
เยอรมนี-เปิดตัวแล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2025 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ต้องรอจนถึงเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันจึงจะเริ่มการจำหน่ายในยุโรป คือ รถติดป้ายชื่อ VOLKSWAGEN T-ROC (โฟล์คสวาเกน ที-รค) รถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกว่าเล็กกะทัดรัด ที่ตัวถังส่วนท้ายมีรูปลักษณ์เหมือนรถคูเป

เป็นรถรุ่นใหม่ (รุ่นที่ 2) ที่กำลังจะเข้าสู่สายการผลิตซึ่งอยู่ที่เมือง PALMELA ในโปรตุเกส แทนที่รถรุ่นแรกซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปลายปี 2017 และขายในทุกตลาดไปแล้วมากกว่า 2 ล้านคัน (เฉพาะปี 2024 ขายได้รวม 292,000 คัน) นับเป็นรถยอดนิยม และเป็นรถขายดีอันดับ 2 ของค่ายนี้ รองจาก VOLKSWAGEN TIGUAN (โฟล์ลคสวาเกน ทีกวน) ซึ่งเป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งข้ามพันธุ์ขนาดเล็กกะทัดรัด
เป็นรถแบบที่ 3 ของค่ายนี้ ถัดจาก VOLKSWAGEN TIGUAN รุ่นปัจจุบันซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2024 และ VOLKSWAGEN TAYRON (โฟล์คสวาเกน เทย์รอน) รุ่นปัจจุบันซึ่งเริ่มจำหน่ายในปี 2025 ที่ออกแบบโดยใช้ MATRIX หรือโครงสร้างการออกแบบที่ค่ายนี้เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ และตั้งชื่อว่า MQB EVO ตัวถังมีขนาดยาว 4.373 ม. คือ ยาวกว่ารถรุ่นแรกถึง 12 ซม. ห้องโดยสารซึ่งออกแบบให้นั่งได้รวม 5 คน จึงกว้างขวาง และนั่งสบายกว่าเดิมมาก

เป็นรถแบบแรกของค่ายนี้ที่เป็นรถไฮบริดล้วนๆ ไม่มีรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในเพียงอย่างเดียว รถที่จำหน่ายในตลาดยุโรป ในระยะแรกจะมีให้เลือก 2 โมเดล เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกันกับระบบ 48V MILD HYBRID หรือไฮบริดแบบอ่อน 48 โวลท์ ให้กำลังสูงสุด 85 กิโลวัตต์/116 แรงม้า และ 110 กิโลวัตต์/150 แรงม้า
ที่จะตามมาในปี 2026 อีก 3 โมเดล คือ รถขับเคลื่อนล้อหน้า ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินฉีดตรง 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกันกับระบบ 48V MILD HYBRID กับรถขับเคลื่อนล้อหน้าอีก 2 โมเดล ซึ่งติดตั้งระบบขับไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟที่ค่ายนี้เพิ่งพัฒนาขึ้นใหม่ ที่จะมีให้เลือกใช้ด้วยเช่นกัน คือ รถขับเคลื่อนทุกล้อ ซึ่งขณะนี้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

ที่เคยมีในรถรุ่นแรกแต่จะไม่มีในรถรุ่นใหม่นี้ คือ VOLKSWAGEN T-ROC CABRIOLET (โฟล์คสวาเกน ที-รค กาบริโอเลต์) ซึ่งเป็นรถแบบเดียวกัน แต่อยู่ในตัวถัง 2 ประตูเปิดประทุน 4 ที่นั่ง
ราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 ของเยอรมนี เริ่มต้นที่ 30,845 ยูโร หรือประมาณ 1.17 ล้านบาทไทย


บีวายดี (BYD) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน ขึ้นแท่นแบรนด์รถยนต์ขายดีที่สุดในจีนประจำปี 2566 อย่างเป็นทางการ แซงหน้าโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าการเดิมพันหมดหน้าตักกับรถยนต์ไฟฟ้าในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังผลิดอกออกผล และช่วยให้บริษัททำยอดขายแซงหน้าแบรนด์ชื่อดังระดับโลกได้
ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีและวิจัยยานยนต์จีน (CATRC) เผยให้เห็นว่า บีวายดีมียอดจดทะเบียนประกันภัยรถยนต์ใหม่ในจีน 2.4 ล้านรายการเมื่อปีที่แล้ว ทำให้บริษัทสามารถคว้าส่วนแบ่งตลาดจากทั่วประเทศได้ 11% ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.2 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบรายปี
ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้ำหน้าของบีวายดีในด้านการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด และไฮเทค ซึ่งกำลังได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างรวดเร็ว จนทำให้บริษัทต่างๆ เช่น สเตลแลนทิส เอ็นวี (Stellantis NV) และโฟล์คสวาเกน เริ่มหันมาพึ่งพาบริษัทรถยนต์จีนในกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง
ก่อนหน้านี้ บีวายดีเบียดโฟล์คสวาเกนขึ้นแท่นแบรนด์รถยนต์ที่ขายดีที่สุดเมื่อเทียบรายไตรมาสเมื่อปีที่แล้ว แต่ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่า ยอดขายรายปีของบีวายดีแซงหน้าโฟล์คสวาเกนแล้วเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ โฟล์คสวาเกนเคยเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในจีนนับตั้งแต่ปี 2551 เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นปีแรกที่ CATRC เริ่มเปิดเผยข้อมูล
ทั้งนี้ ในบรรดาแบรนด์รถยนต์ 5 อันดับแรกอื่นๆ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป และฮอนด้า มอเตอร์ โค ต่างมีส่วนแบ่งตลาด และยอดขายที่ลดลง ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศจีนอย่างบริษัทฉงชิ่ง ฉางอัน ออโตโมบิล จำกัด ได้รับผลประโยชน์จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าส่วนแบ่งตลาดของบริษัทจะทรงตัวก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงอันดับดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับบีวายดี และผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ ของจีนในปี 2567 โดยการเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดโดยรวมในประเทศจีนมีแนวโน้มจะขยายตัวขึ้น 25% สู่ระดับ 11 ล้านคัน
โกลบอลดาตา ระบุว่า ยอดขายทั่วโลกของบีวายดีสูงกว่า 3 ล้านคัน ส่งผลให้บริษัทมีแนวโน้มก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในบริษัท 10 อันดับแรกที่มียอดขายรถยนต์สูงสุดทั่วโลกเป็นครั้งแรก โดยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไตรมาส 4 เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะแซงหน้าเทสลาในฐานะผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกได้เป็นครั้งแรก
Volkswagen จัดว่าเป็นแบรนด์รถยนต์จากชาติตะวันตก ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดเมืองจีน โดยเฉพาะรถในตระกูล ID.series ที่เป็นรถยนต์ในซีรีส์ไฟฟ้า 100% โดยในประเทศจีนนี้ มีบริษัทที่ได้ร่วมทุนกับทาง VW ถึง 2 ค่ายหลัก ๆ ทั้ง FAW-VW และ SAIC-VW ผลิตรถยนต์เพื่อออกวางจำหน่ายในเมืองจีน ซึ่งมีในรุ่น ID.4 และรุ่น ID.6 (ที่เฉพาะในตลาดเมืองจีนเท่านั้น)

โดยรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง รุ่น ID.4 และรุ่น ID.6 นั้นถ้สถูกสร้างขึ้นจากทางค่าย SAIC-VW จะใช้ชื่อรุ่นว่า ID.4 X และ ID.6 X ส่วนถ้าเป็นค่าย FAW-VW จะใช้ชื่อการวางจำหน่ายในจีนว่า ID.4 Crozz และ ID.6 Crozz

ซึ่งล่าสุดทาง FAW-VW ได้ทำการเปิดตัว Volkswagen ID.6 Crozz MY2024 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา สำหรับในรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ จะได้รับการปรับเพิ่มระยะทางขับขี่ให้ไกล โดย ID.6 Crozz MY2024 ของทาง FAW-VW จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ Pure, Pure+, Pro และ Prime เปิดราคาจำหน่ายระหว่าง 258,900 – 336,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.27 – 1.66 ล้านบาท

ในด้านงานออกแบบตัวรถยังคงเหมือนกับในรุ่นที่ผ่านมา ด้านหน้าจะมากับชุดโคมไฟหน้า LED ขนาดใหญ่ ที่จะมีชุดไฟส่องสว่างอยุ๋ด้านใน ส่วนไฟ DRL จะล้อมกรอบอยู่ด้านนอก มาพร้อมแถบไฟเรืองแสง 2 เส้นที่อยู่บนพื้นดำ เชื่อมต่อไฟหน้าทั้ง 2 ฝั่ง มาพร้อมตราโลโก้ VW ที่อยู่ตรงกลาง
มาพร้อมกันชนหน้าสีดำขนาดใหญ่ที่ออกแบบลวยลายด้วยในเป็นแบบรังผึ้ง อีกทั้งยังตกแต่งเพดิ่มความหรูหราด้วยชิ้นงานโครเมียมที่ตัวกันชนหน้า

ด้านข้างตัวรถยังคงมากับขอบซุ้มล้อดีดำ พร้อมตกแต่งกาบประตูข้างด้วยแถบสีดำ เพิ่มความหรูหราด้วยแถบโครเมียมที่ชายกาบบันได และชื่อรุ่นที่ระะหว่างบานประตู และซุ่มบังโคลน มือเปิดประตูด้านนอกก็ยังตกแต่งด้วยโครเมียม

ส่วนด้านท้ายมากับชุดไฟท้าย LED ที่วางเต็มพื้นที่ด้านหลัง เสริมความสปอร์ตด้วยหลังคท้ายที่ออกแบบให้มีความลาดเทนิด ๆ มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคา และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

ในด้านมิติตัวรถจะมีความยาว 4,891 มม., กว้าง 1,848 มม., สูง 1,679 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,965 มม.



ภายในห้องโดยสารของ Volkswagen ID.6 Crozz ใหม่ จะเป็นแบบ 3 แถว ที่ให้เลือกทั้งแบบ 6 ที่นั่ง (2+2+2+) และแบบ 7 ที่นั่ง (2+3+3) เบาะนั่งด้านหน้าสามารถปรับด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ 12 รูปแบบ และมาพร้อมกับฟังก์ชันนวด



แผงแดชบอร์ดจะได้รับการติดตั้งหน้าจอควบคุมตรงกลางขนาด 12 นิ้ว มาพร้อมแผงหน้าปัดขนาด 5.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่หุ้มด้วยหนังเทียม อีกทั้งยังมากับจอแสดงผล AR head-up และรองรับระบบ MOSC 4.0, การอัปเดทแบบ OTA และรองรับการโต้ตอบด้วยเสียง
แผงคอนโซลกลางจะมากับพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีแท่นชาร์จสมาร์จโฟนที่ชาร์จพร้อมกันได้ถึง 2 เครื่อง มาพร้อมไฟส่องสว่างสร้างบรรยากาศโดยรอบ 30 เฉดสี และหลังคาซันรูฟ

ในส่วนของความปลอดภัย มาพร้อมกับฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงระดับ 2+ และได้ระบบการติดตั้งระบบจอดรถอัตโนมัติ, ระบบหลีกเลี่ยงการชน, ระบบเบรกฉุกเฉิน

สำหรับพละกำลังขับเคลื่อน จะที่มั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่ที่เพลาคู่ล้อหลัง โดยจะมีความแรงให้เลือก 2 ระดับคือมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 132kW และ 150kW หรือให้กำลัง 177 และ 201 แรงม้า ตามลำดับ
ส่วนในรุ่นขับเคลื่อนแบบ AWD จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่วางอยู่ทั้งเพลาคู่หน้า และเพลาคู่หลัง โดยด้านหน้าจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 80kW หรือ 107 แรงม้า ส่วนด้านหลังจะมีขนาด 150 kW หรือ 201 แรงม้า ให้กำลังสูงสุดรวม 230kW หรือประมาณ 308 แรงม้า มาพร้อมแรงบิดสูงสุด 472 นิวตันเมตร

ขณะที่ชุุดแบตเตอรี่จะมีให้เลือก 2 ขนาดความจุคือ 62.6 kWh ชาร์จไฟเต็มจะวิ่งได้ 480 กม. ตามมาตรฐาน CLTC และขนาดความจุ 84.8 kWh ให้ระยะขับขี่สูงสุด 601 กม. และ 560 กม.(ที่อยู่ในรุ่นแบบมอเอตร์ไฟฟ้าคู่) ตามมาตรฐาน CLTC
Volkswagen ID.6 Crozz MY2024 ในตลาดเมืองจีนจะมีให้เลือก 4 เฉดสีได้แก่ สีฟ้า, สีส้ม, สีทอง และสีขาว โดยจะมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยคือ Pure, Pure+ และ Pro ที่เป็นรู่นมอเอตร์ไฟฟ้าตัวเดียว ส่วนในรุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่จะอยู่ในรุ่น Prime

สำหรับราคาจำหน่ายทาง FAW-VW เปิดราคาจำหน่าย Volkswagen ID.6 Crozz ไว้ระหว่าง 258,900 – 336,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.27 – 1.66 ล้านบาท

