นสมรรถนะสูงสุด ถูกผลิตขึ้นเพียง 2,953 คันเท่านั้นในเจเนอเรชั่นนี้
เริ่มจากรุ่นพื้นฐาน Stingray เจ้าของรถจะได้รับเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 แบบ Naturally Aspirated ที่ให้กำลัง 455 แรงม้า และแรงบิด 460 ปอนด์-ฟุต เครื่องยนต์นี้เป็นรุ่นหนึ่งของเครื่องยนต์ LT1 อันโด่งดังที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ GM หลากหลายรุ่น Grand Sport ที่มาพร้อมช่วงล่างที่อัปเกรดและสติ๊กเกอร์พิเศษ ใช้เครื่องยนต์ LT1 V8 เดียวกันกับ Stingray แต่ได้รับการเพิ่มกำลังขึ้น 5 แรงม้า และแรงบิด 5 ปอนด์-ฟุต ส่งผลให้มีกำลังรวม 460 แรงม้า และแรงบิด 465 ปอนด์-ฟุต
สำหรับ Corvette ที่มีกำลังสูงสุดที่เรานำเสนอคือ Z06 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์คนละเรื่องโดยสิ้นเชิง ภายใต้ฝากระโปรงคือเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 แบบ Supercharged ที่รู้จักกันในชื่อ LT4 ให้กำลัง 650 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต ซึ่งในความคิดของเรา อาจเป็นเครื่องยนต์ V8 แบบ Cross-plane Crank ที่ให้เสียงเพราะที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา
Dodge Challenger Hellcats (ทุกรุ่นย่อย): พลังที่มากเกินพอ
เช่นเดียวกับ Corvette เราได้รวม Dodge Challenger Hellcat หลากหลายรุ่นย่อยไว้ในรายการนี้ เนื่องจากโดยพื้นฐานแล้วเป็นรถยนต์คันเดียวกันที่มาพร้อมกับสเปกที่แตกต่างกัน ระหว่างปี 2015 ถึง 2023 มี Hellcat เกิดขึ้นมากมายจนแทบจะนับไม่ถ้วน คุณจะได้พบกับรุ่น Base Hellcat, Widebody, Redeye, Jailbreak, และ Super Stock และอาจมีรุ่นอื่นๆ ที่เราหลงลืมไปอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีการผสมผสานชื่อรุ่นต่างๆ เช่น Hellcat Widebody Redeye และ Redeye Jailbreak
แต่เช่นเคย Dodge ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตที่แน่นอนสำหรับรุ่นย่อยต่างๆ อย่างไรก็ตาม เรามีข้อมูลจากแผนภูมิการผลิตและตัวเลขที่ได้รับจาก StellPower.com ซึ่งแสดงข้อมูลยอดขายระหว่างปี 2015-2020 จากตัวเลขเหล่านั้น Dodge สร้าง Challenger Supercharged ขึ้นมาทั้งหมด 39,421 คันในทุกรุ่นย่อย
การผลิต Challenger ดำเนินต่อไปจนถึงปลายปี 2023 แต่ได้ชะลอตัวลงอย่างมาก เนื่องจากใกล้จะยุติการผลิตชื่อรุ่นนี้แล้ว ดังนั้น เราประมาณการว่าอาจมียอดขายเพิ่มขึ้นอีกสองสามพันคันจาก 39,421 คัน ทำให้ยอดรวมอยู่ที่ประมาณ 40,000+ คัน
ตั้งแต่ปี 2015 Dodge Challenger Hellcat รุ่นพื้นฐานมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8 Supercharged HEMI ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 707 แรงม้า และแรงบิด 650 ปอนด์-ฟุต เมื่อเวลาผ่านไป Hellcat Widebody ได้รับการเปิดตัว ซึ่งไม่ได้เพิ่มกำลังโดยตรง แต่เมื่อรุ่น Hellcat Redeye เปิดตัว กำลังก็เพิ่มขึ้นเป็น 797 แรงม้า และแรงบิด 707 ปอนด์-ฟุต
นอกจากนี้ยังมีรุ่น Hellcat Jailbreak ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6.2 ลิตร Hemi เวอร์ชั่น 797 แรงม้า แต่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อเลือกปรับแต่งได้อย่างอิสระ และสุดท้ายคือ Hellcat Super Stock รถคูเป้ที่เน้นการแข่งขัน Drag Race พร้อมกำลัง 807 แรงม้า เราไม่ได้รวมรุ่น Demon ไว้ในที่นี้ เนื่องจากโดยเทคนิคแล้ว Demon ไม่ใช่ Hellcat
Chevrolet Corvette Stingray (C8): สปอร์ตขุมพลังใหม่ที่กำลังมาแรง
เราได้ตัดสินใจที่จะนำ Chevrolet Corvette Stingray เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด (C8) มาเป็น “Honorable Mention” หรือ “เกียรติยศอันทรงเกียรติ” ไม่ใช่เพราะรถรุ่นนี้ไม่เข้าเกณฑ์ แต่เป็นเพราะรถยังคงอยู่ในช่วงการผลิต และเป็นรถที่มียอดการผลิตจำนวนมากที่สุดที่เราเคยนำเสนอมาเลยทีเดียว เราสามารถตรวจสอบตัวเลขที่แน่นอนได้จาก National Corvette Museum
จากตัวเลขยอดขายประจำปีอย่างเป็นทางการของ Chevrolet Corvette Stingray ทั้งในรูปแบบ Coupe และ Convertible มียอดขายรวมมากกว่า 140,000 คัน ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2020 จนถึงสิ้นปี 2024 และยังคงไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง
สำหรับพละกำลัง Corvette C8 Stingray ที่วางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลาง (mid-engined) ในรูปแบบมาตรฐานจากโรงงาน ให้กำลัง 490 แรงม้า และแรงบิด 470 ปอนด์-ฟุต จากเครื่องยนต์ 6.2 ลิตร V8
เนื่องจากเราไม่สามารถยืนยันตัวเลขของ Mustang GT ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ได้ (และด้วยเครื่องยนต์ที่มีกำลังน้อยกว่า) เราอาจกล่าวได้ว่า C8 Stingray คือรถยนต์สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์ ผมเชื่อว่ารถยนต์ที่สามารถผลิตได้ในจำนวนมากและยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะที่น่าประทับใจนั้น มีคุณค่าที่แตกต่างและน่าชื่นชมไม่แพ้รถยนต์รุ่นพิเศษใดๆ
หากคุณต้องการสัมผัสสมรรถนะอันเร้าใจของรถยนต์เหล่านี้ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายและการดูแลรักษารถยนต์สมรรถนะสูงเหล่านี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์ชั้นนำใกล้บ้านคุณวันนี้!

